|
เมื่อวานสภาพัฒน์
ได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำไตรมาส
4/44 และ คาดหมายแนวโน้มปี 2545
ปรากฏว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4/44
ขยายตัวสูงถึง 2.1%
ซึ่งขยายตัวสูงสุดในปี 2544
ทำให้ทั้งปี 2544
เศรษฐกิจขยายตัว 1.8%
ต่ำลงเมื่อเทียบกับปี 2543
ที่ขยายตัว4.6%
อย่างไรก็ตามดีกว่าประมาณการครั้งก่อนของสภาพัฒน์ที่ประเมินเศรษฐกิจจะขยายตัว
1.5% และ
ดีกว่าประมาณการของบรรดานักวิเคราะห์ที่สำรวจโดยรอยเตอร์ที่คาดว่าจะขยายตัว
1.3-1.4%
ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส
4/44 ถึง 2.1%
นับว่าดีกว่าหลายๆประเทศ
กล่าวคือ สหรัฐ (+1.4%) ,
กลุ่มประเทศยุโรป (+0.6%) ,
ญี่ปุ่น (-2.2%) , ฮ่องกง (-1.6%) , สิงคโปร์
(-6.6%) , เกาหลีใต้ (+3%) , ไต้หวัน (-1.9%)
และ มาเลเซีย (-0.5%)
ปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยในปี
2544 สามารถโตได้คือ เกิดจาก
ปัจจัยการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัว
3.1% และ การลงทุน ที่ขยายตัว 4.5%
เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ในขณะที่ภาครัฐบาล และ
ภาคระหว่างประเทศ
ตัวเลขที่แท้จริงขยายตัวติดลบ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี
2545 สภาพัฒน์
ประเมินว่าจะขยายตัว 2-3%
เนื่องจาก
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวดีขึ้น
นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด
ทำให้การส่งออกขยายตัวดีขึ้น
แนวโน้มการบริโภค การลงทุน
ที่ฟื้นตัวดีขึ้น
เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ
และ
การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
และ
การใช้จ่ายภาครัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามอัตราการขยายตัวระดับ
2-3%
นับว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังไป
22 ปี ถึงปี 2522 อยู่ที่ 6%
ดังนั้นการขยายตัว 2-3%
จึงอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาต่างๆของประเทศได้
ไม่ว่าจะเป็น
ปัญหาการว่างงาน,
ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสถาบันการเงิน,
ปัญหาภาระหนี้สินที่สูงของรัฐบาล
ปัจจัยความเสี่ยง คือ
1.) ปัญหาภัยแล้ง 2.)
ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
3.)
การหดตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นหัวเรือหลักของเอเชีย
และ 4.)
ประเทศจีนได้ก้าวมาเป็นคู่แข่งในการผลิตสินค้าหลายอย่างแข่งกับไทย

- ด้านการผลิต (ตารางที่
1) :
ขยายตัวร้อยละ
3.9 ประกอบด้วย
การผลิตภาคการเกษตร
หมวดพืชผลและปศุสัตว์ขยายตัวร้อยละ
5.3
ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตข้าว
ยางพารา อ้อย
และไก่เนื้อซึ่งมีการขยายการผลิตเพื่อตอบสนองภาวะส่งออกที่ดีขึ้น
สำหรับหมวดประมงหดตัวร้อยละ
4.8
เนื่องจากปริมาณกุ้งส่งออกลดลง
การผลิตนอกภาคเกษตร
ขยายตัวร้อยละ 1.9
เท่ากันกับไตรมาสที่แล้ว
โดยสาขาที่ขยายตัวสูง
ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรม
ก่อสร้าง (+7.3%),
การบริการสุขภาพและสังคมสงเคราะห์
(4.9%) และคมนาคมขนส่ง (3.8%)
- ด้านการด้านการใช้จ่าย
(ตารางที่ 2) :
1.)
การใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัว
3.1%
โดยเฉพาะสินค้าประเภทคงทน
เช่น รถยนต์ และ
รถจักรยานยนต์
เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยต่ำ
และ
การออกมาตรการส่งเสริมการขายของค่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ
2.) การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัว
4.5%
เนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โดยเฉพาะบ้านจัดสรร
ทำให้การก่อสร้างขยายตัวมากขึ้น
3.) การใช้จ่ายภาครัฐบาล
แบ่งเป็นการใช้จ่ายของรัฐบาลที่แท้จริงหดตัว
2.7% และ
การลงทุนภาครัฐบาลที่แท้จริงลดลงถึง
11%
จากการลดลงของการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรร้อยละ
33.3
ส่วนใหญ่เป็นการลดลงในภาครัฐวิสาหกิจ
ในไตรมาสเดียวกันของปี 43
มีการนำเข้า
เครื่องบินและอุปกรณ์จำนวน
2 ลำ 4.) ภาคระหว่างประเทศ
ตัวเลขส่งออกสินค้าและบริการที่แท้จริงสุทธิ
เพิ่มขึ้น 8.55%
เทียบกับตัวเลขส่งออกสินค้าและบริการสุทธิในรูปดอลลาร์
ลดลง 4.9%
- แนวโน้มเศรษฐกิจปี
2545 :
สภาพัฒน์ได้คาดหมายว่าจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นเป็น
2-3%
เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ
ที่คาดหมายว่าจะขยายตัว 1.7-2.5%
หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่องถึง
11 ครั้ง จาก 6.5% เหลือ 1.75%
ในปีก่อน
จะช่วยหนุนการส่งออกของไทยให้มีการขยายตัวดีขึ้น
ทำให้คาดว่าการส่งออกจะขยายตัว
2-3% ในปี 2545
ภาวะดอกเบี้ยต่ำ
การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก
และ
มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐบาล
คาดหมายว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคมวลรวมภาคเอกชนขยายตัวเท่ากับ
3.6% และ
การลงทุนมวลรวมภาคเอกชนเท่ากับ
5%
ภาคระหว่างประเทศ
คาดหมายว่าดุลการค้าจะเกินดุลน้อยลง
เนื่องจากการนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทำให้ดุลการค้าเกินดุลเหลือ
1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เทียบกับที่เกินดุล 2.5
พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2544
ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล
5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่ดุลการชำระเงินคาดหมายว่าจะขาดทุนเล็กน้อย
เนื่องจาก
การชำระหนี้ของภาคเอกชน และ
การชำระคืนเงินกู้ IMF
ของธนาคารแห่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตามอัตราการขยายตัวระดับ
2-3%
นับว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังไป
22 ปี ถึงปี 2522 อยู่ที่ 6%
ดังนั้นการขยายตัว 2-3%
จึงอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาต่างๆของประเทศได้
ไม่ว่าจะเป็น
ปัญหาการว่างงาน,
ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสถาบันการเงิน,
ปัญหาภาระหนี้สินที่สูงของรัฐบาล
- ปัจจัยความเสี่ยง
คือ 1.) ปัญหาภัยแล้ง
ซึ่งจะมีผลต่อการผลิตภาคการเกษตรซึ่งคิดเป็น
7% ของ GDP 2.)
ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
อันเนื่องจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจปีก่อน
โดยตัวเลขหนี้เสียใหม่ และ
ตัวเลขหนี้ NPLs
ย้อนกลับยังเพิ่มต่อเนื่อง
3.)
การหดตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นหัวเรือหลักของเอเชีย
ปรากฏว่ายังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่เด่นชัด
และ 4.)
ประเทศจีนได้ก้าวมาเป็นคู่แข่งในการผลิตสินค้าหลายอย่างแข่งกับไทย
ตารางที่ 1
อัตราขยายตัวที่แท้จริง (real term)
ของ GDP
ด้านการผลิตเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว
(หน่วยร้อยละ)
|
|
2543 p |
2544 p1 |
2543 p |
2544 p1 |
|
|
|
|
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
|
ภาคการเกษตร |
4.8 |
1.5 |
2.6 |
10.4 |
4.7 |
3.1 |
0.9 |
1.4 |
-1.7 |
3.9 |
|
การเกษตร
การล่าสัตว์และการป่าไม้ |
5.7 |
1.7 |
5.0 |
10.0 |
6.8 |
2.9 |
0.0 |
1.8 |
-2.6 |
5.3 |
|
การประมง |
0.3 |
0.5 |
-9.3 |
12.4 |
-3.5 |
4.4 |
6.1 |
-0.2 |
1.8 |
-4.8 |
|
ภาคนอกการเกษตร |
4.6 |
1.8 |
7.3 |
5.6 |
2.1 |
3.6 |
1.8 |
1.9 |
1.9 |
1.9 |
|
การเหมืองแร่และย่อยหิน |
5.5 |
0.5 |
13.7 |
8.6 |
3.5 |
-2.8 |
-7.5 |
2.1 |
4.3 |
3.2 |
|
การอุตสาหกรรม |
6.0 |
1.3 |
9.5 |
8.5 |
3.0 |
3.6 |
1.2 |
1.5 |
0.8 |
1.5 |
|
การไฟฟ้า
ประปาและแยกก๊าซ |
9.9 |
6.2 |
11.6 |
13.5 |
2.7 |
12.3 |
6.1 |
5.9 |
8.9 |
3.9 |
|
การก่อสร้าง |
-9.4 |
-3.0 |
8.2 |
-12.0 |
-13.1 |
-18.7 |
-8.1 |
-12.9 |
3.0 |
7.3 |
|
การค้าส่งค้าปลีก
ซ่อมยานพาหนะและของใช้ |
3.8 |
1.5 |
3.5 |
5.7 |
3.0 |
3.2 |
3.3 |
2.2 |
0.3 |
0.2 |
|
โรงแรมและภัตตาคาร |
6.6 |
4.6 |
7.6 |
7.6 |
5.5 |
5.5 |
6.7 |
5.6 |
3.9 |
2.6 |
|
การขนส่ง
คมนาคมและคลังสินค้า |
7.8 |
3.6 |
10.5 |
4.0 |
6.7 |
9.7 |
3.2 |
4.3 |
3.1 |
3.8 |
|
การเงินการธนาคาร |
-6.1 |
1.3 |
-8.1 |
-6.4 |
-6.5 |
-3.0 |
0.4 |
1.2 |
1.7 |
2.1 |
|
การค้าอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจให้เช่า
และธุรกิจอื่นๆ |
2.9 |
2.5 |
7.2 |
5.6 |
-1.9 |
1.1 |
2.3 |
2.2 |
3.3 |
2.2 |
|
การบริหารราชการแผ่นดิน |
1.8 |
2.5 |
1.0 |
0.5 |
-0.3 |
6.0 |
2.7 |
1.4 |
3.9 |
1.8 |
|
การศึกษา |
3.1 |
-1.7 |
5.5 |
0.1 |
0.8 |
6.1 |
-2.8 |
-2.6 |
0.7 |
-2.0 |
|
การบริการสุขภาพและสังคมสงเคราะห์ |
4.3 |
5.4 |
7.0 |
3.2 |
4.5 |
2.8 |
4.6 |
5.2 |
6.9 |
4.9 |
|
การบริการชุมชน
สังคมและส่วนบุคคล |
6.6 |
2.9 |
9.1 |
7.2 |
6.4 |
3.9 |
3.3 |
4.0 |
1.8 |
2.7 |
|
บริการคนรับใช้ |
0.1 |
1.9 |
7.8 |
4.8 |
-0.9 |
-11.3 |
-2.6 |
5.4 |
3.0 |
2.4 |
|
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) |
4.6 |
1.8 |
6.8 |
6.0 |
2.3 |
3.5 |
1.7 |
1.8 |
1.6 |
2.1 |
ที่มา :
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ตารางที่ 2
อัตราขยายตัวที่แท้จริง (real term)
ของการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว
(หน่วยร้อยละ)
|
|
2543 p |
2544 p1 |
2543 p |
2544 p1 |
|
|
|
|
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
|
การใช้จ่ายของครัวเรือน |
4.9 |
3.4 |
7.3 |
6.7 |
3.2 |
2.7 |
3.8 |
3.9 |
2.9 |
3.1 |
|
การใช้จ่ายของรัฐบาล |
2.6 |
1.9 |
9.1 |
-2.6 |
6.7 |
-2.3 |
2.5 |
6.5 |
1.7 |
-2.7 |
|
การลงทุน |
10.9 |
0.4 |
25.8 |
9.8 |
7.4 |
1.6 |
3.3 |
-2.7 |
0.6 |
0.3 |
|
การลงทุนสินทรัพย์ถาวร |
5.5 |
0.8 |
25.1 |
-2.0 |
-1.1 |
2.9 |
-4.1 |
5.4 |
2.3 |
-0.2 |
|
เอกชน |
17.2 |
5.1 |
21.5 |
19.8 |
15.4 |
12.7 |
10.8 |
5.3 |
0.0 |
4.5 |
|
สาธารณะ |
-9.9 |
-6.6 |
30.3 |
-29.8 |
-17.0 |
-14.2 |
-24.1 |
5.9 |
5.3 |
-11.0 |
|
ส่วนเปลี่ยนสินค้าคงเหลือ |
522.1 |
-8.9 |
37.0 |
939.0 |
50.9 |
-15.8 |
103.1 |
-79.2 |
-24.6 |
8.8 |
|
การส่งออกสินค้าและบริการ |
17.6 |
-4.2 |
22.1 |
17.5 |
21.1 |
10.7 |
-2.0 |
-1.1 |
-8.7 |
-4.6 |
|
สินค้า |
22.4 |
-5.5 |
35.6 |
19.7 |
25.1 |
12.2 |
-3.5 |
-1.6 |
-10.6 |
-5.5 |
|
บริการ |
0.0 |
1.5 |
-14.3 |
8.6 |
4.6 |
4.7 |
4.6 |
1.2 |
0.9 |
-0.6 |
|
การนำเข้าสินค้าและบริการ |
27.3 |
-8.3 |
51.0 |
21.6 |
29.1 |
14.0 |
-3.5 |
-7.1 |
-12.7 |
-9.4 |
|
สินค้า |
32.2 |
-10.6 |
61.0 |
27.7 |
31.4 |
16.8 |
-6.0 |
-10.0 |
-14.4 |
-11.8 |
|
บริการ |
5.7 |
4.6 |
9.6 |
-4.7 |
18.3 |
1.3 |
11.4 |
9.6 |
-3.6 |
3.3 |
|
การใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศ |
4.0 |
3.5 |
4.4 |
5.9 |
3.8 |
2.0 |
3.5 |
5.2 |
2.6 |
3.0 |
ที่มา :
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ประมาณการเศรษฐกิจปี
2545
| |
2542 |
ตัวเลขเบื้องต้น |
ประมาณการ 2545 |
|
2543 |
2544 |
ณ 17 ธ.ค. 44 |
ณ 18 มี.ค. 45 |
|
GDP (ณ ราคาประจำปี :
พันล้านบาท) |
4,632.1 |
4,904.7 |
5,098.1 |
5,259.4 |
5,309.2 |
|
อัตราการขยายตัวของ GDP (ณ
ราคาคงที่, %) |
4.4 |
4.6 |
1.8 |
1.3 - 2.7 |
2.0 - 3.0 |
|
การลงทุนรวม (ณ ราคาคงที่,
%) |
-3.2 |
5.5 |
0.8 |
3.3 |
4.3 |
ภาคเอกชน (ณ ราคาคงที่, %)
|
-3.2 |
17.2 |
5.1 |
3.5 |
5.0 |
ภาครัฐ (ณ ราคาคงที่, %)
|
-3.1 |
-9.9 |
-6.6 |
3.0 |
3.0 |
|
การบริโภครวม (ณ ราคาคงที่,
%) |
4.1 |
4.6 |
3.2 |
3.8 |
4.2 |
ภาคเอกชน (ณ ราคาคงที่, %)
|
4.3 |
4.9 |
3.4 |
3.0 |
3.6 |
ภาครัฐบาล (ณ ราคาคงที่, %)
|
3.2 |
2.6 |
1.9 |
8.0 |
8.0 |
|
มูลค่าการส่งออกสินค้า (พันล้านดอลลาร์
สรอ.) |
56.8 |
67.9 |
63.2 |
64.3 |
64.6 |
อัตราการขยายตัว (%)
|
7.4 |
19.6 |
-6.9 |
1.5 |
2.3 |
|
มูลค่าการนำเข้าสินค้า (พันล้านดอลลาร์
สรอ.) |
47.5 |
62.4 |
60.7 |
63.5 |
63.5 |
อัตราการขยายตัว (%)
|
17.0 |
31.4 |
-2.8 |
3.7 |
4.6 |
|
ดุลการค้า (พันล้านดอลลาร์
สรอ.) |
9.3 |
5.5 |
2.5 |
0.8 |
1.2 |
|
ดุลบัญชีเดินสะพัด (พันล้านดอลลาร์
สรอ.) |
12.5 |
9.3 |
6.2 |
3.4 |
5.0 |
|
ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อ GDP (%) |
10.1 |
7.6 |
5.4 |
2.9 |
4.2 |
|
เงินเฟ้อ (%) |
|
|
|
|
|
ดัชนีราคาผู้บริโภค
|
0.3 |
1.5 |
1.6 |
2.0 |
1.6 |
GDP Deflator
|
-4.1 |
1.2 |
2.1 |
2.0 |
1.6 |
ที่มา :
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,
18 มีนาคม 2545
นักวิเคราะห์
: สุรชัย ประมวลเจริญกิจ Email : Surachai.p@kimeng.co.th |