|
|
|
|
| 2
กรกฎาคม 2544 |
เศรษฐกิจเดือนพฤษภาคม
ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว
|
|
- ตัวเลขส่งออกเดือนพฤษภาคมกระเตื้องขึ้น
แต่ยังห่างเป้า และ
ปีนี้มีโอกาสติดลบ
- ดุลการชำระเงินขาดดุลติดต่อกันมา
3 เดือน
เนื่องจากเงินทุนยังไหลออกสูง
ในขณะที่เกินดุลการค้าและบริการไม่มาก
- ความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าฯธปท.
กับ นายกรัฐมนตรี
จนเป็นชนวนปลดผู้ว่า
ธปท.
เป็นสาเหตุหนึ่งของ
ตลาดหุ้น ตลาดเงิน
ตลาดพันธบัตร และ
อัตราแลกเปลี่ยน
ปั่นป่วนในเดือนพฤษภาคม
รวมถึงเงินทุนไหลออก
- ระบบเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในกับดักสภาพคล่อง
จากการลงทุน
การบริโภค การผลิต
ไม่ตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้น
- อัตราการใช้กำลังการผลิตยังต่ำมากเพียง
52.9%
|
ข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนพฤษภาคม
2544
ที่รายงานโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่รัฐบาล
ทักษิณ 1
เข้ามาบริหารงานครบ 3
เดือน
โดยคณะรัฐมนตรีมีการถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่
18 กุมภาพันธ์ และ
มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่
26-27 กุมภาพันธ์
แต่ตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
ทั้งภาคการผลิต
การบริโภค และ การลงทุน
ปัญหาสำคัญที่น่าห่วงมากขึ้นคือ
การขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
ซึ่งมีตัวเลขที่ติดลบติดต่อกันมา
3 เดือน
เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ
การไหลออกของเม็ดเงินจากต่างประเทศ
โดยตัวเลขเดือนพฤษภาคม
แม้ว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลดีขึ้นมาถึง
373 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ดุลการชำระเงินยังติดลบ
159 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าตัวเลขเดือนพฤษภาคม
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังไม่เปิดเผย
ตัวเลขการไหลออกของเม็ดเงินจากต่างประเทศ
แต่จากดุลการชำระเงินที่ขาดดุล
นับว่าบอกเป็นนัยว่าเม็ดเงินไหลออกของต่างชาติจะยังอยู่ในระดับสูง
ซึ่งเรามองว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
กับ นายกรัฐมนตรี
จนนำไปสู่การปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
นับว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่มั่นใจของเม็ดเงินจากต่างชาติ
สำหรับภาคระหว่างประเทศ
ปรากฏว่า เดือนพฤษภาคม
ตัวเลขส่งออกเริ่มกระเตื้องขึ้น
โดยสามารถส่งออกเพิ่มขึ้นได้เท่ากับ
6.8%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ดุลการค้า และ
ดุลบัญชีเดินสะพัด
ดีขึ้นเป็น 132
ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 373
ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามลำดับ
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาตัวเลขส่งออกปรากฏว่าเป็นเพียงเดือนเดียวที่ดีขึ้น
และ ยอดส่งออกรวม 5
เดือนแรกยังติดลบเท่ากับ
0.8% โดยยอดส่งออกรวม 5
เดือนแรกที่ทำได้เท่ากับ
26,266 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งหากจะส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งเป้าไว้เท่ากับ
74,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในอีก 7
เดือนที่เหลือจะต้องส่งออกให้ได้เท่ากับ
6,933 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อเดือน
จึงแทบเป็นไปไม่ได้
เพราะ
ตัวเลขส่งออกในช่วง 5
เดือนแรก
ไม่สามารถทำได้ใกล้เคียงเลย
หรือ
หากจะต้องส่งออกให้ได้เท่ากับปีก่อน
ที่มียอดส่งออกเท่ากับ
67,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งต้องส่งออกให้ได้เท่ากับ
5,953 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อเดือน
ซึ่งก็มีโอกาสที่เป็นไปค่อนข้างยาก
จากสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกไม่เอื้ออำนวย
นำโดยสหรัฐ-ญี่ปุ่น
ดังนั้น
ปีนี้จึงมีโอกาสที่การส่งออกจะขยายตัวติดลบ
สำหรับตัวชี้เศรษฐกิจในประเทศ
การบริโภค การลงทุน และ
การผลิต
ยังชี้ชัดว่าระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
ตกอยู่ในภาวะ
กับดักสภาพคล่อง หรือ
Liquidity Trap โดยในวันที่ 14
พฤษภาคม
รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
คือ (1) Matching Fund 1 แสนล้านบาท (2)
ออก People Bond 5 หมื่นล้านบาท
และ (3)
เพิ่มเพดานขาดดุลงบประมาณปี
2545 จาก 1.5 แสนล้านบาท เป็น 2
แสนล้านบาท
เพื่อเรียกความเชื่อมั่น
และ กระตุ้นเศรษฐกิจ
รวมกับมาตรการเดิมที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่
26-27 กุมภาพันธ์ คือ
มาตรการตั้ง TAMC
เพื่อแก้ปัญหาสถาบันการเงิน,
การตั้งกองทุนหมู่บ้าน
เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
นโยบายพักหนี้เกษตรกร
แต่จากข้อมูลเศรษฐกิจปรากฏว่า
การบริโภค การลงทุน และ
การผลิต ยังไม่ฟื้นตัว
แสดงระบบเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในปัญหากับดักสภาพคล่อง
ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นในการบริโภค
การลงทุน และ การผลิต
ส่วนตัวชี้การผลิตยังแสดงภาพที่น่าเป็นห่วง
คือ
อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนพฤษภาคมที่ต่ำเพียง
52.9% นับว่าอยู่ใระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง
ซึ่งเดือนเมษายนอยู่ที่
48.9%


เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคม
2544
|
เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจ |
2000 |
2001 |
|
|
|
|
|
|
|
ธ.ค. |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
เม.ย. |
พ.ค. |
5เดือน |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
(ปรับฤดูกาล) |
114.2 |
113.4 |
113.5 |
110.9 |
110.9 |
112.8 |
112.3 |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
(%) |
1.9 |
5.0 |
1.5 |
-2.1 |
0.1 |
1.5 |
1.1 |
|
อัตราการใช้กำลังการผลิต
(%) |
54.8 |
54.6 |
53.4 |
58.5 |
48.9 |
52.9 |
53.7 |
|
เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน |
100.4 |
100.6 |
100.0 |
99.3 |
100.4 |
100.3 |
100.1 |
|
- ยอดขายปลีก (%) |
17.6 |
14.7 |
13.4 |
-2.9 |
n.a. |
n.a. |
n.a. |
|
- ยอดขายรถ (%) |
-3.3 |
-3.9 |
20.7 |
19.7 |
7.0 |
15.2 |
11.8 |
|
-
ยอดขายรถจักรยานยนต์
(%) |
4.6 |
5.8 |
3.0 |
7.3 |
13.5 |
4.1 |
6.6 |
|
-
การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค
(%) |
-4.3 |
19.2 |
-6.0 |
5.8 |
-10.0 |
-4.9 |
0.8 |
|
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์
(%) |
-13.1 |
16.1 |
16.6 |
8.1 |
29.6 |
8.6 |
15.2 |
|
- ยอดนำเข้าสินค้าทุน
(%) |
6.6 |
16.7 |
-14.1 |
-0.5 |
-12.1 |
0.8 |
2.2 |
|
-
ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์
(%) |
-13.3 |
3.2 |
8.3 |
-5.0 |
6.6 |
6.1 |
3.1 |
|
ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$) |
|
|
|
|
|
|
|
|
- ส่งออก |
5,753 |
5,040 |
5,152 |
5,827 |
4,725 |
5,522 |
26,266 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(9.6) |
(-3.9) |
(-3.7) |
(3.5) |
(-7.3) |
(6.8) |
(-0.8) |
|
- นำเข้า |
5,340 |
5,321 |
4,932 |
5,700 |
4,853 |
5,390 |
26,196 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(16.3) |
(31.3) |
(-10.9) |
(21.1) |
(3.1) |
(15.7) |
(10.7) |
|
- ดุลการค้า |
413 |
-281 |
220 |
127 |
-134 |
132 |
64 |
|
- ดุลบัญชีเดินสะพัด |
839 |
275 |
820 |
282 |
187 |
373 |
1,937 |
|
-
การเคลื่อนย้ายเงินทุน |
-990 |
-959 |
-955 |
-536 |
-728 |
n.a. |
n.a. |
|
- ดุลการชำระเงิน |
181 |
192 |
299 |
-241 |
-187 |
-159 |
-96 |
|
- เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$) |
32.7 |
32.8 |
33.2 |
32.3 |
32.1 |
32.0 |
32.0 |
|
ภาคการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
|
- เงินฝาก (YOY%) |
5.3 |
5.5 |
5.8 |
6.4 |
6.8 |
6.9 |
6.3 |
|
- สินเชื่อ (YOY%) |
-10.0 |
-9.6 |
-9.9 |
-9.2 |
-9.4 |
-9.7 |
-9.6 |
|
- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม |
17.90 |
17.84 |
17.79 |
17.57 |
17.60 |
n.a. |
n.a. |
|
นักวิเคราะห์ :
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@yuanta.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|