หน้าหลัก

          ดาวน์โหลดบทวิจัย

          กระแสข่าว/กลยุทธ์

          บทวิเคราะห์

          วิเคราะห์เทคนิค

          VDO SQUAWK

          สรุปหุ้นแนะนำ

          วอร์แรนท์

          วิเคราะห์รายหุ้น

          ผลประกอบการ

          ปฎิทินหุ้น

          เชื่อมเวบไซต์อื่น

          เศรษฐกิจและอื่นๆ

          ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

          อัตราแลกเปลี่ยน

          ตลาดล่วงหน้า

 
YUANTA RESEARCH CENTER
27  สิงหาคม 2544


หุ้นขึ้นรอบนี้ได้แรงหนุนจากสภาพคล่อง แต่ปัญหาหลักยังไม่เปลี่ยน

 

การขึ้นของตลาดหุ้นในรอบนี้ เราประเมินว่าเป็นปัจจัยเรื่องสภาพคล่องคือ (1) การตั้งกองทุน Matching Fund (2) ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นคืนในลักษณะ Short-Covering และ (3) การแข็งค่าของเงินบาททำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้น ในขณะที่ปัญหาหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่ล้วนตกต่ำทั่วโลก ดังนั้น จึงแนะนำเป็นลักษณะเล่นเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีจุดควรระมัดระวังเมื่อขึ้นไปถึงระดับ 340-350 โดยมีหุ้นที่เล่นข่าว Matching Fund ได้แก่ QH, GOLD, NOBLE, SAMCO เล่นข่าวเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า TA, UCOM, TASCO เล่นข่าวที่ต่างชาติกลับทิศมาซื้อ ได้แก่ กลุ่มแบงก์ BBL, SCB กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCCC กลุ่มสื่อสาร ADVANC, SATTEL, SHIN, TA, UCOM กลุ่มอิเลคทรอนิคส์ DELTA, HANA กลุ่มพลังงาน BANPU, EGCOMP, PTTEP กลุ่มอื่นๆ เช่น CPF, BECL, EASTW

ปัจจัยสภาพคล่องที่ช่วยหนุนตลาดในระยะสั้น

  • การตั้งกองทุน Matching Fund

กองทุน Matching Fund เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2544 ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้กำหนดวงเงินสำหรับกองทุน Matching Fund จำนวน 1 แสนล้านบาท โดยมีหลักการคือ ต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย รัฐบาลไทยจะร่วมลงทุนในสัดส่วน 25% เพื่อสร้างหลักประกัน และ ความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งล่าสุดสัปดาห์ก่อนนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนประเทศ บรูไน และ สิงคโปร์ และได้รับการตอบรับจากสองประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ หน่วยงานของสิงคโปร์คือ GIC ได้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยหลายหลักทรัพย์ เช่น LH, QH, TFB, SCB-Q โดยกองทุน Matching Fund เป็นที่คาดหมายว่ากลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเป็นเป้าหมายหนึ่งของการร่วมทุน สำหรับหุ้นในกลุ่มพัฒนาที่ดินเราแนะนำเฉพาะหุ้นที่ปรับโครงสร้างทุนสำเร็จจนมีฐานะเข้มแข็งแล้ว QH, GOLD, NOBLE, SAMCO

  • ต่างชาติมีแนวโน้มกลับมาซื้อหุ้นคืน หรือ Short-Covering

ต่างชาติมีแนวโน้มกลับมาซื้อหุ้นคืน หลังจากที่ได้ถล่มขายตลาดหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2544 ถึง 3 สิงหาคม 2544 รวม 11,789 ล้านบาท แต่เราคาดหมายว่าจะเป็นการกลับมาซื้อคืนเพียงระยะสั้น หรือ Short-Covering เพราะปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลงไป คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะยังไม่ฟื้นตัว สำหรับหุ้นที่ต่างชาติเคยนิยมเล่น และเป็นหุ้นที่เราแนะนำได้แก่ กลุ่มแบงก์ BBL, SCB กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCCC กลุ่มสื่อสาร ADVANC, SATTEL, SHIN, TA, UCOM กลุ่มอิเลคทรอนิคส์ DELTA, HANA กลุ่มพลังงาน BANPU, EGCOMP, PTTEP กลุ่มอื่นๆ เช่น CPF, BECL, EASTW

  • การแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์

เมื่อวันศุกร์ ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ได้แข็งค่าขึ้นมาแตะระดับ 44.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินบาทคือ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐลดดอกเบี้ย รวมถึง IMF ได้ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังเศรษฐกิจสหรัฐยังทรุดต่อ และ พอล ครุกแมน ทำนายค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าต่อเนื่อง เนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงถึง 4.5% ต่อ GDP การแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ ทำให้อาจจะมีเม็ดเงินบางส่วนหันมาเก็งกำไรในตลาดหุ้น เราประเมินว่า กลุ่มสื่อสารจะได้ประโยชน์จากที่มีหนี้ต่างประเทศมาก และ อุปกรณ์ที่ถูกลง สำหรับหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่เราชอบ ได้แก่ TA, UCOM, SHIN, ADVANC สำหรับกลุ่มอื่นๆได้แก่ TASCO

  • ตัวแปรเรื่องสภาพคล่องดังกล่าว ทำให้รอบนี้อาจหวังผล 340-350

ตัวแปรเรื่อง Matching Fund การไหลเข้ามาของเม็ดเงินจากต่างชาติ การแข็งค่าของเงินบาท เรามองว่าเป็นตัวแปรเรื่องสภาพคล่อง ซึ่งประเมินว่า อาจหวังผลได้ถึงระดับ 340-350 ซึ่งเป็นจุดยอดสมัยเมื่อพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งใหม่ๆ ซึ่งในขณะนั้นประชาชนได้คาดหวังไว้ค่อนข้างสูงถึงแผนการแก้เศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทย อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาปัจจัยหลักๆทางพื้นฐาน ปรากฏว่ายังไม่มีสัญญาณดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งตารางข้างล่างประเมินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ว่าภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันแย่กว่าเมื่อประเมินตอนต้นปี รวมถึงปัญหา NPLs ยังสร้างปัญหาเรื้อรัง ปัจจัยต่างประเทศยังไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐในครึ่งปีหลังนี้ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว ดังนั้น การดีดตัวของตลาดในรอบนี้จึงแนะนำเป็นเพียงการเล่นเก็งกำไรระยะสั้น และหากตลาดดีดถึงระดับ 340-350 จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง

ประมาณการเศรษฐกิจโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

  

2544 (ม.ค.)

2544 (เม.ย.)

2544 (ก.ค.)

2544(ส.ค.)

2545

การขยายตัวของ GDP

3-4.5%

2.5-4%

2-3%

1.8%

4-6%

การส่งออก

7-11%

3-4.5%

(-1)-(-4)%

-4.8%

6-7%

การนำเข้า

13-17%

9-11%

3-7%

-

9-10%

ดุลบัญชีเดินสะพัด

-

$5-6พันล้าน

$5พันล้าน

$5.44พันล้าน

$4พันล้าน

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน

1.5-2.5%

1.5-2%

1.5-2%

-

2-3%


สรุปคำแนะนำ และ เหตุผลหุ้นหลักที่เราแนะนำ

ราคา (บาท)

หลักทรัพย์

คำแนะนำ

ปิด (24 ส.ค.)

เป้าหมาย

เหตุผล

BBL, BBL-F

ซื้อ

36.5/48

54/70

NIM สูง คุณภาพสินทรัพย์ดี และได้ประโยชน์สูงสุดจาก TAMC

NFS, NFS-F

ซื้อ

9.5/10.25

12

เช่าซื้อโดดเด่น และต้นทุนลดจากการเป็นธนาคารจำกัดขอบเขต

SCB, SCB-Q

ซื้อ

18.5/18.5

35

ฐานทุนแข็งแกร่ง และความสามารถทำกำไรดี

SHIN,SHIN-F

ซื้อ

183/190

235

คุณภาพทรัพย์สิน ผลประโยชน์จาก Macthing Fund และการแตกพาร์

ADVANC, ADVANC-F

ซื้อ

470/508

505,606

คุณภาพของกระแสเงินสด การเติบโตของธุรกิจมือถือและการแตกพาร์

TA, TA-F

ซื้อ

15.75/15.75

26

ผลบวกของการแข็งค่าเงินบาท เนื่องจากมีหนี้นอกมาก

CPF

ซื้อ

54.5

67

ธุรกิจและราคาผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ขยายตัว

HANA

ซื้อ

67

80

มีศักยภาพการฟื้นฟูธุรกิจ IC สูง และมีกระแสเงินสดที่ดีมาก

PTTEP

ซื้อ

120

164

ผลผลิตขุดเจาะ ก๊าซธรรมชาติ ขยายตัวและกำไรโตก้าวกระโดด

SATTEL

ซื้อ

33.75

36

ศักยภาพระยะยาวของดาวเทียม IP โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย

LH

ซื้อ

35.5

34

ราคาหุ้นสูง แม้ว่าการขยายตัวของกำไรจะดีมาก ตามยอดขายบ้านเดี่ยว

SCCC

ซื้อ

145

156

ประสิทธิภาพการผลิตสูง และกำไรขยายตัวดี

EGCOMP

ซื้อ

36.75

59

มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งบนธุรกิจที่มีการปกป้องโดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

SCC

ขายทำกำไร

484/620

650

ธุรกิจปูนจะขยายตัวช้า และธุรกิจปิโตรเคมีและกระดาษประสบภาวะราคาหดตัว

BEC

ขายทำกำไร

284

284

การขึ้นค่าโฆษณาได้เข้าไปอยู่ในราคาแล้ว แม้ว่าหุ้นจะมีพื้นฐานดี ราคาก็สูงแล้ว

TFB, TFB-F

ขาย

17.75/18.50

16

กังวลเรื่องการตั้งสำรองฯ และต้นทุนการดำเนินงานสูงกว่าธ.ใหญ่อื่น

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์

QH

ซื้อ

4.8

4.7

การเติบโตของธุรกิจบ้านเดี่ยว ในขณะที่ปัญหาฐานทุนได้ถูกสาง ไปในระดับหนึ่ง และ GIC ถือหุ้นอยู่ 20%

GOLD

ซื้อ

8.1

9.3

การเติบโตของธุรกิจบ้านเดี่ยว มีการสางปัญหาฐานทุน เสร็จเรียบร้อย มีโอกาสได้ธุรกิจจากการประมูลสินทรัพย์เสียสูง

NOBLE

ซื้อ

3.8

4.2

การเติบโตของธุรกิจบ้านเดี่ยว และมีโอกาสได้ธุรกิจจากการประมูลสินทรัพย์เสียสูง

SAMCO

ซื้อ

28.5

31

ฐานทุนแข็งแกร่ง คุณภาพสินทรัพย์ดี

 

 ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer

Click Here!