|
|
| | | 2
พฤษภาคม 2545 |
เศรษฐกิจเดือนมีนาคมแสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น
และธปท.ปรับเพิ่มเป้าหมายเศรษฐกิจ |
|
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนมีนาคม
แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคการผลิต
และ การลงทุนภาคเอกชน ที่ได้เติบโตพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยเป็นผลจากอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตในประเทศ
โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง อันเป็นผลจากภาวะฟื้นตัวของความต้องการบ้านจัดสรร, ดอกเบี้ยต่ำ
และ นโยบายรัฐบาลที่จะกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้การใช้จ่ายภาครัฐบาลได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ภาคการส่งออก และ ภาคการเงิน อย่างไรก็ตามยังเป็นภาคที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
โดยเฉพาะภาคส่งออกตัวเลขปรับลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 แต่ตัวเลขเดือน มี.ค. ก็เริ่มแสดงสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับในช่วง
7 เดือนที่ผ่านมา ด้วยภาพการฟื้นตัวของตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก
รวมถึงภาพเศรษฐกิจโลกก็เอื้ออำนวยมากขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้น
เป็นขยายตัว 2.5-3.5% จาก 2-3% ในปี 2545 และ เป็นขยายตัว 2.5-4% จาก 2.5-3.5% ในปี
2546 ทั้งนี้ในสัปดาห์ก่อนกระทรวงการคลังได้ประกาศปรับเป้าหมายการเติบโต ทางเศรษฐกิจขึ้นเช่นกัน
โดยประเมินว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัว 3.6% จากเดิม 3.4%
- ภาคการผลิต
: ได้แสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงสองปีที่ผ่านมา ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสูงถึง
8.4% ในเดือน มี.ค. สูงสุดนับ ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2543 เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตในประเทศ
โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง อันเป็นผลจากการฟื้นตัวของความต้องการบ้านจัดสรร
ภาวะดอกเบี้ยต่ำ และ นโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ส่วนการใช้กำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น
63.8% ในเดือนมี.ค. จากระดับ 55.4% ในเดือน ก.พ. เป็นการใช้กำลังการผลิตสูงสุดนับตั้งแต่ปีที่เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ
เดือน พ.ค. 2540 
- การบริโภคภาคเอกชน
: ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 1.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แต่ปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน สำหรับยอดจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปรับเพิ่มขึ้นเพียง
1.1% เรามองว่าเป็นผลจากที่ในช่วงมี.ค. ปีก่อนมีฐานที่สูงมาก และ อาจจะเป็นผลของการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นในช่วงเดือน
มี.ค. ส่วนยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงเหลือ 15.4% 
- การลงทุนภาคเอกชน
: การลงทุนภาคเอกชนเป็นภาคที่ยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงนี้ทั้ง การก่อสร้าง,
เครื่องมือ และ เครื่องจักร โดยเฉพาะยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์มียอดจำหน่ายขยายตัวสูงมากในช่วง
5 เดือนที่ผ่านมา และเป็นยอดจำหน่ายที่สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2540 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤต
สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ก็เติบโตอย่างมากถึง 42.2% เป็นการเติบโตสูงติดต่อกันมา
3 เดือน 
สำหรับการนำเข้าสินค้าทุน อย่างไรก็ตามยังขยายตัวติดลบเป็นเดือนที่
10 เรามองว่าเป็นผลของการใช้กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่มีความจำเป็นต้องขยายกำลังการผลิตทำให้ยอดการนำเข้าสินค้าทุน
มีการขยายตัวติดลบอย่างต่อเนื่อง - ภาคการคลัง
: การใช้จ่ายของรัฐบาลในเดือน มี.ค. ยังขยายตัวสูงถึง 39.9% สู่ระดับ 102,643
ล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานว่ารายจ่ายสำคัญ ได้แก่ รายจ่ายเงินอุดหนุนและเงินโอนให้แก่ส่วนท้องถิ่น
18.5 พันล้านบาท รายจ่ายให้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา 16 พันล้านบาท ในขณะที่รายรับของรัฐบาลในเดือนมี.ค.
เพิ่มขึ้น 24% จากการเพิ่มขึ้นของภาษีในส่วนต่างๆ
ในช่วงช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ
รัฐบาลมีการใช้จ่ายรวม 516.9 พันล้านบาท หรือ คิดเป็น 59.5% ของงบประมาณรายจ่ายปี
2545 ส่วนด้านรายรับมียอดรายรับ 370.9 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 45.1% ของประมาณการรายรับปี
2545 ในเดือน มี.ค.
รัฐบาลมีงบประมาณขาดทุน 25.9 พันล้านบาท สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ มียอดขาดดุลเท่ากับ
146 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 73% ของงบประมาณขาดดุลปี 2546 :
เดือนมี.ค. ยอดส่งออก 5,561 ล้านดอลลาร์ ยังขยายติดลบต่ออีก 4.61% เป็นการขยายตัวติดลบเป็นเดือนที่
10 แต่ยอดส่งออกในเดือน มี.ค. ก็มีภาพที่ดีขึ้นในรอบ 7 เดือน สำหรับในไตรมาสแรก ยอดส่งออกรวมขยายตัวติดลบ
6.3% ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้มีการปรับยอดส่งออกลดลงเหลือขยายตัวเพียง
1-3% จากเดิมที่ประเมินว่าจะขยายตัว 3-4% หากสมมติให้ปีนี้มียอดส่งออกขยายตัวเท่ากับ
3% นั้นหมายความว่าการส่งออกในช่วง 9 เดือนที่เหลือจะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเท่ากับ
5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบยอดส่งออกของประเทศเอเชียอื่นๆในไตรมาสแรก
ปรากฏว่าประเทศจีนมียอดส่งออกขยายตัวถึง 13.1% ในขณะที่ประเทศอื่นๆมียอดส่งออกขยายตัวติดลบ
คือ มาเลเซีย (-8.7%), อินโดนีเซีย (-15.7%), เกาหลีใต้ (-13.5%), ไต้หวัน (-11.3%),
ฮ่องกง (-10.9%) และ ฟิลิปปินส์ (-7.7%) จากภาพดังกล่าวสะท้อนถึงประเทศจีนได้พัฒนาจนขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลับ
ของประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่งออกสินค้าใกล้เคียงกัน และเป็นการสะท้อนถึงประเทศจีนสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด
ของประเทศเอเชียอื่นๆได้อย่างมาก ในอีกด้านภาคการนำเข้าปรากฏว่ายอดการนำเข้าเท่ากับ
5.1 พันล้านดอลลาร์ เป็นการปรับลดลงค่อนข้างมากถึง 9.3% ส่งผลให้ดุลการค้ายังเกินดุลเท่ากับ
394 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในเดือนมี.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการชำระหนี้เงินกู้
IMF เป็นจำนวน 700 ล้านดอลลาร์ ส่งผลทำให้ดุลการชำระเงินในเดือน มี.ค. ติดลบเท่ากับ
127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

- ภาคการเงิน
: สภาพคล่องโดยรวมเดือน มี.ค. ยังสูงมาก จากที่มีเงินฝากมากกว่าเงินกู้ถึง
619 พันล้านบาท แม้ว่าภาคการบริโภค และ การลงทุน จะมีการขยายตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
แต่ปรากฏว่ายังไม่เห็นการฟื้นตัวของการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ยอดสินเชื่อรวมยังติดลบ
3.9% ในเดือน มี.ค. แต่หากปรับผลการหักหนี้สูญและการโอนทางบัญชีไป AMCs แล้ว สินเชื่อมีการขยายตัวเล็กน้อยเพียง
1% จากสภาพคล่องทางการเงินยังอยู่ในระดับสูงทำให้ธนาคารบางแห่งมีการปรับลดดอกเบี้ยลง
แม้ว่าในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสองครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มี.ค.
และ 22 เม.ย. จะส่งสัญญาณให้ธนาคารพาณิชย์ตรึงดอกเบี้ย โดยการไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
| เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจ |
2001 | | | |
2002 | | | |
| |
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
ธ.ค. |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
3เดือน |
| ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (ปรับฤดูกาล) |
113.9 |
115.7 |
116.1 |
115.7 |
115.9 |
116.3 |
119.7 |
117.3 | |
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (%) |
-1.3 | 2.6 |
1.5 | 1.0 |
1.9 | 2.2 |
8.4 | 4.2 |
| อัตราการใช้กำลังการผลิต (%) |
53.1 | 55.5 |
55.7 | 55.1 |
55.8 | 55.4 |
63.8 | 58.3 |
| เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน | | | | | | | | |
| - ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน |
104.0 |
105.2 |
103.9 |
103.6 |
104.2 |
104.2 |
103.4 |
103.9 | |
- ยอดขายปลีก (%) | 2.7 |
8.0 | 7.5 |
1.0 | 9.8 |
n.a. | n.a. |
n.a. | |
- ยอดขายรถ (%) | 51.8 |
21.7 | 22.2 |
36.6 | 33.8 |
24.4 | 1.1 |
17.4 | |
- ยอดขายรถจักรยานยนต์ (%) |
8.9 | 23.1 |
22.1 | 17.1 |
40.5 | 25.6 |
15.4 | 25.6 |
| - การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค
(%) | -11.2 |
-9.6 | -9.4 |
-10.3 |
-0.6 | -0.3 |
-1.3 | -0.7 |
| เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน | | | | | | | | |
| - ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์
(%) | 1.7 |
11.7 | 12.1 |
-1.0 | 51.0 |
42.0 | 42.4 |
44.6 | |
- ยอดนำเข้าสินค้าทุน (%) |
-19.8 |
-11.9 |
-14.5 |
-19.6 |
-17.0 |
-8.7 | -4.8 |
-10.4 | |
- ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ (%) |
-8.0 | 2.6 |
29.0 | 41.6 |
29.2 | 20.8 |
50.6 | 33.9 |
| ภาครัฐบาล | | | | | | | |
6เดือน | |
- รายรับ (ล้านบาท) | 67,664 |
55,425 |
60,076 |
57,849 |
66,631 |
54,304 |
76,645 |
370,930 | |
- รายจ่าย (ล้านบาท) |
90,662 |
101,902 |
82,064 |
73,155 |
80,625 |
76,547 |
102,643 |
516,936 | |
- ดุลงบประมาณ (ล้านบาท) |
-22,998 |
-46,477 |
-21,988 |
-15,306 |
-13,994 |
-22,243 |
-25,998 |
-146,006 | |
- ดุลเงินสด (ล้านบาท) |
-13,656 |
-28,640 |
-23,131 |
-17,256 |
-17,177 |
-13,644 |
-38,048 |
-137,896 | |
ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$) | | | | | | | | |
| - ส่งออก |
5,257 |
5,285 |
5,276 |
4,965 |
4,719 |
4,735 |
5,561 |
15,015 | |
%เปลี่ยนแปลง | (-11.4) |
(-14.2) |
(-12.3) |
(-13.7) |
(-6.4) |
(-8.1) |
(-4.6) |
(-6.3) | |
- นำเข้า | 4,975 |
5,012 |
5,095 |
4,372 |
4,896 |
4,256 |
5,167 |
14,319 | |
%เปลี่ยนแปลง | (-6.8) |
(-15.0) |
(-8.7) |
(-18.1) |
(-8.0) |
(-13.7) |
(-9.3) |
(-10.2) | |
- ดุลการค้า | 282 |
273 | 181 |
593 | -177 |
479 | 394 |
696 | |
- ดุลบัญชีเดินสะพัด |
319 | 529 |
555 | 1,035 |
304 | 1,029 |
446 | 1,779 |
| - การเคลื่อนย้ายเงินทุน |
-731 | -620 |
-346 | -196 |
75 | -839 |
n.a. | n.a. |
| - ดุลการชำระเงิน |
-236 | 488 |
658 | 248 |
917 | 97 |
-127 | 887 |
| - เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$) |
32.6 | 33.1 |
33.3 | 33.0 |
33.8 | 34.0 |
33.6 | 33.6 |
| ภาคการเงิน | | | | | | | | |
| - เงินฝากธนาคารพาณิชย์ |
4,954 |
4,996 |
5,029 |
5,009 |
5,094 |
5,133 |
5,167 |
5,131 | |
(YOY%) | (4.6) |
(4.2) |
(4.0) |
(4.0) |
(4.6) |
(5.1) |
(5.3) |
(5.0) | |
- สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ |
4,624 |
4,541 |
4,502 |
4,448 |
4,436 |
4,511 |
4,548 |
4,498 | |
(YOY%) | (-2.6) |
(-5.2) |
(-5.8) |
(-5.8) |
(-5.9) |
(-4.2) |
(-3.9) |
(-4.7) | |
- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม |
12.90 |
12.09 |
11.90 |
10.46 |
10.49 |
10.32 |
n.a. | n.a. |
นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th |
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|