|
|
|
|
| 13
กันยายน 2544 |
ประเมินผลกระทบที่จะมีต่อตลาดหุ้นไทย
หลังเกิดเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ
|
|
การก่อวินาศกรรมครั้งรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์
จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ
ล้มตาย เป็นจำนวนมาก และ
สร้างความเสียหาย
ในสิ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐ
คือ
ศูนย์กลางทางการเงิน
เศรษฐกิจของสหรัฐ คือ
ตึก เวิลด์เทรด
เซ็นเตอร์ และ
หน่วยงานที่มีแสนยานุภาพที่สุดในโลก
คือ ตึกเพนทากอน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ
จนมีผลกระทบต่อตลาดทุน
ตลาดเงิน และ ตลาดสินค้า
เช่นน้ำมัน ทองคำ
จนทำให้เมื่อวานทางการของไทยได้สั่งให้หยุดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยเป็นการชั่วคราว
ซึ่งเรามองว่าตลาดหุ้นไทยจะยังได้รับผลกระทบด้านลบ
อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐาน
จากความเสี่ยง
ในความตึงเครียดของสถานการณ์ดังกล่าว
เรามองถึงโอกาสผลกระทบหลังจากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม
ดังนี้
- สหรัฐมีโอกาสค่อนข้างแน่นอนที่จะตอบโต้เหตุการณ์ดังกล่าว
แต่ปัญหาของสหรัฐคือ
การหาเป้าหมายของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
และ
ลักษณะวิธีการตอบโต้
ซึ่งในปัจจุบัน
ประเทศที่เป็นศัตรูของสหรัฐ
เช่น อัฟกานิสถาน, อรัก,
อิหร่าน, ลีเบีย และ
ประเทศอื่นๆแถบตะวันออกกลาง
ทำให้เกิดความกังวลถึงขั้นจะเป็นสงครามระหว่างประเทศ
- หากสหรัฐมีการตอบโต้
อาจจะได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มประเทศอาหรับ
ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันอย่างน้อยในระยะสั้น
ปรับตัวสูงขึ้น
- การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน
จะส่งผลทำให้
สถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐ
และ ญี่ปุ่น
ที่อ่อนแออยู่แล้ว
เลวร้ายลงไปอีก
จนอาจมีผลทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย
- การหยุดการทำการชั่วคราวของสายการบินสหรัฐ
จะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยว
และ การขนส่งคมนาคม
ซึ่งจะมีผลลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
- ความกังวลหลักอีกประการคือ
ผลกระทบระยะยาวต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ซึ่งการบริโภคมวลรวมมีสัดส่วนถึง
2 ใน 3
ของระบบเศรษฐกิจรวมของสหรัฐ
- นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเชื่อว่า
ธนาคารกลางสหรัฐ
รวมถึงธนาคารกลางประเทศอื่นๆ
จะร่วมมือกันในการปรับลดดอกเบี้ย
เพื่ออัดฉีดสภาพคล่อง
สร้างฐานของตลาดการเงิน
เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ดังกล่าว
ได้ปรากฏชัด ใน
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
อัตราแลกเปลี่ยน และ
ตลาดทุน ทั่วโลก
ราคาน้ำมัน ได้ปรับขึ้น
6.3% เมื่อวาน
ในขณะที่ราคาทองคำปรับขึ้น
5.3%
แต่ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างมีเสถียรภาพ
สำหรับผลต่อตลาดหุ้น
ปรากฏว่า
ตลาดหุ้นทั่วโลก
ปรับตัวลดลงประมาณ 4-12%
ในขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์คยังปิดทำการซื้อขาย
|
|
10/09/2001 |
% chng |
11/09/2001 |
% chng |
12/09/2001 |
|
Commodities |
|
|
|
|
|
|
Brent 1Mth FOB Asia (US$) |
27.74 |
6.31% |
29.49 |
-2.20% |
28.84 |
|
Gold (US$) |
271.50 |
5.34% |
286.00 |
-3.50% |
276.00 |
|
|
|
|
|
|
|
|
Currencies |
|
|
|
|
|
|
Baht/US$ |
44.61 |
0.70% |
44.30 |
-0.18% |
44.38 |
|
Singapore $/US$ |
1.7503 |
0.82% |
1.736 |
-0.03% |
1.7366 |
|
Philippine peso/US$ |
51.10 |
-0.20% |
51.20 |
0.08% |
51.16 |
|
Indonesia rupiah/US$ |
9,060 |
-0.28% |
9,085 |
0.83% |
9,010 |
|
Japanese yen/US$ |
121.00 |
1.54% |
119.17 |
-0.13% |
119.32 |
|
|
|
|
|
|
|
|
Equities |
|
|
|
|
|
|
Japan Nikkei 225 |
10,195.69 |
0.95% |
10,292.95 |
-6.63% |
9,610.10 |
|
Hong Kong - Hang Seng |
10,366.32 |
0.49% |
10,417.36 |
-8.87% |
9,493.62 |
|
Singapore - ST Times Ind |
1,558.45 |
0.53% |
1,566.76 |
-7.42% |
1,450.45 |
|
Korea - Kospi |
550.73 |
-1.84% |
540.57 |
-12.02% |
475.60 |
|
Indonesia - JSX Index |
443.60 |
0.42% |
445.48 |
-3.51% |
429.85 |
|
Philippines - Composite |
1,297.19 |
-0.24% |
1,294.09 |
-4.07% |
1,241.39 |
แนะนำหุ้นให้เน้นที่หุ้นที่ต้านกระแสตลาด
(Defensive Stocks) ที่มีคุณสภาพ
และกำไรพลิกฟื้น
หากวันนี้ตลาดหุ้นเปิดทำการเราคาดหมายว่า
หุ้นประเภทที่แปรปรวนมากกว่าตลาด
เช่น
กลุ่มธนาคารพาณิชย์
เงินทุนหลักทรัพย์ และ
พัฒนาที่ดิน
จะเป็นกลุ่มที่ถูกกดดันจากแรงขายหนัก
เนื่องจากตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา
กลุ่มเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่ากับ
12.6%, 15.5% และ 23.9% ตามลำดับ
|
Sector |
31/07/2001 |
11/09/2001 |
% chng |
|
SET |
297.69 |
330.37 |
10.98% |
|
Property |
37.09 |
45.97 |
23.94% |
|
Building Material |
1596.3 |
1960.39 |
22.81% |
|
Textile |
302.21 |
364.86 |
20.73% |
|
Finance |
743.63 |
859.06 |
15.52% |
|
Telecom |
51.08 |
58.55 |
14.62% |
|
Banking |
145.24 |
163.53 |
12.59% |
|
Transportation |
45.96 |
50.5 |
9.88% |
|
Energy |
3220.19 |
3414.8 |
6.04% |
|
Entertainment |
44.42 |
47.08 |
5.99% |
|
Hotel |
137.34 |
144.09 |
4.91% |
|
Electronics |
589.88 |
611.72 |
3.70% |
เรามองว่าความเสี่ยงในการปรับตัวจะถูกจำกัดในกลุ่มที่เป็น
Defensive Stocks เช่น กลุ่มพลังงาน
และ กลุ่มบันเทิง
ซึ่งทั้งสองกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น
6%
ในช่วงเดือนเศษๆที่ผ่านมา
และที่สำคัญคือ
สองกลุ่มดังกล่าวเป็นหุ้นที่มีคุณภาพสูง
และ
มีกำไรที่กำลังพลิกฟื้น
สำหรับหุ้นที่เราได้ปรับลดเกรดจากเหตุการณ์ดังกล่าวคือ
หุ้นการบินไทย (THAI)
เราได้เปลี่ยนคำแนะนำจาก
ซื้อ เป็น ขาย
เนื่องจากการก่อวินาศกรรมดังกล่าว
ได้ส่งผลกระทบด้านลบต่ออุตสาหกรรมสายการบินทั่วโลก
ในขณะเดียวกันเรายังได้เน้นแนะนำหุ้น
PTTEP
เนื่องจากมีราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมมาก
และ
ได้ประโยชน์จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน
กลุ่มธนาคารพาณิชย์
(BANKING)
เนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมากลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวสูงขึ้น
12.6%
ซึ่งยังไม่มีพัฒนาการด้านบวกของปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจน
แต่เป็นเรื่องของการคาดการณ์การจัดตั้ง
TAMC
และเป็นเรื่องเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นมากกว่า
การแก้ไขกฏหมาย TAMC
ยังค้างที่วุฒิสภา
การก่อวินาศกรรม
จะทำให้เหตุผลการไหลเข้าของเม็ดเงินจากต่างชาติดูไม่น่าสนใจ
เรายังคงแนะนำ ลดน้ำหนักการลงทุน
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์
ถ้าหากมีการอ่อนตัวลงของราคาหุ้นอย่างรุนแรง
หลังจากที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้
ถ้าหากมีแรงเก็งกำไรเข้ามา
ในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ได้แก่
BBL, SCB
ซึ่งคำแนะนำในปัจจุบันคือ
ถือ
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง
(BUILDING MATERIALS)
เราแนะนำให้ ลดน้ำหนักการลงทุน
ในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
โดยในอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์
เราคาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงของ
ตลาดภายในประเทศอันสืบเนื่องมาจากความต้องการบ้านที่อยู่อาศัยสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม
สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะไปหักล้างกันกับการหดตัวอย่างรวดเร็วในอัตรากำไร
ที่อยู่ในระดับต่ำของตลาดส่งออกจากที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ผู้ผลิตปูนซิเมนต์อาจจะได้รับการอนุมัติให้ขึ้นราคาปูนซิเมนต์ราว
2-5%
ภายในอีกสองเดือนข้างหน้า
แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะไปหักล้างกันกับการที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น
ซึ่งต้นทุนค่าพลังงานนั้นคิดเป็นราว
40-50%
ของโครงสร้างต้นทุนของผู้ผลิตปูนซิเมนต์
ผลสุทธิก็คือการเติบโตของผลกำไรของบริษัทมีจำกัด
โดยเฉพาะสิ่งนี้จะเป็นจริงมากๆ
สำหรับบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย
(SCC) หรือปูนใหญ่
เนื่องจากผลกำไรที่แย่ลงในอีกสองธุรกิจหลักคือ
ปิโตรเคมีและกระดาษ
แม้ว่าบมจ.ปูนซิเมนต์นครหลวง
(SCCC) หรือปูนกลาง
กำลังมีผลกำไรและกระแสเงินสดที่น่าประทับใจ
สิ่งเหล่านี้ก็ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว
เราแนะนำให้ ขายทำกำไร
สำหรับหุ้นผู้ผลิตปูนซิเมนรายใหญ่ที่สุดสองรายนี้
บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์
(TASCO)
ซึ่งเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวดีขึ้น
เมื่อเร็วๆ
นี้ราคาหุ้นของบริษัทได้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นภายหลังจากการเซ็นสัญญากู้เงินเพื่อไถ่ถอน
หุ้นกูแปลงสภาพสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
(ECD)
ที่ผู้ถือมีสิทธิขายคืนได้
จำนวน 46.7
ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่จะครบกำหนดขายคืนได้อีกในวันที่
19 กันยายน
เราคาดว่าผลกำไรในไตรมาสสามของบริษัทจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นจากที่รัฐบาล
จะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนในช่วงใกล้สิ้นสุดปีงบประมาณ
แม้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้อัตรากำไรลดลงชั่วคราวในส่วนของธุรกิจยางมะตอย
เราก็ยังคงคำแนะนำให้ ซื้อ
หุ้น TASCO
โดยมีราคาเป้าหมายที่ 22
บาท
กลุ่มสื่อสารฯ
เรายังคงคำแนะนำ
เพิ่มนำหนักการลงทุน
สำหรับหุ้นในกลุ่มสื่อสารฯ
เนื่องจาก
หุ้นส่วนใหญ่ยังมีราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมอยู่มาก
ยกเว้น บมจ. แอ็ดวานซ์
อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)
ที่อาจจะต้องเผชิญต่อแรงขายค่อนข้างมาก
ถ้านักลงทุนต่างชาติดึงเม็ดเงินออกจากตลาดทุน
อย่างไรก็ตาม
เราเชื่อว่าความเสี่ยงขาลงดังกล่าวจะค่อนข้างจำกัดที่ไม่เกิน
15%
สำหรับหุ้นในกลุ่มที่น่าสนใจลงทุน
คือ บมจ. ชิน
คอร์ปอเรชั่น (SHIN)
ซึ่งนับว่าให้โอกาสในการลงทุนที่ถูกกว่าสำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน
ประเทศไทยที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อเปรียบเทียบกับ ADVANC
นอกจากนั้น การกระจายการลงทุนในบริษัทลูกต่าง
ๆ ไม่ว่าจะเป็น
บริการสื่อสารดาวเทียม,
อินเตอร์เนท และ
โทรทัศน์
ส่วนหุ้นในกลุ่มฯตัวอื่นที่น่าสนใจในแง่ของอัตราการเติบโตที่ดี
คือ บมจ. เทเลคอมเอเซีย (TA)
และ บมจ. ยูไนเต็ด คอมมิวนิเคชั่น
อินดัสตรี (UCOM) แต่แม้ว่า
หุ้นทั้งสองจะยังมีราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะอ่อนตัวในช่วง
กลุ่มพลังงาน
กลุ่มพลังงานจัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้
โดยที่ ปตท.
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม
(PTTEP) และ บ้านปู (BANPU)
จะเป็น 2
บริษัทที่จะได้รับผลดีจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก
ปรับตัวสูงขึ้นและราคาถ่านหินที่คาดว่าจะสูงขึ้นตามด้วย
PTTEP
เป็นหุ้นที่เราให้น้ำหนักการลงทุนมากที่สุดในกลุ่มเนื่องจากการที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น
และการเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นจะทำให้รายได้และผลกำไรในปีนี้ของ
PTTEP โดดเด่นมาก
โดยเราประมาณการว่า PTTEP
จะมียอดขายเติบโต 28%
และผลกำไรเพิ่มขึ้น 68%
เมื่อเทียบกับปีก่อน
ราคาปัจจุบันของ PTTEP
ก็ซื้อขายกันต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามวิธีคิดลดกระแสเงินสด
(DCF) ของเราที่ 164 บาทอยู่ 23.2%
อีกทั้งในระยะยาวเรายังมองว่า
PTTEP
จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกจากการที่
ปตท.
จะดำเนินการสร้างท่อส่งก๊าซเส้นที่
3 แล้วเสร็จในปี 2549
ซึ่งจะทำให้ PTTEP
สามารถที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นได้อีก
และขณะนี้ทาง PTTEP
กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเข้าซื้อหุ้นของ
Medco Energi
ซึ่งเป็นบริษัทของอินโดนีเซียเพื่อที่จะเพิ่มปริมาณสำรองของน้ำมันดิบให้มากขึ้น
เราแนะนำ ซื้อ
PTTEP
จากผลของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็จะทำให้ราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นด้วย
ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับ BANPU
โดยที่หลังจากที่ BANPU
ได้ซื้อเหมือง Indocoal
ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งจะมีการทำการแปลงเงินกู้จำนวน
54
ล้านเหรียญเป็นส่วนของเจ้าของรวมเป็นบริษัทย่อยที่
BANPU จะถือหุ้นใน Indocoal
ทั้งสิ้น 95%
ในกลางปีหน้านั้น
จะทำให้ BANPU
มีปริมาณถ่านหินสำรองเพิ่มขึ้นจาก
82 ล้านตันเป็น 264 ล้านตัน
จากการรวม Indocoal
เป็นบริษัทย่อยในปีหน้านี้เองจะทำให้รายได้และผลกำไรของ
Indocoal จะเข้ามารวมในงบของ
BANPU บางส่วน
โดยที่เราคาดว่ารายได้ของ
BANPU จะเพิ่มขึ้น 19%
ในปีหน้า
ราคาปัจจุบันของ BANPU
ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมที่
43 บาทอยู่ 36% เราแนะนำ
ซื้อ
หุ้นกลุ่มพลังงานอีกตัวที่เราแนะนำ
ซื้อ คือ บมจ. ผลิตไฟฟ้า (EGCOMP)
เนื่องจากมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมที่
59 บาทอยู่ 39.4% อีกทั้ง EGCOMP
ยังมีโครงการที่จะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่
2.425 เมกกะวัตต์เป็น 5.000
เมกกะวัตต์ภายในปี 2546
ด้วยการซื้อโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบันบางส่วนและขยายกำลัง
การผลิตเองด้วยอีกส่วนหนึ่ง
โดยที่โครงการทั้งหมดส่วนใหญ่ของ
EGCOMP
จะมีการทำสัญญาซื้อขายระยะยาว
25 ปี (PPA)
กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
(EGAT) จึงทำให้ EGCOMP
เป็นบริษัทที่มีความมั่นคงในเรื่องของรายได้และผลการดำเนินงาน
อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอีกด้วย
กลุ่มบันเทิง
หุ้นในกลุ่มบันเทิงมีความผันผวนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาด
เนื่องจาก
หุ้นในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินเป็นเงินสดสุทธิ
(net cash)
และสามารถทำรายได้ที่มั่นคงจากโครงสร้างธุรกิจที่ค่อนข้างผูกขาด
บมจ. บีอีซี เวิลด์ (BEC)
เป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างธุรกิจดังกล่าว
โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าโฆษณาของช่อง
3 ขณะที่คู่แข่งคือ ช่อง 7
ก็มีการปรับขึ้นค่าโฆษณาเช่นกันในเดือนตุลาคมนี้แม้ว่าการใช้จ่ายในการโฆษณา
โดยรวมชะลอตัวลง, BEC
ยังมีเงินสดถึง 3.77
พันล้านบาทขณะที่ต้นทุนของบริษัทมีลักษณะที่ค่อนข้างคงที่
นอกจากนี้
ยังมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะทำการซื้อหุ้นคืนและแตกพาร์ซึ่งส่งทำให้หุ้นมีความ
น่าสนใจมากขึ้น ในปีนี้
เราคาดว่า
รายได้ของบริษัทจะเติบโตเพิ่มขึ้น
24% เป็น 6,232 ล้านบาท
กำไรเพิ่มขึ้น 32% เป็น 2,041
ล้านบาท
โดยราคาที่เหมาะสมของ BEC
อยู่ที่ 284 บาทต่อหุ้น
อิเลคโทรนิคส์
เราคาดว่าหุ้นอิเล็คโทรนิคส์จะโดนผลลบจากความไม่แน่นอนของการใช้สินค้า
คงคลังและการฟื้นตัวของธุรกิจอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่อนตัวของการบริโภคและการลงทุนของบริษัทต่าง
ๆ ที่มีอิทธิพลมาก
เนื่องจากตลาดสหรัฐบริโภค
1 ใน 3 ของอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ในตลาดโลกโดยรวม
นอกจากนั้นความผกผันของค่าเงิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่าง
ดอลล่าร์สหรัฐ เยนญี่ปุ่นและเงินบาท
จะทำให้บริษัทต่าง ๆ
เพิ่มความเสี่ยงเรื่องอัตราค่าเงินอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
เรายังมองแนวโน้มของหุ้นอุปกรณ์เกี่ยวกับการบริโภคและ
PC ไม่ดี หุ้นเหล่านี้คือ CCET<ขาย>
CIRKIT<ขาย> และ KRP <ถือ>
ในด้าน CCET
มีความกังวลอยู่ที่คำสั่งซื้อเครื่องพิมพ์แบบหมึกจาก
HP ซึ่งสูงถึง 70% ของยอดขาย
อาจจะถูกกระทบหากอุปสงค์ชะลอตัวลงและกำไรขั้นต้นจะอยู่ในภาวะลำบาก
ในส่วนของ CIRKIT
เนื่องจากผลิต IC
ราคาต่ำอย่างเดียว
จะถูกผลกระทบในการตัดราคาและยอดขายลดลง
นอกจากการหดตัวของ PC
แล้วก็จะทำให้การฟื้นตัวของ
KRP เป็นไปได้ยากขึ้น
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจธุรกิจ
PCBA ของ HANA <ซื้อลงทุน>
และ DELTA <ซื้อ>
อาจได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ของสินค้าเฉพาะอย่างขยายตัว
ประมาณว่า 30% ของยอดขาย HANA
เป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย
เช่น
บัตรพนักงานหรือบัตรรักษาความปลอดภัย
ซึ่งอาจขยายตัวจากการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย
นอกจากนั้นไม่ว่าระบบการรักษาความปลอดภัยใด
ก็ต้องใช้เครื่องแปลงไฟที่มีคุณภาพ
DELTA
จึงอาจได้รับผลบวกเพราะทั้งกลุ่มมีส่วนครองตลาดโลกอยู่มากที่สุด
คือ 1 ใน 3
และผลิตสินค้าคุณภาพดี
ส่วน KCE
ก็จะถูกกระทบโดยอุปสงค์อ่อนตัว
บวกกับการเพิ่มกำลังการผลิตราว
50% ในปีนี้
โดยมีสัดส่วนของสินค้ารถจากยุโรปเพิ่มขึ้น
35% ของยอดขาย
แต่ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลงมากก็น่าจะเป็นการดีที่จะเข้าซื้อ
เนื่องจากปัจจุบันซื้อขายกันถูกที่
2-3 เท่า ของ EV/EBITDA แต่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวสูง
กลุ่มโรงแรม
กลุ่มนี้น่าจะได้รับผลกระทบจากการหดตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก
จากการที่กลัวว่าความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับตะวันออกกลางจะขยายวงกว้างขึ้น
โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นที่นิวยอร์กและวอชิงตัน
น่าจะมีผลลบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรปจะยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง
ออกไปจากความกลัวเรื่องความปลอดภัย
นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียก็เช่นเดียวกันอาจเลื่อนการเดินทางออกไป
แต่ถึงแม้จะมาเขาเหล่านั้นก็ใช้เวลาและใช้จ่ายเงินในเมื่องไทยน้อยกว่านักท่องเที่ยวชาวยุโรป
แต่แม้ว่าเราได้นำปัจจัยลบเรื่องการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาคิดแล้ว
หุ้นกลุ่มโรงแรมก็ยังดูน่าสนใจอยู่
ซึ่งเรามีคำแนะนำ ซื้อ
หุ้น RGR แต่ ขายทำกำไร
ใน CENTEL
หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น
19% อาทิตย์ที่แล้ว
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์
เมื่อตลาดเปิดให้ทำการซื้อขายอีกครั้งหนึ่ง
เราคาดว่าหุ้นกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มที่ถูกเทขายอย่างหนัก
ที่สุด
นักลงทุนยังคงสามารถทำกำไรได้ในระดับหนึ่งจากที่ราคาหุ้นทั้งกลุ่มโดยเฉลี่ย
ได้ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนสิงหาคมขึ้นมาถึง
23.9%
เราไม่คิดว่าการโจมตีจากผู้ก่อการร้ายในสหรัฐจะมีผลต่อการซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับต่ำ
และความจริงที่ว่าที่ดินยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงอย่างหนึ่งสำหรับคนไทย
เราคาดว่ายอดขายบ้านเดี่ยวจะยังคงแข็งแกร่งต่อไป
หากแต่สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ได้สะท้อนในราคาหุ้นไปบ้างแล้ว
ราคาหุ้นของ บมจ.โนเบิลดิเวลลอปเมนท์
(NOBLE) บมจ.แผ่นดินทองพร๊อพเพอร์ตี้
(GOLD) บมจ.สัมมากร (SAMCO) และบมจ.แสนสิริ
(SIRI)
ปัจจุบันซื้อขายกันที่ต่ำกว่าราคาเป้าหมายของเราราว
20% หรือน้อยกว่านี้
ขณะที่ราคาหุ้น บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์
(LH) และบมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์
(QH)
ซื้อขายกันที่สูงกว่าราคายุติธรรมที่เราประมาณการไว้
ณ จุดนี้ เราแนะนำให้ ขายทำกำไร
สำหรับหุ้นของทุกบริษัทที่ว่ามานี้
อย่างไรก็ตาม
เราแนะนำให้ ซื้อ หุ้น
LH QH GOLD และ NOBLE
ตลอดจนหุ้นผู้ประกอบกิจการศูนย์การค้าสองแห่งคือ
บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ
บมจ.เอ็มบีเคพร๊อพเพอร์ตี้
(MBK-PD)
เมื่อราคาหุ้นเหล่านี้ปรับตัวลงมาได้ราว
10% หรือมากกว่าแล้ว
กลุ่มขนส่ง
กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเรา
ปรับเปลี่ยน คำแนะนำ บมจ.การบินไทย
(THAI) จาก ซื้อ เป็น ขาย
เนื่องจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันซึ่งจะมีผลกระทบต่อต้นทุนของการบินไทย
อย่างมาก (การบินไทยไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยงในเรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง)
ยิ่งไปกว่านั้นการบินไทยยังต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินที่จะไปสู่อเมริกา
และแคนาดาในบางเที่ยวรวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรป
ซึ่งคาดว่าจะมีการยกเลิกเที่ยวบินหรือเลื่อนแผนการท่องเที่ยวมายังประเทศไทย
ในระยะยาวแล้วการบินไทยยังต้องประสบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความปลอดภัยและค่าเบี้ยประกัน
จากเหตุผลดังกล่าวทำให้เราคาดว่าการบินไทยจะไม่สามารถที่จะขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน
400
ล้านหุ้นได้ทันภายในกำหนดเดิมในเดือนพฤศจิกายน
แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารแล้วก็ตาม
ซึ่งแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนนี้เพื่อเป็นการลดหนี้สิน/ทุนซึ่งสูงถึง
17 เท่าในปัจจุบัน
และยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับการบินไทยอีกด้วย
ในทางกลับกันหุ้นของบริษัททางด่วนกรุงเทพ
(BECL : ซื้อ)
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการใช้ทางที่อาจจะลดลงบ้างแต่ราคาหุ้นก็ยัง
คงถูกอยู่โดยราคาปัจจุบันต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมที่
30 บาท อยู่ 66%
ในขณะที่ผลกำไรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปริมาณการใช้ทางด่วน
ที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนและการจ่ายหนี้คืนในบางส่วน
ปริมาณการใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น
4.2%
จากปีที่แล้วในเดือนสิงหาคมเป็น
601,000 คัน/วัน
ในขณะเดียวกันบริษัทได้จ่ายชำระหนี้จำนวน
202 ล้านบาท
ในเดือนที่แล้วทำให้จำนวนการจ่ายหนี้คืนทั้งหมดในปีนี้เป็นจำนวน
1.193 พันล้านบาท
กลุ่มอื่น
ๆ
บมจ.
เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนักจากเหตุการณ์ที่สหรัฐ
โดยมีสาเหตุมาจาก 1)
รายได้จากการส่งออกกุ้งไปสหรัฐ
มีสัดส่วนเพียง 4%
ของรายได้รวม 2)
บริษัทย่อย คือ CP-USA
ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 3%
ของรายได้รวม
ตั้งอยู่ที่รัฐอาลาบัลมาซึ่งอยู่ตอนใต้ของสหรัฐ
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้
เราคาดว่าราคาไก่ส่งออกจะเริ่มปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
แต่เมื่อเร็ว ๆ
นี้มีการพบโรควัวบ้าในประเทศญี่ปุ่นซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาไก่ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
โดยรวมแล้ว CPF
เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและนับเป็นหุ้นที่น่าสนใจ
เราคาดว่า
ในปีนี้บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น
10.9% เป็น 3,757 ล้านบาท โดยมี PER
ที่ 5.85 เท่า
ราคาเป้าหมายของหุ้นอยู่ที่
67 บาท
หุ้น บมจ.
บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์
(BIGC)
มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
32.8%
นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมโดยปรับขึ้นไปสูงสุดที่
23
บาทเท่ากับราคาเป้าหมายของเราที่
23 บาท อย่างไรก็ตาม
ถ้าหุ้นมีการปรับตัวลงมาหลังจากตลาดเปิดให้มีการซื้อขายอีกครั้ง
จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะลงทุนในหุ้นตัวนี้
BIGC
มีแผนเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง
โดยจะเปิดสาขาอีก 2
แห่งในปีนี้และ 5
แห่งในปี 2002 และ 2003
นอกจากนั้น
บริษัทยังมีโครงการที่จะทำซูปเปอร์มาร์เก็ต
ขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง
คือ Leader Price เราคาดว่า
กำไรสุทธิของบริษัทจะขยายตัว
21% ในปีนี้เป็น 932
ล้านบาทและเพิ่มขึ้น 15%
ในปีหน้าเป็น 1,070 ล้านบาท
|
Yuanta
Earnings Summary
|
|
|
|
11/09/2001
|
Fair
Value
|
Net
Profit
|
EPS
|
PER
|
|
Stock
|
Rec
|
Price
|
2000
|
2001F
|
2002F
|
2000
|
2001F
|
2002F
|
2000
|
2001F
|
2002F
|
|
Agribusiness
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CPF
|
BUY
|
57.50
|
67.00
|
3,388
|
3,757
|
4,152
|
8.82
|
9.83
|
10.87
|
6.52
|
5.85
|
5.29
|
|
GFPT
|
BUY
|
25.50
|
29.00
|
105
|
536
|
332
|
1.78
|
7.73
|
10.50
|
14.36
|
3.30
|
2.43
|
|
Bank
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BAY
|
SELL
|
6.00
|
4.52
|
(8,530)
|
(1,547)
|
(1,092)
|
(4.61)
|
(0.84)
|
(0.59)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
BBL
|
HOLD
|
38.00
|
48.75
|
(18,687)
|
5,767
|
12,981
|
(12.74)
|
3.93
|
8.85
|
Na
|
9.67
|
4.29
|
|
BOA
|
SELL
|
6.20
|
1.21
|
(4,118)
|
(4,680)
|
195
|
(0.88)
|
(1.00)
|
0.04
|
Na
|
Na
|
148.31
|
|
BT
|
HOLD
|
19.50
|
15.52
|
535
|
777
|
979
|
0.11
|
0.52
|
0.66
|
180.06
|
37.47
|
29.66
|
|
DTDB
|
SELL
|
6.50
|
4.16
|
(12,626)
|
140
|
653
|
(7.47)
|
0.08
|
0.39
|
Na
|
78.70
|
16.81
|
|
KTB
|
HOLD
|
11.00
|
11.00
|
76,259
|
(4,045)
|
9,985
|
6.82
|
(0.36)
|
0.89
|
1.61
|
Na
|
12.32
|
|
SCB
|
HOLD
|
19.50
|
21.93
|
3,560
|
2,058
|
6,432
|
1.14
|
0.66
|
2.06
|
17.09
|
29.57
|
9.46
|
|
TFB
|
SELL
|
19.00
|
19.37
|
1,265
|
(268)
|
5,844
|
0.54
|
(0.11)
|
2.48
|
35.34
|
Na
|
7.65
|
|
TMB
|
SPECULATIVE
BUY
|
6.20
|
2.36
|
(25,064)
|
477
|
2,068
|
(6.26)
|
0.12
|
0.52
|
Na
|
51.67
|
11.92
|
|
Building
Material
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
SCC
|
TAKE
PROFIT
|
468.00
|
650.00
|
41
|
7,051
|
5,714
|
0.30
|
58.80
|
47.60
|
1,560.00
|
7.96
|
9.83
|
|
SCCC
|
TAKE
PROFIT
|
154.00
|
156.00
|
952
|
2,161
|
2,279
|
3.80
|
8.60
|
9.10
|
40.53
|
17.91
|
16.92
|
|
TASCO
|
BUY
|
14.75
|
22.00
|
(318)
|
47
|
57
|
(2.40)
|
0.40
|
0.40
|
Na
|
36.88
|
36.88
|
|
Chemical
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ATC
|
SELL
|
3.00
|
2.00
|
(4,760)
|
(3,049)
|
(2,154)
|
(11.90)
|
(7.62)
|
(5.39)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
NPC
|
TAKE
PROFIT
|
32.75
|
43.00
|
2,160
|
1,286
|
1,894
|
6.97
|
4.15
|
6.11
|
4.70
|
7.89
|
5.36
|
|
VNT
|
BUY
|
4.80
|
9.60
|
(135)
|
664
|
1,339
|
(0.15)
|
0.74
|
1.48
|
Na
|
6.49
|
3.24
|
|
Commerce
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BIGC
|
BUY
|
21.25
|
23.00
|
774
|
932
|
1,070
|
0.99
|
1.20
|
1.37
|
21.46
|
17.71
|
15.51
|
|
BJC
|
BUY
|
25.25
|
44.00
|
535
|
588
|
766
|
3.37
|
3.70
|
4.82
|
7.49
|
6.82
|
5.24
|
|
ICC
|
HOLD
|
172.00
|
180.00
|
471
|
533
|
606
|
16.19
|
18.35
|
20.84
|
10.62
|
9.37
|
8.25
|
|
LOXLEY
|
TRADING
BUY
|
8.50
|
16.30
|
(1,686)
|
1,968
|
83
|
(27.34)
|
17.75
|
0.72
|
Na
|
0.48
|
11.81
|
|
MAKRO
|
HOLD
|
46.00
|
57.00
|
1,027
|
1,060
|
1,097
|
4.28
|
4.42
|
4.57
|
10.75
|
10.41
|
10.07
|
|
Commun
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ADVANC
|
BUY
|
482.00
|
505.00
|
38,588
|
54,590
|
59,433
|
24.44
|
27.35
|
27.56
|
19.72
|
17.62
|
17.49
|
|
JASMIN
|
SELL
|
5.00
|
11.50
|
(783)
|
(429)
|
(187)
|
(2.10)
|
(1.15)
|
(0.50)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
SATTEL
|
BUY
|
32.75
|
36.00
|
711
|
1,493
|
2,207
|
1.62
|
3.41
|
5.05
|
20.22
|
9.60
|
6.49
|
|
SHIN
|
BUY
|
18.50
|
23.75
|
2,384
|
3,339
|
4,673
|
8.10
|
11.30
|
15.80
|
2.28
|
1.64
|
1.17
|
|
TA
|
BUY
|
15.00
|
26.00
|
(3,308)
|
(2,831)
|
(741)
|
(1.13)
|
(0.97)
|
(0.25)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
TT&T
|
SELL
|
4.30
|
4.00
|
(4,420)
|
229
|
(1,038)
|
(3.93)
|
0.08
|
(0.04)
|
Na
|
53.75
|
Na
|
|
UCOM
|
BUY
|
24.50
|
52.00
|
460
|
1,287
|
1,830
|
1.10
|
3.00
|
4.27
|
22.27
|
8.17
|
5.74
|
|
Electric
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CEI
|
Buy
|
206.00
|
280.00
|
564
|
810
|
708
|
29.97
|
43.03
|
37.61
|
6.87
|
4.79
|
5.48
|
|
METCO
|
Buy
|
83.50
|
100.00
|
346
|
527
|
581
|
15.73
|
23.92
|
26.38
|
5.31
|
3.49
|
3.17
|
|
Energy
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BANPU
|
BUY
|
27.50
|
43.00
|
(814)
|
2,314
|
3,423
|
(3.88)
|
11.04
|
16.34
|
Na
|
2.49
|
1.68
|
|
BCP
|
SELL
|
7.90
|
5.00
|
(1,557)
|
(2,099)
|
(1,041)
|
(2.98)
|
(4.02)
|
(1.99)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
EGCOMP
|
BUY
|
35.75
|
59.00
|
1,216
|
2,348
|
3,948
|
2.32
|
4.47
|
7.53
|
15.41
|
8.00
|
4.75
|
|
LANNA
|
HOLD
|
39.00
|
53.00
|
(6)
|
59
|
65
|
(0.18)
|
1.70
|
1.86
|
Na
|
22.94
|
20.97
|
|
PTTEP
|
BUY
|
126.00
|
164.00
|
5,433
|
9,132
|
10,571
|
8.33
|
14.01
|
16.21
|
15.13
|
8.99
|
7.77
|
|
RATCH
|
HOLD
|
16.00
|
16.75
|
145
|
2,579
|
5,713
|
0.27
|
1.78
|
3.94
|
59.26
|
8.99
|
4.06
|
|
Entertainment
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BEC
|
BUY
|
258.00
|
284.00
|
1,545
|
2,041
|
2,644
|
7.73
|
10.20
|
13.22
|
33.38
|
25.29
|
19.52
|
|
CVD
|
SELL
|
7.70
|
6.30
|
3
|
5
|
8
|
0.11
|
0.10
|
0.14
|
70.00
|
77.00
|
55.00
|
|
GRAMMY
|
HOLD
|
87.50
|
98.00
|
317
|
226
|
265
|
6.34
|
4.51
|
5.31
|
13.80
|
19.40
|
16.48
|
|
UBC
|
SELL
|
9.50
|
12.00
|
(2,081)
|
(1,931)
|
(1,663)
|
(2.75)
|
(2.55)
|
(2.20)
|
Na
|
Na
|
Na
|
|
Electronics
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CCET
|
SELL
|
27.25
|
22.00
|
1,175
|
1,233
|
1,166
|
3.89
|
4.08
|
3.86
|
7.00
|
6.68
|
7.06
|
|
CIRKIT
|
SELL
|
14.25
|
10.00
|
562
|
276
|
209
|
11.40
|
5.60
|
4.24
|
1.25
|
2.54
|
3.36
|
|
DELTA
|
BUY
|
226.00
|
280.00
|
4,042
|
4,263
|
4,255
|
34.65
|
36.55
|
36.37
|
6.52
|
6.18
|
6.21
|
|
HANA
|
BUY
|
66.50
|
80.00
|
2,002
|
1,192
|
1,619
|
12.99
|
7.73
|
10.50
|
5.12
|
8.60
|
6.33
|
|
KCE
|
BUY
|
53.50
|
60.00
|
520
|
449
|
603
|
18.33
|
15.82
|
21.25
|
2.92
|
3.38
|
2.52
|
|
KRP
|
SWITCH/
HANA, DELTA
|
4.50
|
4.50
|
(374)
|
148
|
201
|
(1.53)
|
0.42
|
0.57
|
Na
|
10.78
|
7.95
|
|
Food
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
MFG
|
SELL
at Bt52
|
47.00
|
48.50
|
107
|
29
|
156
|
3.32
|
0.91
|
4.82
|
14.16
|
51.65
|
9.75
|
|
SSC
|
BUY
|
182.00
|
155.00
|
490
|
606
|
765
|
18.85
|
23.30
|
29.43
|
9.66
|
7.81
|
6.18
|
|
TUF
|
HOLD
|
67.50
|
60.00
|
1,510
|
1,888
|
2,354
|
10.42
|
13.03
|
16.25
|
6.48
|
5.18
|
4.15
|
|
Hotel
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CENTEL
|
TAKE
PROFIT
|
23.75
|
26.00
|
154
|
312
|
336
|
1.71
|
3.47
|
3.73
|
13.91
|
6.84
|
6.36
|
|
RGR
|
BUY
|
14.25
|
28.00
|
218
|
318
|
353
|
1.60
|
2.30
|
2.60
|
8.91
|
6.20
|
5.48
|
|
Mining
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
PDI
|
BUY
|
14.00
|
26.00
|
218
|
690
|
774
|
1.31
|
3.05
|
3.42
|
10.69
|
4.59
|
4.09
|
|
Property
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
CPN
|
TAKE
PROFIT
|
48.00
|
53.00
|
308
|
567
|
620
|
3.08
|
5.66
|
6.19
|
15.58
|
8.48
|
7.75
|
|
GOLD
|
TAKE
PROFIT
|
7.40
|
9.30
|
(174)
|
81
|
86
|
(0.52)
|
0.13
|
0.14
|
Na
|
56.92
|
52.86
|
|
LH
|
TAKE
PROFIT
|
34.25
|
34.00
|
216
|
1,401
|
1,489
|
0.30
|
2.20
|
2.40
|
114.17
|
15.57
|
14.27
|
|
MBK-PD
|
TAKE
PROFIT
|
24.75
|
36.00
|
320
|
430
|
434
|
1.60
|
2.20
|
2.20
|
15.47
|
11.25
|
11.25
|
|
NOBLE
|
TAKE
PROFIT
|
3.50
|
4.20
|
15
|
30
|
234
|
0.16
|
0.11
|
0.86
|
21.88
|
31.82
|
4.07
|
|
QH
|
TAKE
PROFIT
|
5.30
|
4.70
|
(1,283)
|
98
|
105
|
(2.38)
|
0.12
|
0.13
|
Na
|
44.17
|
40.77
|
|
SAMCO
|
TAKE
PROFIT
|
24.75
|
31.00
|
75
|
78
|
83
|
1.70
|
1.70
|
1.80
|
14.56
|
14.56
|
13.75
|
|
SIRI
|
TAKE
PROFIT
|
4.70
|
4.60
|
750
|
43
|
58
|
2.84
|
0.15
|
0.21
|
1.65
|
31.33
|
22.38
|
|
Pulp
& Paper
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
AA
|
SELL
|
14.50
|
12.00
|
629
|
(460)
|
222
|
1.18
|
(0.86)
|
0.42
|
12.29
|
Na
|
34.52
|
|
PPPC
|
BUY
|
38.50
|
64.00
|
2,090
|
1,469
|
1,869
|
18.87
|
13.33
|
16.88
|
2.04
|
2.89
|
2.28
|
|
Textile
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BRC
|
BUY
|
10.75
|
22.00
|
48
|
592
|
722
|
0.49
|
6.07
|
7.41
|
21.94
|
1.77
|
1.45
|
|
Trans
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
BECL
|
BUY
|
10.25
|
15.00
|
172
|
755
|
473
|
0.22
|
0.98
|
0.61
|
45.88
|
10.45
|
16.69
|
|
Vehicle
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
SMC
|
SELL
|
3.70
|
3.00
|
(75)
|
46
|
77
|
(0.32)
|
0.20
|
0.33
|
Na
|
18.50
|
11.21
|
|
SPSU
|
BUY
|
12.25
|
20.00
|
97
|
107
|
136
|
1.23
|
1.35
|
1.72
|
9.96
|
9.07
|
7.12
|
|
Other
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
EASTW
|
BUY
|
28.75
|
42.00
|
230
|
314
|
428
|
2.30
|
3.14
|
4.28
|
12.51
|
9.15
|
6.72
|
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า
(ประเทศไทย) จำกัด
|
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer

|