|
|
|
YUANTA
RESEARCH CENTER
|
English |
|
กระแสข่าว
/ กลยุทธ์
|
29 มีนาคม 2544
|
|
- ตลาดหุ้นสหรัฐ โรคเก่า แนวโน้มผลประกอบการ
ฉุดตลาดดิ่งลงหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐถูกผลกระทบจาก โรคเก่า คือ
การออกมากล่าวเตือนถึงแนวโน้มผลประกอบการ ได้กลับมาครอบงำตลาดหุ้นสหรัฐอีกครั้ง
หลังจาก 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ได้แก่ (1) Nortel Networks ยักษ์ใหญ่ในการผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม
ได้ออกมากล่าวเตือนผลประกอบการไตรมาสแรก จะต่ำกว่าการคาดหมายครั้งก่อน
ราคาหุ้นได้ดิ่งลง 16% (2) บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์มือถือพกพา Palm ได้กล่าวเตือนว่าผลประกอบการไตรมาสแรกจะขาดทุน
เทียบกับประมาณการก่อนหน้านี้จะมีกำไร ราคาหุ้นดิ่งลงถึง 48% และ (3) บริษัท
Walt Disney ประกาศจะลดพนักงานลง 4,000 ตำแหน่ง หรือ คิดเป็น 3% ของการจ้างงานรวมของบริษัท
จากการกล่าวเตือนถึงผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ ทรุดลง
162 จุด หรือ 1.63% ปิดที่ 9,785 เช่นเดียวกับดัชนีแนสแด็ก ดิ่งลง 118
จุด หรือ 5.99% ปิดที่ 1,854

- แนวโน้มดอกเบี้ยใกล้จุดต่ำสุดแล้ว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประชุมร่วมกับสมาคมธนาคารไทย
ซึ่งเป็นการประชุมประจำทุก 2 เดือน ซึ่งสามารถประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยจากบรรดานายแบงก์
คือ (1) นายจุลกร สิงหโกวินท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเอเชีย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย
กล่าวภายหลังการหารือกับ ธปท.ว่า ในการประชุมนั้น ธปท.ใช้เวลาส่วนใหญ่ชี้แจงภาพรวมเศรษฐกิจและข้อมูลเศรษฐกิจในไตรมาส
4 ปี 2543 เป็นหลัก ซึ่งภาพรวมไม่สู้จะดี ส่วนในด้านทิศทางดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝากนั้น
มีความเห็นว่าควรจะนิ่ง ๆ ได้แล้ว (2) นายสถาพร ชินะจิตร รองผู้จัดการใหญ่
ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝากในระบบ เกือบถึงจุดต่ำสุดแล้ว
ถ้าหากจะปรับลดลง ก็จะลงได้อีกเล็กน้อย หรือประมาณ 0.25% ซึ่งหากมีการลดลงก็จะต้องลดทั้งเงินกู้และเงินฝาก
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณให้ปรับลดลง โดยอาจจะทรงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
(3) ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้คงจะทรงตัว ซึ่งสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้
ที่คาดว่าจะเติบโต 3-3.5% และ (4) นายดุสิต เต็งนิยม รองผู้จัดการใหญ่
ธนาคารกรุงไทย ให้ความเห็นถึงการสนองนโยบายรัฐบาลโดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ว่า
ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง
ความเห็น
: เรามองเช่นเดียวกันว่า แนวโน้มดอกเบี้ย ใกล้จะถึงจุดต่ำสุด โดยทิศทางดอกเบี้ยเงินฝาก
มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.25% หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงประมาณ
0.25-0.5% จากการตั้ง TAMC เราประมาณการว่าจะมีการโอนหนี้เสียไปยัง TAMC
พร้อมกับออกพันธบัตรอัตราดอกเบี้ย 2.7% ให้ธนาคารพาณิชย์ จะทำให้ Net Interest
Margin ของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% จากระดับ Net Interest Maring
ของระบบธนาคารพาณิชย์ ในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.6-1.7% ซึ่งเราประมาณว่า
อัตราดอกเบี้ยจะยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงปัจจุบันอีกนาน เพราะปัญหาที่ระบบเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
ปัญหาหนี้เสียที่ยังไม่ดีขึ้น และ เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ประมาณว่าปีนี้จะมีเงินเฟ้อประมาณ
2% ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

- GRAMMY <98 บาท : ซื้อ>
ก้าวย่างสำคัญในการเติบโต
เมื่อวานนี้มีการประชุมนักเคราะห์เกี่ยวกับรายละเอียดแผนธุรกิจของ
GRAMMY ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยมีการปรับโครงสร้างการบริหารและดำเนินงานโดยแยก
2 ฝ่ายหลักให้ชัดเจนขึ้น ได้แก่ ฝ่ายครีเอทีฟและการตลาดเพื่อศึกษาความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
สำหรับธุรกิจเพลงก็มีการจัดกลุ่มเพลงประเภทเดียวกันมารวมอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน
เพื่อช่วยให้เกิดการประสานงานกันในการออกอัลบั้มเพลงแต่ละชุด การพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้จะมาจากการเริ่มมีกำไรของ
3 ธุรกิจคือ ร้านค้าปลีก eotoday และธุรกิจเพลงในไต้หวัน สำหรับราคาหุ้นของ
GRAMMY ซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ 132 บาทอยู่ 26% คำแนะนำของเรายังคงเป็น
ซื้อ
สรุปประเด็นวันนี้
- ( - ) ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืน กลับมาดิ่งลงอย่างหนักใหม่
จากโรคเก่าคือ การออกมากล่าวเตือนถึงแนวโน้มผลประกอบการ
- ( - ) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 175 ล้านบาท รวมตั้งแต่
วันที่ 26 ม.ค. 44 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมกันเท่ากับ 8,098 ล้านบาท
- ( + ) คณะกรรมการฟื้นฟูอสังหาฯ เสนอ 30 มาตรการด่วนฟื้นฟูธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เตรียมเสนอเข้า ครม.สัปดาห์หน้า
- ( + ) สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสแรก อาจจะมีการเข้ามาดันราคาเพื่อทำราคาปิด
ในวันใดวันหนึ่งในสองวันนี้ เพื่อให้ตัวเลขพอร์ตดูดี
- ( + ) สิ้นเดือนนี้ ตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมเพื่อหาแนวทางในการฟื้นฟูตลาดหุ้น
- ( + ) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งจะประกาศในวันที่
2 เมษายนนี้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์
- ( - ) สัปดาห์หน้าวันที่ 3-4 เมษายน ศาลรัฐธรรมนูญ จะเริ่มพิจารณาคดี
กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ซุกหุ้น
- ( - ) ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะทรงอ่อน บริเวณ 44.4
จากการชำระหนี้ IMF, การชำระหนี้ของเอกชน และ ตัวเลขดุลการค้า ที่เริ่มเกินดุลน้อยลง
รวมถึง บางเดือนเริ่มขาดดุลการค้า
- ( - ) ปัจจัยอื่นๆ ยังไม่มีพัฒนาการด้านบวก โดยเฉพาะ
ปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากยังไม่ฟื้นแล้ว ยังมีความเปราะบางอยู่
ความเห็น/กลยุทธ์
: ตลาดเมื่อวานสามารถรีบาวด์กลับเพียงในช่วงเช้า แต่ในภาคบ่ายก็ถูกแรงกดดันด้านลบจากตลาดหุ้นต่างประเทศ
ซึ่งส่วนใหญ่มีการปรับตัวลดลง ทำให้ SET เปลี่ยนจากบวกมาปิดติดลบเท่ากับ
3.92 จุด ปิดที่ระดับ 287.1 กลุ่มที่ฉุดตลาดเมื่อวานคือ กลุ่มแบงก์ (-3.3%)
และ กลุ่มไฟแนนซ์ (-2.9%)
สำหรับแนวโน้มตลาดในวันนี้ อาจจะได้รับผลกระทบจากภาวะทรุดหนักตลาดหุ้นต่างประเทศ
แต่ในระยะสั้นเรายังคาดหวังว่า ในช่วง 2 วันที่เหลือ ก่อนที่จะสิ้นไตรมาส
น่าจะมีวันใดวันหนึ่งที่สามารถรีบาวด์กลับ เพื่อทำราคาปิดในขนาดพอสมควร
ดังเช่นพฤติกรรมที่เคยเกิดหลายครั้งในอดีต รวมถึงมาตรการกระตุ้นตลาดหุ้น
และ เศรษฐกิจ ซึ่งจะออกมาในช่วงปลายเดือนนี้ ถึงต้นเดือนหน้า ดังนั้น จึงน่าจะเล่นเก็งกำไรระยะสั้นในช่วงที่ตลาดปรับตัว
โดยมีแนวรับที่ 286 และ 280 ตามลำดับ แต่ในแง่การซื้อลงทุน หรือถือยาว
เมื่อดูปัจจัยเศรษฐกิจแล้วยังไม่เอื้ออำนวยนัก เพราะปัญหาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจะยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อตลาดหุ้นในระยะกลาง-ยาว
|
YUANTA
Stock Picks :
|
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เราแนะนำให้ ซื้อเก็งกำไร
ในหุ้นที่มี Upside จากการเกิดขึ้นของ TAMC เรียงตามลำดับดังนี้
BAY (ราคาเป้าหมาย 31 บาท) BBL (ราคาเป้าหมาย 89 บาท) TFB (ราคาเป้าหมาย
45 บาท) SCB (ราคาเป้าหมาย 41 บาท ) TMB (ราคาเป้าหมาย 12 บาท)
- กลุ่มเพาณิชย์ หุ้นที่เราแนะนำคือ MAKRO
ปลอดหนี้ กระแสเงินสดมาก วางตำแหน่งตัวเองต่างจากดีสเคาน์สโตร์ โดยลูกค้าเป้าหมายเป็นผู้ค่าปลีกรายย่อย
55% มีดำเนินการ B2B เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- กลุ่มสื่อสาร หุ้นที่เราแนะนำคือ UCOM
การได้พันธมิตรจาก Telenor ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของบริษัท และ
มีการดำเนินนโยบายเชิงรุก มีแนวโน้มเติบโตสูง , TA มีรายได้แข็งแกร่ง
เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี พื้นฐานธุรกิจในกลุ่มมีอนาคต และ มีแนวโน้มขยายตัวสูง,
SATTEL ผลประกอบการประจำปี 2543 เป็นกำไรสุทธิ 711 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นถึง 170% และยังมีแนวโน้มเติบโตสูง
- กลุ่มอิเลคทรอนิคส์ หุ้นที่แนะนำ คือ DELTA
จากงบไตรมาส 4Q00 ที่ออกมาแข็งแกร่ง แสดงศักยภาพที่ดีของงบไตรมาส
1Q01, HANA และ KCE ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยลบภาวะอิเลคทรอนิคส์ของโลกชะลอตัวแล้ว
โดยทั้งสองหุ้นซื้อขายที่ P/E และ EV/EBITDA ที่ถูกมาก
- กลุ่มพลังงาน หุ้นที่เราแนะนำคือ PTTEP
และ EGCOMP ซึ่งทั้งสองหุ้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็น Valued Stocks
คือมีราคาซื้อขายที่ต่ำกว่าราคาเหมาะสมมาก โดยพิจารณา จาก NPV โดย
PTTEP มีราคาเหมาะสมประมาณ 149 ส่วนหุ้น EGCOMP มีราคาเหมาะสม 59
บาท และ ทั้งสองหุ้นยังมีกระแสเงิน และ ฐานรายได้ที่มั่นคง
หุ้น BANPU แหล่งถ่านหินในอินโดนีเชีย เติบโตอย่างเด่นชัด
- กลุ่มบันเทิง หุ้นที่เราแนะนำคือ
BEC เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานเด่นสุดในกลุ่มบันเทิง โดยธุรกิจโฆษณา
ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่สูง รองลงมาคือ GRAMMY ค่าใช้จ่ายโฆษณายังโตต่อ
เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจโทรทัศน์และวิทยุโดยตรง รุกธุรกิจอินเตอร์เนท
และ ราคาหุ้นยังต่ำ
- กลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์
หุ้นในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งกว่าตัวอื่นๆ โดยกลุ่มหลักทรัพย์ได้แก่
CNS และ ASL เป็นหุ้นที่มีฐานเงินทุนสูง และ มีค่า
P/BV ต่ำ โดยเรามองว่าหุ้น CNS เป็นหุ้นที่เรามองว่าเด่นสุดในกลุ่มหลักทรัพย์
โดยการเพิ่มขึ้นอย่างมากของมูลค่าการซื้อขายในเดือนมกราคม ปรากฏว่าหุ้น
ZMICO มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นสูงสุด และ คาดว่า ไตรมาส 1/2544
ZMICO จะโดดเด่นที่สุด ดังนั้นเราจึงแนะนำซื้อหุ้น ZMICO
ส่วนกลุ่มเงินทุน ได้แก่ NFS , SICCO , KK
ซื้อขายจากราคาส่วนลดจาก BV มาก สำหรับหุ้นที่ทำธุรกิจเช่าซื้อที่ราคาถูกและมีพื้นฐานดี
คือ SPL และ SCAN
สำหรับหุ้น NFS แนะนำเล่นเก็งกำไรจากความสัมพันธ์อันแนบแน่น
ระหว่าง "พ.ต.ท.ทักษิณ" กับผู้บริหาร และ ข่าวการตั้ง
AMC แห่งชาติเป็นประโยขน์กับ NFS
- กลุ่มพัฒนาที่ดิน หุ้นที่เราแนะนำคือ MBP-PD
จากผลการดำเนินงานเติบโตสูง กระแสรายได้มั่นคง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ
2 บาทต่อหุ้น
สำหรับหุ้นพัฒนาที่ดิน สองหลักทรัพย์ที่เราแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร"
รับมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลคือ GOLD และ
LH
- หุ้นอื่นๆ เช่น BECL
ซื้อขายต่ำกว่า NPV มากซึ่งอยู่ที่ 25 บาท ในขณะที่รายได้ค่าผ่านทางยังโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาลง ซึ่งจะประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยได้มาก
EASTW ดำเนินธุรกิจที่ไร้ความเสี่ยง กระแสเงินสดมั่นคง, ITD
แม้ว่า แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ราคาถูกเทียบกับพื้นฐานธุรกิจ
และ ราคาหุ้นได้ตกลง 88% ในช่วงเพียง 1 ปี โดยความเสี่ยงทางการเงิน
อุตสาหกรรม และ กำไร ยังคงมี แต่หุ้นน่าจะตอบรับไปมากพอควร, PPPC
เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานเด่นตัวหนึ่ง ผลประกอบการปี 2543ดีตามคาด มีกำไรสุทธิ
2,090 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 198%, TUF การฟื้นตัวของราคาทูน่าและผลบวกจากการซื้อ
COS จะผลักดันกำไรในปี 2001
|
|
Foreign Fund Flow
Analysis
|
|
|
|
| กระแสข่าว/กลยุทธ์ฉบับย้อนหลัง |
| |
|