หน้าหลัก

          ดาวน์โหลดบทวิจัย

          กระแสข่าว/กลยุทธ์

          บทวิเคราะห์

          วิเคราะห์เทคนิค

          VDO SQUAWK

          สรุปหุ้นแนะนำ

          วอร์แรนท์

          วิเคราะห์รายหุ้น

          ผลประกอบการ

          ปฎิทินหุ้น

          เชื่อมเวบไซต์อื่น

          เศรษฐกิจและอื่นๆ

          ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

          อัตราแลกเปลี่ยน

          ตลาดล่วงหน้า

 
YUANTA RESEARCH CENTER
8 มิถุนายน 2544


 อุตสาหกรรมไหนอยู่ในภาวะลำบาก ในช่วงที่อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำที่สุดตั้งแต่ ม.ค.38

จากข้อมูลเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายเดือน ได้แสดงถึงสัญญาณเตือนจากตัวเลขการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ที่ลดลงเหลือ 50.2% ในเดือนเมษายน เป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ธปท.เก็บรวบรวมข้อมูลมาตั้งแต่ มกราคม 2538 เป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวอย่างหนัก เช่นเดียวกับภาวะการส่งออกและยังมีสาเหตุมาจากการหยุดยาวในเดือนเมษายน

  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยี : เนื่องจากภาวะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้เข้าสู่ภาวะหดตัว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของผลิต IC ได้ลดลงมาอยู่ที่ 60.2% ในเดือนเมษายน (ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2538) เทียบกับ 86.3% ปีที่แล้ว หากเราสมมติให้ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีการเพิ่มกำลังการผลิตเลย แสดงว่ายอดขายลดลง 30.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 47.9% จากเดือนธันวาคม 2543 ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลของวัฎจักรที่เด่นชัดมาก อย่างไรก็ตามตัวเลขล่าสุดที่ประกาศออกมาจากสมาคมผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลก (SIA) ได้มีนัยสำคัญบ่งบอกว่า การหดตัวของอุปสงค์จะถึงจุดต่ำสุดในระยะเวลาอันใกล้ และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในปลายปีนี้ (ดูได้จากอัตราจองต่อส่งหรือ book-to-bill ratio ของ PCB ได้ต่ำสุดที่ 0.63 เท่าในเดือนก่อน) ดังนั้นจึงเห็นว่าราคาได้ตอบรับข่าวร้ายไปเกือบหมดแล้ว เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ใน 3 หุ้นหลักคือ HANA, KCE, DELTA ส่วน CIRKIT เป็น “ขาย”
  • อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ : ในรายงานประจำเดือนล่าสุดของธปท. เราประหลาดใจที่พบว่ายอดขายปูนซิเมนต์ภายในประเทศในเดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เราเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นนี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ในประเทศแต่อย่างใด อัตราการใช้กำลังการผลิตในธุรกิจซิเมนต์ก็ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากที่มีการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็น 54.1% จาก 53.5% ในปีที่แล้ว ดังนั้นก็เป็นที่ชัดเจนว่าการส่งออกเริ่มที่จะยากลำบากมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้กระทบมากนักต่อผลกำไรของภาคธุรกิจปูนซิเมนต์ เนื่องจากการส่งออกไม่ได้เป็นส่วนหลักของผลกำไร เพราะราคาขายเฉลี่ยในการส่งออกนั้นสูงกว่าต้นทุนแปรผันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรายังยืนคำแนะนำให้ “ซื้อ” หุ้นบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เนื่องจากราคายังนับว่าถูกเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ส่วนแนะนำ “ถือ” สำหรับหุ้น บมจ.ปูนซิเมนต์นครหลวง (SCCC)
  • อุตสาหกรรมสังกะสี : เป็นที่น่าแปลกใจ สำหรับการผลิตโลหะสังกะสีซึ่งสามารถใช้อัตรากำลังการผลิตได้สูงถึง 104.8% ซึ่งนับเป็นการใช้กำลังการผลิตที่สูงที่สุดในทุกอุตสาหกรรม จากตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อ บมจ. ผาแดงอินดัสทรี (PDI) ซึ่งเป็นหุ้นที่เราแนะนำให้ “ซื้อลงทุน” ด้วยเหตุผลที่ว่า PDI มีพื้นฐานทางธุรกิจที่ดีและมีมูลค่าที่เหมาะสมตามวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) อยู่ที่ 22 บาท ซึ่งยังสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันอยู่มาก แม้ว่าในระยะสั้นจะมีความกังวลอยู่บ้างในเรื่องของราคาสังกะสีโลกที่อยู่ในช่วงขาลง แต่ด้วยกำลังการผลิตและต้นทุนการผลิตที่ต่ำจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของ PDI สามารถแข่งขันได้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
  • อุตสาหกรรมเกษตร : อัตราการใช้กำลังการผลิตของสับปะรดกระป๋องและแผ่นยางแท่ง ในเดือนเมษายน ได้ลดลงสู่ระดับ 42.6% และ 54.1% ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากผลของฤดูกาล และเกิดจากการแข่งขันในตลาดส่งออกกับประเทศฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย หลังจากที่ค่าเงินของทั้งสองประเทศอ่อนค่าลงมากเมื่อเทียบกับเงินบาท สมมติว่าหากไม่มีการเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงที่ผ่านมา การผลิตสับปะรดกระป๋องในเดือนเมษายนจะลดลงถึง 7% จากปีก่อน และ ยางแท่งลดลงถึง 31.5% จากปีก่อน ถึงแม้ว่าราคาหุ้นในสองกลุ่มดังกล่าวจะต่ำ แต่การเสียเปรียบในการแข่งขันกับต่างประเทศเราจึงแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังหุ้นกลุ่มดังกล่าว
  • อุตสาหกรรมขวด : ในเดือนเมษายน อัตราการใช้กำลังการผลิตของกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเพียง 8.6% ซึ่งไม่เป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากยังคงมีสินค้าคงเหลือเป็นจำนวนมากในอุตสาหกรรมวิสกี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการตุนสินค้าก่อนการเปิดเสรี ส่งผลกระทบต่อบริษัทย่อยของบริษัทเบอร์รี่ยุคเกอร์ (BJC) คือบริษัทอุตสาหกรรมเครื่องแก้วไทย (Thai Glass Industries) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตขวดรายใหญ่ที่สุดในประเทศ แม้ว่าจะมีการชะลอตัวของรายได้จากสินค้าบรรจุภัณฑ์ แต่เราคาดว่า BJC ก็ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจทิชชู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของ BJC มีแนวโน้มเติบโตจากการที่ต้นทุนเยื่อกระดาษลดลง ราคาหุ้น BJC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.9% ตั้งแต่ที่เราออกบทวิเคราะห์ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา สาเหตุหนึ่งมาจากข่าวลือที่ว่าบริษัทจะออกจากตลาดหลักทรัพย์ และกลุ่มสุราแม่โขงจะเข้ามาซื้อบริษัทอุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย แม้ว่าราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้วแต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BJC เนื่องจากราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 44 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

2001

1995

1996

1997

1998

1999

2000

Jan

Feb

Mar

Apr

Capacity utilization

77.4

72.4

64.9

52.9

61.3

56.6

55.5

54.3

59.8

50.2

Export less than 30%

81.4

75.8

70.8

57.8

66.2

51.9

49.7

46.9

55.9

50.1

Milk products

59.0

49.6

45.7

42.9

47.0

54.8

57.7

56.5

56.6

57.0

Liquor

92.0

87.2

86.4

86.3

126.9

7.5

8.2

8.6

12.3

8.6

Beer

69.8

77.7

69.8

65.6

69.9

75.7

73.0

72.2

85.3

77.3

Tobacco

75.2

84.2

75.8

60.4

54.4

53.7

61.0

54.9

69.6

42.0

Cement

96.7

76.7

72.9

44.6

49.8

50.1

43.8

51.6

57.9

54.1

Steel bar & shape steel

57.7

58.2

45.6

33.7

30.4

30.1

31.7

29.8

34.6

32.4

Galvanized iron sheet

66.7

69.8

69.7

45.3

49.8

61.4

74.0

73.0

85.3

73.8

P.C. wire & P.C. strand wire

65.3

66.2

43.8

31.0

28.1

29.1

28.6

32.8

38.1

28.0

Wire rod

64.6

72.2

56.5

36.6

45.6

43.0

30.7

36.2

45.5

38.7

Passenger car

61.3

54.9

39.4

13.0

23.6

24.7

27.2

27.9

37.0

29.0

Motorcycle

90.4

65.6

48.4

26.3

33.4

41.6

42.7

42.9

54.0

46.0

Petroleum products

93.2

85.7

90.1

84.0

85.7

83.9

75.1

64.2

74.2

74.6

Zinc metal

81.4

99.2

79.2

86.4

92.6

95.1

58.8

82.9

89.7

104.8

Tinplate

52.2

50.9

49.7

39.4

50.6

45.1

43.3

42.2

39.4

37.4

Export between 30% to 60%

89.4

79.3

62.1

48.0

58.3

65.3

64.4

64.1

70.1

59.8

Steel pipe

72.9

72.0

63.1

37.2

40.8

58.8

59.0

62.3

68.7

54.6

Hot & cold rolled sheet

64.9

63.0

31.5

29.2

52.9

60.5

48.0

44.9

52.8

55.0

Commercial car

99.2

78.2

52.2

22.1

37.5

44.1

39.9

41.6

46.0

33.3

Tyre

90.8

89.4

76.3

71.7

86.4

92.8

83.3

89.7

92.0

74.3

Battery

89.7

76.4

67.7

57.1

69.4

75.8

78.2

73.5

79.6

62.7

Compressor

83.5

80.5

57.4

45.7

61.6

75.9

76.1

82.8

98.4

79.0

Glass sheet

96.5

90.8

58.4

47.6

60.2

67.0

79.5

60.6

72.6

70.9

Electric motor

97.6

78.4

74.5

53.1

59.2

87.2

84.3

81.3

94.7

66.9

Pulp

72.3

82.9

93.7

88.0

98.9

104.9

99.7

101.6

114.8

108.2

Synthetic fiber

90.1

84.7

67.7

76.5

75.8

79.3

79.1

71.2

80.6

75.6

Upstream petrochemical

65.3

87.2

75.9

84.3

77.4

87.2

95.0

87.1

91.3

88.6

Export more than 60%

58.6

59.3

54.1

45.7

52.7

59.9

61.0

62.7

60.0

42.4

Canned seafood

47.4

43.0

45.8

49.7

57.2

56.9

48.2

55.5

55.6

55.9

Canned pineapple

45.4

41.1

33.1

26.8

52.0

46.3

37.4

44.7

52.8

42.6

Sugar

31.8

28.8

30.1

19.9

26.2

30.0

98.6

97.4

31.9

9.1

Integrated circuit

74.8

79.3

95.5

73.7

90.5

101.8

75.9

64.9

83.2

60.2

Tin metal

28.1

36.6

41.0

51.7

59.4

58.1

65.7

51.5

61.9

62.3

Block rubber

71.6

74.5

69.2

69.7

65.2

79.3

63.3

74.4

66.2

54.1

T.V.

59.3

63.0

48.3

36.5

37.8

50.9

41.7

44.8

49.6

30.9


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer