|
|
|
|
| 19
พฤศจิกายน 2544 |
ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักเกินเหตุ คาดแนวโน้มช่วงปลายปี
มกราคมปีหน้า ฟื้นตัว
|
|
แนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงปลายปี
ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า
คาดหมายว่าจะเริ่มค่อยๆฟื้นตัว
หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีการทรุดตัวลงอย่างรุนแรงเกิดกว่าเหตุ
อย่างไรก็ตามลักษณะการฟื้นตัวเป็นรูปแบบการรีบาวด์หลังจากที่ทรุดหนัก
เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆของโลก
โดยยังมีไม่มีลักษณะเป็นขาขึ้น
เพราะ
ภาวะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศยังนับว่าดีกว่าหลายประเทศ ที่เศรษฐกิจไทยเป็นลักษณะชะลอตัว
ในขณะที่หลายประเทศมีลักษณะเข้าสู่ภาวะการหดตัว
ทั้งนี้
เราสังเกตข้อมูลสถิติย้อนหลังกลับไปหลายปีพบว่าตลาดหุ้นในช่วงปลายปี
หรือไม่ก็เดือนมกราคม
จะมีลักษณะเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นหลายๆแห่งทั่วโลก
หรือเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
Year end rally, Santa Claus gift, January effect
ดังนั้น
เราจึงประเมินตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปี
ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม
จะค่อยๆฟื้นตัวกลับไปที่บริเวณ
300
- ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ
นับตั้งแต่เกิดวิกฤติก่อวินาศกรรมในสหรัฐ
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544
ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงรุนแรงสุดเป็นอันดับสอง
โดยในปัจจุบันยังเคลื่อนไหวบริเวณจุดต่ำสุด
ยังไม่มีการฟื้นตัว
ในขณะที่หลายตลาดสามารถฟื้นตัวจนขยับขึ้นเป็นบวก
โดยเฉพาะประเทศสหรัฐ
ประเทศแถบยุโรป
รวมถึงประเทศเอเชีย
ที่พัฒนาแล้ว ได้แก่
ญี่ปุ่น ฮ่องกง
โดยได้แรงกระตุ้นจากสงครามในอัฟกานิสถานมีแนวโน้มที่จะไม่ยืดเยื้อยาวนาน
และยังเป็นสงครามแบบจำกัดขอบเขต
รวมถึงผู้ก่อการร้ายไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อวินาศกรรมเพิ่มเติมอีก
รวมถึงการคาดหมายว่า
เศรษฐกิจสหรัฐในปีหน้าจะเป็นประเทศนำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
จากการกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดยการปรับลดดอกเบี้ย Fed
Fund Rate เหลือเพียง 2% และ
การอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจำนวน
1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยปรากฏว่ายังแทบไม่มีการฟื้นตัว
ตั้งแต่เกิดการก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่
11 ก.ย. 2544
|
ตลาดหุ้น |
ดัชนี10-11/9/01 |
จุดต่ำสุด |
%Chg |
ดัชนี
15/11/01 |
%Chg |
|
สหรัฐ (Dow Jones) |
9,605.51 |
8,235.81 |
-14.26% |
9,872.39 |
2.78% |
|
สหรัฐ (Nasdaq) |
1,695.38 |
1,423.19 |
-16.05% |
1,900.57 |
12.10% |
|
อังกฤษ (FTSE) |
5,033.70 |
4,433.70 |
-11.92% |
5,238.20 |
4.06% |
|
เยอรมนี (DAX) |
4,670.13 |
3,787.23 |
-18.91% |
5,006.33 |
7.20% |
|
ฝรั่งเศส (CAC40) |
4,383.00 |
3,652.00 |
-16.68% |
4,577.00 |
4.43% |
|
ญี่ปุ่น (NIKKEI) |
10,292.95 |
9,504.41 |
-7.66% |
10,489.89 |
1.91% |
|
ฮ่องกง (HSKI) |
10,417.36 |
8,934.20 |
-14.24% |
11,239.39 |
7.89% |
|
สิงคโปร์ (ST) |
1,566.76 |
1,241.29 |
-20.77% |
1,432.17 |
-8.59% |
|
มาเลเซีย (KLSE) |
690.54 |
592.26 |
-14.23% |
632.50 |
-8.41% |
|
อินโดนีเซีย (JKSE) |
445.48 |
367.07 |
-17.60% |
378.38 |
-15.06% |
|
ฟิลิปปินส์ (PHCOMP) |
1,294.09 |
979.34 |
-24.32% |
1,015.86 |
-21.50% |
|
ไทย (SET) |
330.37 |
265.22 |
-19.72% |
268.28 |
-18.79% |
- เศรษฐกิจของไทยไม่ถึงกับติดลบ
แต่ตลาดหุ้นกลับติดลบหนักกว่า
เป็นเรื่องไม่สมเหตุผล
จากข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส
3 ของประเทศต่างๆ
ปรากฏว่า
บางประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยจนติดลบ
เช่น ประเทศสหรัฐ 0.4%, สิงคโปร์
5.6%
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส
3/44 ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง
1-1.5%
นับว่าดีกว่าหลายประเทศ
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจปี
2544 จากประมาณการของ IMF
เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2%
เทียบกับประเทศอื่นๆ
สหรัฐ +1.3%, ญี่ปุ่น 0.5%, สิงคโปร์
0.2%, ฮ่องกง 0.6%, ไต้หวัน 1%
ดังนั้น
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจึงดีกว่าหลายๆประเทศ
และเมื่อยิ่งเทียบตลาดหุ้นไทย
กับตลาดหุ้นต่างประเทศ
จากตารางข้างต้น
ที่ปรากฏว่าตลาดหุ้นไทยดิ่งลงหนัก
และยังฟื้นตัวไม่มาก
จึงเป็นลักษณะที่ไม่สมเหตุผล
อย่างไรก็ตามเรายังคาดหมายว่าเศรษฐกิจไทยจะยังไม่ฟื้นตัวในระยะอันใกล้
และ
อาจจะยังยืดเยื้อกินเป็นเวลานานหลายปี
ดังนั้นลักษณะแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะยาวจึงคาดหมายว่า
SET Index
จะแกว่งตัวในกรอบระหว่าง
ฐาน
ซึ่งเป็นจุดต่ำปีก่อนและปีนี้ที่
250-265
กับจุดยอดในปีนี้ที่ตลาดรับปัจจัยบวกการคาดหวังนโยบายรัฐบาลใหม่เต็มที่บริเวณ
330-350

|
|
World
Economic Indicators by IMF |
| |
|
1999 |
2000 |
2001F |
2002F |
|
|
|
|
|
|
|
|
Economic Growth Rates |
3.6 |
4.7 |
2.6 |
3.5 |
|
Advanced economies |
3.4 |
3.8 |
1.3 |
2.1 |
|
|
United States |
4.1 |
4.1 |
1.3 |
2.2 |
| |
European Union (EU) |
2.7 |
3.4 |
1.8 |
2.2 |
|
|
Japan |
0.8 |
1.5 |
-0.5 |
0.2 |
|
Developing countries |
3.9 |
5.8 |
4.3 |
5.3 |
|
|
Asia |
6.1 |
6.8 |
5.8 |
6.2 |
|
|
China |
7.1 |
8.0 |
7.5 |
7.1 |
|
|
Singapore |
5.9 |
9.9 |
-0.2 |
4.0 |
|
|
Taiwan |
5.4 |
6.0 |
-1.0 |
4.0 |
|
|
ASEAN |
2.8 |
5.0 |
2.4 |
4.1 |
|
|
Indonesia |
0.8 |
4.8 |
3.0 |
4.3 |
|
|
Malaysia |
6.1 |
8.3 |
1.0 |
4.8 |
|
|
Philippines |
3.4 |
4.0 |
2.5 |
3.5 |
|
|
Thailand |
4.2 |
4.4 |
2.0 |
4.0 |
|
Countries in transition |
3.6 |
6.3 |
4.0 |
4.1 |
| |
Central & Eastern Europe |
2.0 |
3.8 |
3.5 |
4.2 |
|
|
Russia |
5.4 |
8.3 |
4.0 |
4.0 |
พฤติกรรมตลาดหุ้นทั่วโลก
และ ไทยจะขึ้นไม่ปลายปี
ก็ต้นปี

จากกราฟรูปต้น
เป็นพฤติกรรมของตลาดหุ้นไทย
ที่โดยปกติหุ้นมักจะขึ้น
ในช่วงปลายปี หรือต้นปี
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆของโลก
โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ
ทั้งดัชนีดาวโจนส์ และแนสแด็ก
เมื่อย้อนดูพฤติกรรมตลาดหุ้นจะเกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนๆกัน
จนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
Year end rally, Santa Claus gift และ January effect
- บ่อยครั้งวิกฤตที่หุ้นทรุดหนักเป็นโอกาส

จากกราฟข้างต้นแสดง
SET Index
ตั้งแต่มีตลาดหุ้นไทยในปี
ค.ศ.1975 ซึ่งอยู่ในรูป Log Scale (หมายถึงทุกระดับมีเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนเท่ากัน)
ซึ่งจากกราฟที่บ่อยครั้งเมื่อเกิดวิกฤตต่างๆ
โดยไม่ได้เกิดจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ
จะเป็นจังหวะในการเข้าช้อนซื้อหุ้นเมื่อ
SET Index ลงมาถึงเส้น Long Term Support
Trend Line
ที่ได้ลากผ่านจุดต่ำต่างๆ
และ
ครั้งนี้เรามองว่าเศรษฐกิจไทยไม่ถึงกลับไปทรุดใหม่
เหมือนเมื่อปี พ.ศ. 2540-2541
แต่เป็นลักษณะชะลอตัว
และยังไม่ฟื้นตัวเท่านั้น
ดังนั้นการที่หุ้นทรุดหนักในช่วงที่ผ่านมาจึงมองว่าวิตกเกินเหตุ
นักวิเคราะห์:
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ Ext.
1420
surachai.p@yuanta.co.th
|
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer

|