|
กระแสการไหลเข้าของเม็ดเงินจากต่างชาติ นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญ
ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันตลาดให้ทะยานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง เช่นในรอบนี้นักลงทุนต่างชาติได้กลับทิศมาซื้อตั้งแต่วันที่
3 ม.ค. 2545 รวมแล้วซื้อสุทธิเท่ากับ 11,175 ล้านบาท ทำให้ดัชนีทะยานพุ่งขึ้นตั้งแต่ต้นปีจาก
305.2 จนขึ้นมาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 353.6 หรือเพิ่มขึ้น 48.4 จุด
หรือ 15.9% จากการศึกษาพฤติกรรมที่ต่างชาติเข้ามาลุยซื้อในตลาดหุ้นไทยหนักๆย้อนหลังไปถึงปี
ค.ศ. 1998 พบว่า ช่วงที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสูงแบบผิดปกติ
และ ติดต่อกัน จนมีผลทำให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง คือ (1) ช่วงวันที่
13 ม.ค. 98 - 3 ก.พ. 98 (2) ช่วงวันที่ 16 เม.ย. 99 - 22 มิ.ย. 99
และ ช่วงวันที่ 4 ม.ค. 01 - 25 ม.ค. 01 ซึ่งปรากฏว่าในสามช่วงดังกล่าว
ตลาดหุ้นไทยทะยานพุ่งขึ้นเท่ากับ +219.7จุด (+64.8%), +142จุด (+38.3%)
และ +67.7จุด (+24.9%) ตามลำดับ โดยเป็นผลของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลุยซื้อเท่ากับ
+27,410ล้านบาท, +14,410ล้านบาท และ +7,334ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อพิจารณาประกอบกับตลาดหุ้นในแถบเอเชียในตารางที่
2 ปรากฏว่า ทุกตลาดล้วนทะยานพุ่งขึ้นเหมือนๆกัน โดยเฉพาะในช่วง ช่วงวันที่
13 ม.ค. 98 - 3 ก.พ. 98 และ ช่วงวันที่ 16 เม.ย. 99 - 22 มิ.ย. 99
ซึ่งนักลงทุนต่างชาติได้เข้ามาซื้อสุทธิสูงมาก และ เป็นที่น่าสังเกตว่าตลาดหุ้น
TIP คือ ไทย, อินโดนีเชีย และ ฟิลิปปินส์ ใน 4 ช่วงเวลา ในตาราง
2 มีขนาดการเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างสอดคล้องกัน จากผลดังกล่าวสะท้อนถึงเวลาที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลุยซื้อหุ้น
จะเข้ามาซื้อทั้งภูมิภาค ไม่ได้เจาะจงตลาดใดตลาดหนึ่ง ดังนั้น
จุดสังเกตจุดเปลี่ยน หรือ Turning Point ของตลาด แนะนำให้ จับตา
(1) กระแส Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ และ (2) ทิศทางตลาดหุ้นในแถบภูมิภาคเอเชีย
โดยเฉพาะตลาดหุ้น TIP ซึ่งได้แก่ ไทย, อินโดนีเชีย และ ฟิลิปปินส์
ประกอบกัน อย่างไรก็ตามสาเหตุที่มักจะมีจุดเปลี่ยน และ จุด Turning
Point จนทำให้ตลาดหุ้นทรุดหนัก หลังจากที่หมดกระแสต่างชาติซื้อสุทธิคือ
เศรษฐกิจ และ ผลประกอบการของบริษัทไม่ฟื้นจริง โดยทั้งสามช่วงดังกล่าวในอดีต
สภาพคล่องจะมาก่อน หลังจากนั้น จะเกิดการคาดหมายว่า เศรษฐกิจ และ
ผลประกอบการของบริษัทจะฟื้น แต่เมื่อตัวเลขปรากฏหลังจากนั้นไม่เป็นไปตามที่คาด
จึงเกิดการผิดหวัง และ เกิดแรงขายตามมา ดังนั้น สถานการณ์ปัจจุบัน
จึงนับว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับพฤติกรรมในอดีต คือ สภาพคล่องจะนำทำให้ตลาดหุ้นขึ้น
หลังจากนั้นตลาดจะมีการคาดหวังว่าเศรษฐกิจ และ ผลประกอบการจะฟื้น
แต่ถ้าหากตัวเลขเศรษฐกิจ และ ผลประกอบการ ไม่พลิกฟื้นจริง ก็อาจจะสร้างความผิดหวัง
และ ตามมาด้วยแรงขายเหมือนกับที่เคยเกิดในอดีต
กราฟแสดงพฤติกรรมการเข้าซื้อหุ้นของต่างชาติเทียบกับ
SET Index

ตาราง 1 :
แสดงพฤติกรรมการเข้าซื้อหุ้นของต่างชาติ
|
ช่วงที่หุ้นขึ้นแรง |
เพิ่มขึ้น +จุด (%) |
ช่วงที่ต่างชาติลุยซื้อหนัก |
ซื้อสุทธิ (ล้านบาท) |
|
13ม.ค.98 - 3ก.พ.98 |
+219.7จุด (+64.8%) |
13 Jan 98 - 2 Mar 98 |
+27,410 |
|
16เม.ย.99 - 22มิ.ย.99 |
+142จุด (+38.3%) |
16 Apr 99 - 23 Jun 99 |
+14,410 |
|
4ม.ค.01 - 25ม.ค.01 |
+67.7จุด (+24.9%) |
4 Jan 01 - 25 Jan 01 |
+7,334 |
|
3ม.ค.02 - ??? |
+48.4จุด (15.9%) |
3 Jan 02 - ??? |
+11,175 |
ตาราง :
การเปลี่ยนแปลงตลาดหุ้นแถบเอเชียในช่วงที่หุ้นไทยขึ้นแรง
|
ตลาดหุ้น |
13ม.ค.98 - 3ก.พ.98 |
16เม.ย.99 - 22มิ.ย.99 |
4ม.ค.01 - 25ม.ค.01 |
3ม.ค.02 - ??? |
|
ไทย |
+219.7 (+64.8%) |
+142 (+38.3%) |
+67.7 (+24.9%) |
+48.4 (+15.9%) |
|
อินโดนีเชีย |
+186.6 (+53.3%) |
+263.2 (+58.5%) |
+54 (+13.1%) |
+53.5 (+14%) |
|
ฟิลิปปินส์ |
+553 (+36.1%) |
+302 (+13.9%) |
+242.2 (+16.7%) |
+174 (+14.9%) |
|
สิงคโปร์ |
+344.4 (+32.1%) |
+417.1 (+24.4%) |
+52.7 (+2.8%) |
+110.7 (+6.8%) |
|
มาเลเชีย |
+223.7 (+46.8%) |
+211.5 (+36.3%) |
+57.6 (+8.8%) |
+28.1 (+4.1%) |
|
เกาหลีใต้ |
+94 (+20.6%) |
+154 (+21.3%) |
+106.1 (+20.3%) |
+14.7 (+2%) |
- พฤติกรรมในช่วง
13ม.ค.98 - 3ก.พ.98
ตลาดหุ้นไทยในช่วง
13ม.ค.98 - 3ก.พ.98 เพิ่มขึ้น 219.7
(+64.8%) ขึ้นไปสูงสุดที่ 558.9
เป็นผลจากต่างชาติซื้อสุทธิ
27,410 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยพื้นฐานในช่วงนี้
ภาวะความไร้เสถียรภาพหลังจากการปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัวเมื่อวันที่
2 ก.ค. 2540 เริ่มดีขึ้น
โดยอัตราแลกเปลี่ยนแปลง
บาท/ดอลลาร์
เริ่มแข็งค่าขึ้นอย่างมากเหลือ
47.2 บาท/ดอลลาร์
หลังจากอ่อนสุดที่ 56.5 บาท/ดอลลาร์
อัตราดอกเบี้ย
เริ่มปรับลดลง
โดยเฉพาะอัตราอินเตอร์แบงก์เรต
เริ่มปรับลดลงเหลือ 21%
หลังจากที่ขึ้นไปสูงสุดที่
25-30% อย่างไรก็ตาม
การสั่งปิด 56
สถาบันการเงิน
การคุมเข้มของ IMF
ทำให้ภาวะเศรษฐกิจหดตัวอย่างแรง
รวมถึงได้ลามไปยังธนาคารพาณิชย์
จนรัฐฯต้องเข้าแทรกแซง
และ
ยังได้ลามไปยังประเทศ
อินโดนีเชีย และ
เกาหลีใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเชีย
เกิดความวุ่นวายทางการเมือง
ทำให้ตลาดทรุดลงใหม่รอบนี้ลงไปทำจุดต่ำใหม่ที่
207 ในเดือน ก.ย. 98
- พฤติกรรมในช่วง
16เม.ย.99 - 22มิ.ย.99
ตลาดหุ้นไทยในช่วง
16เม.ย.99 - 22มิ.ย.99 เพิ่มขึ้น +142จุด
(+38.3%) ขึ้นไปสูงสุดที่ 545.9
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 99
เป็นผลจากต่างชาติซื้อสุทธิ
+14,410ล้านบาท
สำหรับปัจจัยพื้นฐานในช่วงนี้
อัตราดอกเบี้ยได้ปรับลดลงมากจน
MLR เหลือเพียง 9.75%
จากสูงสุดที่ 15.5% และ
อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารพาณิชย์ก็ปรับลดลงเหลือ
1.75-2%
อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากเป็น
37.5 บาท/ดอลลาร์
นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ศาลล้มละลายกลางผ่าน
มีการตั้งหน่วยงานปรับโครงสร้างหนี้ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับลดลง
ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
การส่งออกขยายตัวโดยได้รับอนิสงค์จากเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตสูง
อย่างไรก็ตามผลของ Liquidity Trap
คือ กับดักสภาพคล่อง
แม้ว่าดอกเบี้ยจะลด
แต่กลับปรากฏว่าเศรษฐกิจไม่ฟื้นจริง
รวมถึงสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ย
Fed Fund Rate
จึงทำให้ตลาดหุ้นในช่วงครึ่งปีหลังปี
1999 เกิดพลิกผัน
ตลาดหุ้นได้ทรุดต่อเนื่อง
จนลงมาต่ำสุดในปี 1999 ที่
367 ในเดือน ต.ค.
- พฤติกรรมในช่วง
4ม.ค.01 - 25ม.ค.01
ตลาดหุ้นไทยในช่วง
4ม.ค.01 - 25ม.ค.01 เพิ่มขึ้น +67.7จุด
(+24.9%) ขึ้นไปสูงสุดที่ 339.7
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2001
เป็นผลจากต่างชาติซื้อสุทธิ
+7,334ล้านบาท
สำหรับปัจจัยพื้นฐานในช่วงนี้
การชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย
ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ
พร้อมทั้งตลาดคาดหวังสูงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นการ ตั้ง TAMC,
กองทุนหมู่บ้าน,
นโยบายพักหนี้เกษตรกร
ฯลฯ
ทำให้คาดหมายว่าเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลใหม่จะพลิกมาเติบโตในระดับ
4-6%
อย่างไรก็ตามตลาดหลังจากนั้นได้ทรุดลงหลังปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นจริง
สถาบันการเงินยังไม่สามารถทำงานได้ปกติแม้ว่าจะมีการตั้ง
TAMC
รวมถึงมีปัจจัยแทรกซ้อนจากภายนอกคือ
เศรษฐกิจสหรัฐ และ
การก่อวินาศกรรมในสหรัฐ
ทำให้ดัชนีในช่วงต่อมาทรุดลงไปต่ำสุดที่
265 เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2001
- พฤติกรรมในปัจจุบัน
3ม.ค.02 - ???
ตลาดหุ้นไทยในช่วง
4ม.ค.01 ปัจจุบัน
เพิ่มขึ้น +48.4จุด (+15.9%)
เป็นผลจากต่างชาติซื้อสุทธิ
+11,175 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยพื้นฐานในช่วงนี้
ยังเป็นประเด็นเรื่องสภาพคล่องที่ช่วยผลักดันตลาด
โดยอัตราดอกเบี้ยของต่างประเทศที่อยู่ต่ำกว่าของไทยทำให้เกิดกระแสเงินไหลเข้า
และ
ดอกเบี้ยภายในประเทศลดลง
ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาร์/พี
จาก 2.25% เหลือ 2%
การคาดหวังเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนปัจจัยต่างประเทศได้เกิดกระแสการคาดหมายว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวในไตรมาส
2-3 ดังนั้น
การปรับตัวสูงขึ้นของตลาดหุ้นในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องสภาพคล่อง
และ
การคาดหมายว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวทั่วโลก
รวมถึงไทย
แต่ถ้าหากตัวเลขเศรษฐกิจ
และ ผลประกอบการ
ไม่พลิกฟื้นจริง
ก็อาจจะสร้างความผิดหวัง
และ
ตามมาด้วยแรงขายเหมือนกับที่เคยเกิดในอดีต
|