|
|
| | |
2 มกราคม 2546 | |
เศรษฐกิจเดือน พ.ย.
ยังขยายตัว
ด้วยแรงหนุนจากการส่งออกและการบริโภค
|
|
ธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.)
ได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน
พ.ย.
ยังแสดงสัญญาณที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
โดยในเดือน พ.ย.
ได้แรงหนุนจากการส่งออก
และ การบริโภคในประเทศ
ที่ยังขยายตัวสูง
แม้ว่าเครื่องชี้การลงทุนจากแสดงภาวะที่ชะลอตัวลงบ้าง
ในด้านเสถียรภาพทั้งด้านภายในและด้านภายนอกยังอยู่ในเกณฑ์ดีคือ มีภาวะเงินเฟ้อต่ำ
และ
มีฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ
ณ วันที่ 20 ธ.ค. 45 สูงถึง 38.4
พันล้านเหรียญ
จึงทำให้รัฐบาลมีแนวความคิดที่จะชำระหนี้
IMF ก่อนกำหนด
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาไทยกู้เงินจาก
IMF ประมาณ 1.2 หมื่นล้านเหรียญ
มีการชำระไปแล้ว 7.1
พันล้านเหรียญ
ยังเหลือภาระหนี้กับ IMF อีก
4.8 พันล้านเหรียญ
ส่วนทางด้านภาคการเงินปรากฏว่าสภาพคล่องยังสูง
คือ มีสภาพคล่องส่วนเกิน
หรือ
เงินฝากมากกว่าเงินปล่อยกู้สูงถึง
4.23 แสนล้านบาท
สะท้อนภาพแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะปรับลดลงอีกในไตรมาสหนึ่งปีนี้
จากภาพทางเศรษฐกิจที่ในปีนี้มีการฟื้นตัวที่โดดเด่นมากขึ้นทำให้หลายหน่วยงาน
ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับเป้าหมายเศรษฐกิจขึ้นต่อเนื่อง คือ เมื่อวันที่
26 ธ.ค. 45 กระทรวงการคลังปรับเป้าหมายเศรษฐกิจไทยปีนี้ขึ้นเป็น
5% จากประมาณการเดิม 4.8%, วันที่ 16 ธ.ค. 45 สภาพัฒน์ฯ ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี
45 เพิ่มขึ้นเป็น 4.9% จากประมาณการเดิม 4-4.5%
ตลาดหุ้นในช่วงนี้อาจจะยังไม่ได้ตอบรับปัจจัยด้านบวกเรื่องการฟื้นตัวทาง เศรษฐกิจไทยมากนักเนื่องจากความกังวลที่จะเกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียรอบสอง
รวมถึง
ความขัดแย้งทางการเมืองโลกเพิ่มเติมในเรื่องประเทศเกาหลีเหนือมีการ พัฒนาโครงการนิวเคลียร์
แต่ถ้าหากปัจจัยภายในประเทศเริ่มผ่อนคลาย
ปัจจัยบวกเรื่องเศรษฐกิจน่าจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวดีขึ้น
- ภาคการผลิต :
ในเดือน พ.ย. ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเติบโตในอัตราสูงถึง
10.9% โดยเป็นผลมาจากการขยายตัวในทุกๆภาคการผลิต และ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีก่อน
กลุ่มที่มีการผลิตเติบโตดีคือ กลุ่มยานยนต์และอุปกรณ์, เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก
และ อิเล็กทรอนิคส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาเป็น
63.5%
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
เดือน พ.ย.
ขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็น
4.6%
ตัวชี้การบริโภคต่างๆยังเติบโตสูงยกเว้นยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งที่หดตัว
11.2%
เรามองว่าเป็นผลจากผู้บริโภคเตรียมซื้อรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือน
ธ.ค. คือ Totoya Soluna Vios และ Honda City ใหม่
ส่วนยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยังโตสูงถึง
69.4% และ
ยอดนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคโต
16.3%
- ภาคการลงทุน :
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนประจำเดือน
พ.ย.
ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงแต่ยังเติบโตในอัตราสูงเท่ากับ
22.2%
ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือน
ก.ย. และ ต.ค.
โดยตัวชี้การลงทุนที่ยังขยายตัวดีคือ
ยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
ขยายตัว 51%,
ในขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวเพียง
2.5%
ส่วนยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ก็ขยายตัวชะลอตัวลงเหลือ
11.4%
ปัจจัยที่กดดันให้การลงทุนขยายตัวน้อยลงน่าจะเป็นผลจาก
ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
และ
ความกังวลที่จะเกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียรอบสอง
- ภาคระหว่างประเทศ :
การส่งออกได้เป็นภาคสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้
ซึ่งการส่งออกเดือน พ.ย.
เท่ากับ 6,155 ล้านเหรียญ
ขยายตัว 16.7%
เป็นการสามารถยืนเหนือระดับ
6
พันล้านเหรียญได้ติดต่อกันมา
4 เดือน และ
ยังเป็นการขยายตัวที่เป็นบวกติดต่อกันเดือนที่
9
ทางด้านการนำเข้าขยายตัวน้อยกว่าการส่งออก
13.9% สู่ระดับ 5,805 ล้านเหรียญ
ทำให้ดุลการค้าในเดือน พ.ย.
เกินดุลเท่ากับ 350
ล้านเหรียญ
เมื่อรวมกับดุลบริการและบริจาค
จะได้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากถึง
949 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนดุลการชำระเงินเกินดุลเท่ากับ
737 ล้านเหรียญ
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมาเป็น
37.7 พันล้านเหรียญ ในเดือน พ.ย.
มีการจ่ายชำระคืนหนี้ IMF
เท่ากับ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
- ภาคการเงิน :
ในเดือน พ.ย.
คณะกรรมการนโยบายการเงิน
ได้ได้ประกาศลดดอกเบี้ย
อาร์/พี ลง 0.25%
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับลดดอกเบี้ย
Fed Fund Rate ลงถึง 0.5%
โดยสภาพคล่องโดยรวมในเดือน
พ.ย. ยังสูงต่อเนื่อง
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง
1.64%
สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ (ปรับด้วยการตัดหนี้สูญ
และ การโอนไป AMC)
ขยายตัวเล็กน้อยเท่ากับ 2.7%
ในขณะที่เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ก็ขยายตัวก็เพียง
2.8% ส่วนตัวเลข NPLs
ยังค่อนข้างทรงตัวที่ระดับ
10.01% ของสินเชื่อรวม
|
เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจ |
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
พ.ค. |
มิ.ย. |
ก.ค. |
ส.ค. |
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
11เดือน |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (ปรับฤดูกาล) |
123.2 |
119.5 |
124.3 |
126.4 |
125.0 |
126.3 |
127.7 |
122.4 |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (%) |
8.7 |
5.8 |
10.1 |
11.9 |
9.8 |
9.2 |
10.9 |
7.9 |
|
อัตราการใช้กำลังการผลิต
(%) |
59.8 |
58.2 |
58.9 |
61.7 |
60.0 |
61.8 |
63.5 |
59.5 |
|
เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน |
3.5 |
1.6 |
5.2 |
4.2 |
2.9 |
3.9 |
4.6 |
3.3 |
|
- ยอดขายปลีก (%) |
9.4 |
11.5 |
12.2 |
14.4 |
8.6 |
9.7 |
n.a. |
na |
|
- ยอดขายรถ (%) |
22.9 |
24.7 |
29.4 |
25.0 |
32.7 |
23.2 |
-11.2 |
21.5 |
|
- ยอดขายรถจักรยานยนต์ (%) |
20.1 |
5.7 |
36.6 |
48.3 |
70.6 |
88.8 |
69.4 |
40.6 |
|
-
การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค
(%) |
2.9 |
5.8 |
12.3 |
11.0 |
13.5 |
21.6 |
16.3 |
8.7 |
|
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน
(%) |
15.0 |
18.0 |
32.8 |
35.9 |
46.1 |
29.7 |
22.2 |
23.7 |
|
-
ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์
(%) |
12.4 |
31.0 |
62.0 |
66.9 |
81.7 |
70.2 |
51.0 |
47.6 |
|
- ยอดนำเข้าสินค้าทุน (%) |
3.3 |
9.3 |
20.3 |
25.7 |
23.3 |
7.2 |
2.5 |
5.8 |
|
- ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ (%) |
9.0 |
21.0 |
31.3 |
32.0 |
22.6 |
26.6 |
11.4 |
24.6 |
|
ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ส่งออก |
5,759 |
5,627 |
5,537 |
6,067 |
6,216 |
6,256 |
6,155 |
61,409 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(4.3) |
(4.4) |
(7.7) |
(8.1) |
(18.2) |
(18.2) |
(16.7) |
(5.5) |
|
- นำเข้า |
5,242 |
5,262 |
5,722 |
5,829 |
5,389 |
5,768 |
5,805 |
58,377 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(-2.7) |
(5.5) |
(11.1) |
(19.4) |
(8.3) |
(8.3) |
(13.9) |
(3.7) |
|
- ดุลการค้า |
517 |
365 |
-185 |
238 |
827 |
488 |
350 |
3,032 |
|
- ดุลบัญชีเดินสะพัด |
630 |
433 |
216 |
852 |
957 |
1,039 |
949 |
6,758 |
|
- การเคลื่อนย้ายเงินทุน |
253 |
383 |
62 |
-398 |
-1,335 |
-1,077 |
n.a. |
n.a. |
|
- ดุลการชำระเงิน |
563 |
1,035 |
717 |
591 |
-1,036 |
167 |
737 |
3,956 |
|
- เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$) |
35.3 |
36.8 |
37.8 |
38.5 |
37.7 |
37.2 |
37.7 |
37.7 |
|
ภาคการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- เงินฝากธนาคารพาณิชย์ |
5,241 |
5,201 |
5,240 |
5,323 |
5,073 |
5,104 |
5,172 |
5,178 |
|
(YOY%) |
(5.6) |
(5.5) |
(6.1) |
(7.6) |
(2.4) |
(2.1) |
(2.8) |
(4.8) |
|
- สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ |
4,616 |
4,652 |
4,643 |
4,657 |
4,696 |
4,709 |
4,749 |
4,620 |
|
(YOY%) |
(-1.7) |
(-0.8) |
(-1.3) |
(-1.2) |
(1.6) |
(3.7) |
(5.5) |
(-1.1) |
|
- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม |
10.76 |
10.19 |
10.28 |
10.17 |
10.12 |
10.29 |
10.01 |
10.01 |
นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th |
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|