|
|
| | |
1
พฤศจิกายน 2545 | |
เศรษฐกิจเดือน ก.ย.
ยังขยายตัวต่อเนื่อง
แบงก์ชาติปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้ขึ้น
|
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน
ก.ย. ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์ปัจจัยรอบโลกจะดูเลวร้าย
รวมถึงปัญหาน้ำท่วมในทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังน่าประทับใจทุกภาค ไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต
ภาคการบริโภค ภาคการลงทุน และ ภาคการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกปรากฏว่าเดือน
ก.ย. ขยายตัวสูงถึง 18.2% ขยายตัวมากสุดในรอบ 2 ปี สู่ระดับจุดสูงสุดใหม่ที่
6,216 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามเครื่องชี้การผลิต
ได้แสดงสัญญาณการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงบ้างในเดือน
ก.ย. เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.
อันเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม
แต่เรามองว่าเป็นเพียงชั่วคราว
และ
คาดหมายว่าภาคการผลิตจะกลับมาขยายตัวสูงใหม่ในเดือน
พ.ย. ธ.ค. เนื่องจากการบริโภค
การลงทุน และ การส่งออก
ยังเป็นแรงสนับสนุนภาคการผลิต
นอกจากอุปสงค์ภายในประเทศ
ไม่ว่าจะเป็น
เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน
และ การลงทุนภาคเอกชน
ที่ผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเดือน
ก.ย. และ
ยังมีการส่งออกที่มาเป็นปัจจัยช่วยหนุน
ทำให้เมื่อเร็วๆนี้สภาพัฒน์ได้รายงานตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจต่อคณะรัฐมนตรี
ซึ่งมีการประมาณการว่าไตรมาสสาม
จะมีการขยายตัวที่ดีถึง 5.5%
จากระดับ 5.1% ในไตรมาสสอง
เนื่องจากได้แรงหนุนจากการส่งออก
และ
อุปสงค์ภายในประเทศอันเป็นผลจากภาคอสังหาริมทรัพย์และยานยนต์ที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง
ภาวะความแข็งแกร่งของการบริโภค
และ การลงทุนในประเทศ
เช่นเดียวกับ
การส่งออกที่ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ
จะเป็นภูมิช่วยคุ้มกันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางในปัจจุบัน
รวมถึงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่ดีกว่าประมาณการครั้งก่อน
และ การส่งออกก็ดีกว่าคาด
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีการปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้ขึ้นเป็น
4-4.5%
จากเดิมที่ประเมินจะขยายตัว
3-4% เมื่อสามเดือนก่อน
แต่ยังคงประมาณการเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวเท่ากับ
3-4% ก่อนหน้านี้สองเดือนก่อน
สภาพัฒน์ฯ และ
กระทรวงการคลัง
ได้ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ขึ้นเป็น
4-4.5% และ 4.1% ตามลำดับ
|
เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจ |
2002 |
|
|
|
|
|
|
|
| |
มี.ค. |
เม.ย. |
พ.ค. |
มิ.ย. |
ก.ค. |
ส.ค. |
ก.ย. |
9เดือน |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (ปรับฤดูกาล) |
120.5 |
121.5 |
123.2 |
119.5 |
123.9 |
126.0 |
124.5 |
121.3 |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (%) |
8.6 |
9.2 |
8.7 |
5.9 |
9.7 |
11.5 |
9.8 |
7.3 |
|
อัตราการใช้กำลังการผลิต
(%) |
63.6 |
56.2 |
59.8 |
58.2 |
58.3 |
61.3 |
59.5 |
58.6 |
|
เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน |
2.6 |
3.5 |
3.5 |
1.7 |
5.0 |
3.6 |
3.4 |
3.1 |
|
- ยอดขายปลีก (%) |
15.4 |
16.5 |
8.9 |
11.1 |
8.8 |
n.a. |
n.a. |
12.2 |
|
- ยอดขายรถ (%) |
1.1 |
39.0 |
22.9 |
24.7 |
29.4 |
25.0 |
32.7 |
25.5 |
|
- ยอดขายรถจักรยานยนต์ (%) |
15.4 |
36.7 |
20.1 |
5.7 |
36.6 |
48.3 |
70.6 |
32.0 |
|
-
การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค
(%) |
-1.3 |
14.9 |
2.9 |
5.8 |
12.3 |
11.0 |
13.5 |
6.5 |
|
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน
(%) |
20.1 |
20.3 |
15.0 |
18.0 |
32.8 |
35.9 |
38.0 |
22.4 |
|
-
ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์
(%) |
42.4 |
27.1 |
12.4 |
31.0 |
62.0 |
66.9 |
81.7 |
44.5 |
|
- ยอดนำเข้าสินค้าทุน (%) |
-4.8 |
9.5 |
3.3 |
9.3 |
20.3 |
25.7 |
23.3 |
6.0 |
|
- ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ (%) |
50.5 |
12.9 |
9.0 |
21.0 |
31.3 |
31.4 |
22.0 |
25.5 |
|
ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ส่งออก |
5,561 |
4,777 |
5,759 |
5,627 |
5,537 |
6,067 |
6,216 |
48,998 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(-4.6) |
(1.1) |
(4.3) |
(4.4) |
(7.7) |
(8.1) |
(18.2) |
(2.8) |
|
- นำเข้า |
5,167 |
5,042 |
5,242 |
5,262 |
5,722 |
5,829 |
5,389 |
46,804 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(-9.3) |
(3.8) |
(-2.7) |
(5.5) |
(11.1) |
(19.4) |
(8.3) |
(1.3) |
|
- ดุลการค้า |
394 |
-265 |
517 |
365 |
-185 |
238 |
827 |
2,194 |
|
- ดุลบัญชีเดินสะพัด |
446 |
-119 |
630 |
509 |
247 |
847 |
985 |
4,900 |
|
- การเคลื่อนย้ายเงินทุน |
-514 |
163 |
253 |
342 |
21 |
-445 |
n.a. |
n.a. |
|
- ดุลการชำระเงิน |
-127 |
295 |
563 |
1,035 |
717 |
591 |
-1,036 |
3,052 |
|
- เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$) |
33.6 |
34.4 |
35.3 |
36.8 |
37.8 |
38.5 |
37.7 |
37.7 |
|
ภาคการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- เงินฝากธนาคารพาณิชย์ |
5,167 |
5,214 |
5,241 |
5,201 |
5,240 |
5,323 |
5,073 |
5,187 |
|
(YOY%) |
(5.3) |
(5.6) |
(5.6) |
(5.5) |
(6.1) |
(7.6) |
(2.4) |
(5.3) |
|
- สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ |
4,551 |
4,611 |
4,616 |
4,652 |
4,643 |
4,657 |
4,696 |
4,595 |
|
(YOY%) |
(-3.8) |
(-2.7) |
(-1.7) |
(-0.8) |
(-1.3) |
(-1.2) |
(1.6) |
(-2.3) |
|
- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม |
10.34 |
10.34 |
10.76 |
10.19 |
10.28 |
10.17 |
10.12 |
10.12 |
- ภาคการผลิต :
ในเดือน ก.ย.
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม
โตในอัตราที่ชะลอตัวลงเหลือ
9.84% จาก 11.5% ในเดือน ส.ค.
เช่นเดียวกับ
ส่วนดัชนีการผลิตปรับฤดูกาลแล้ว
อยู่ที่ระดับ 124.5 ในเดือน ก.ย.
จากระดับ 126 ในเดือน ส.ค.
การใช้กำลังการผลิตก็ลดต่ำลงเหลือ
59.5% จากระดับ 61.3 ในเดือน ส.ค.
ภาวะการชะลอตัวลงของภาคการผลิตในเดือน
ก.ย. เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.
เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
รวมถึงฝนยังตกหนักในภูมิภาคอื่นๆของประเทศ
นอกจากนี้โรงงานบางแห่งยังมีการปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว
ได้แก่ ปูนซีเมนต์,
แผ่นเหล็กรีดร้อนรีดเย็น
และอุตสาหกรรมบุหรี่
ก็ได้ถ่วงการผลิตในเดือน ก.ย.
อย่างไรก็ตามในบางภาคการผลิตยังมีการขยายตัวสูงต่อเนื่อง
ได้แก่
การผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์
และ
เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
เดือน ก.ย. ขยายตัว 3.1%
เป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ระดับ
3.4%
อย่างไรก็ตามเครื่องชี้การบริโภคที่สำคัญได้แก่
ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่ง
ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์
และ
ยอดนำเข้าสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค
ยังขยายตัวสูงเท่ากับ 32%, 70%
และ 13% ตามลำดับ
โดยเฉพาะยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน
พ.ค. 2543
โดยการเติบโตของภาคการบริโภคที่ยังแข็งแกร่งเป็นผลจากภาวะ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
และ ภาวะดอกเบี้ยต่ำ
- ภาคการลงทุน :
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวในอัตราสูงเท่ากับ
38% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.
2543 และ
เป็นการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักติดต่อกันมา
9 เดือน
นำโดยการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบระดับดัชนีปรากฏว่าเดือน
ก.ย. เท่ากับ 54.8 ลดลงจากเดือน
ส.ค. 54.8
เนื่องจากภาวะการก่อสร้างถูกกระทบจากปัญหาน้ำท่วม
สำหรับเครื่องชี้การลงทุนต่างๆล้วนขยายตัวสูง
ไม่ว่าจะเป็น
ยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
ยอดนำเข้าสินค้าทุน และ
ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์
ขยายตัวสูงเท่ากับ 81%, 23% และ 22%
โดยเฉพาะยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน
ธ.ค. 2542
- ภาคระหว่างประเทศ :
การส่งออกขยายตัวสูงถึง 18.2%
ขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี
สู่ระดับ 6,216
ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์
และ
ยังเป็นการขยายตัวที่เป็นบวกติดต่อกันเดือนที่
7 สำหรับยอดส่งออกรวม 9 เดือน
ขยายตัวขึ้นมาเป็น 2.8%
ทำให้กระทรวงพาณิชย์มีการปรับเป้าประมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น3.5-4%
จากเดิม 3.5%
การส่งออกที่แข็งแกร่งนำโดยผลิตภัณฑ์ทางด้านไฮเทค
และ
การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตร
สำหรับยอดนำเข้า
เติบโตเท่ากับ 8.3% สู่ระดับ
5,389 ล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นผลทำให้ดุลการค้าเกินดุลในระดับสูงถึง
827 ล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นการเกินดุลมากสุดนับตั้งแต่เดือน
มี.ค. 2543 สำหรับยอด 9 เดือน
ดุลการค้าเกินดุลเท่ากับ
2,193 ล้านเหรียญสหรัฐ
เมื่อเร็วๆนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเป้าการเกินดุลการค้าจาก
3,000 ล้านเหรียญ เป็น 3,500
ล้านเหรียญ
เมื่อรวมกับดุลบริการและดุลบริจาค
จะได้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเท่ากับ
985 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนดุลการชำระเงินขาดดุลมากถึง
1,036 ล้านเหรียญสหรัฐ
เนื่องจากมีการชำระเงิน IMF
จำนวน 735 ล้านเหรียญ
นับตั้งแต่ต้นปีมีการชำระคืนหนี้
IMF เท่ากับ 3.8 พันล้านเหรียญ
และ ยังคงเหลือหนี้กับ IMF
เท่ากับ 4.8 พันล้านเหรียญ
- ภาคการเงิน :
สภาพคล่องโดยรวมในเดือน ก.ย.
ยังสูงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง
1.85%
แม้ว่าสถาบันการเงินได้เตรียมสภาพคล่องไว้อย่างเพียงพอสำหรับ การชำระเงินค่าพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติ
สำหรับสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
(ปรับด้วยการตัดหนี้สูญ และ
การโอนไป AMC)
ขยายตัวเล็กน้อยเท่ากับ 2.9%
ในขณะที่เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ก็ขยายตัวต่ำเพียง
2.4% สำหรับเงินฝากในเดือน ก.ย.
อยู่ที่ระดับ 5,073 พันล้านบาท
ลดลงจากเดือน ส.ค.
ซึ่งอยู่ที่ 5,323 พันล้านบาท
คาดว่าเป็นผลจากการเตรียมสภาพคล่องไว้สำหรับการชำระเงินค่าพันธบัตร ออมทรัพย์ช่วยชาติ
สำหรับตัวเลข NPLs
ยังค่อนข้างทรงตัวที่ระดับ
10.12%
นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th |
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|