|
|
|
|
| 1
มิถุนายน 2544 |
ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเมษายน ชี้ไทยอยู่ในสภาพกับดักสภาพคล่อง
และช้ำเติมด้วยปัจจัยภายนอก
|
|
ข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนเมษายน
2544
ที่เปิดเผยโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยรวมยังแย่
และมีความเปราะบางเช่นเดียวกับเดือนก่อนๆ
ซึ่งถือว่าเป็นภาระหนัก
และ
ยากเกินแก้ของรัฐบาล
นอกจากปัจจัยภายในประเทศ
ที่การผลิต การบริโภค
การลงทุน
ยังไม่ฟื้นแล้ว
เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัญหานอกประเทศ
คือ
ภาวะชะลอตัวของสองประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก
คือ สหรัฐ และ ญี่ปุ่น
ซึ่งมี GDP รวมกันสูงถึง 46%
ของ GDP โลก และ
มีสัดส่วนที่ไทยส่งออกเท่ากับ
36%
ได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัว
โดยเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกขยายตัวเพียง
1.3%
ได้ปรากฏชัดทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยในช่วง
4 เดือนแรก ขยายตัวติดลบ
2.7%
และส่งออกในเดือนเมษายนที่ลดลงถึง
7.3%
ยังเป็นการขยายตัวติดลบเป็นเดือนที่
3 จาก 4 เดือนแรกนี้
จึงนับว่าเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงเพราะการส่งออกมีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ
60% ของ GDP และแม้ว่าในช่วง 4
เดือนแรกของปีนี้
ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง
จากระดับ 43
บาทต่อดอลลาร์ในช่วงต้นปี
ลงมาเหลือเพียง 45
บาทต่อดอลลาร์ ณ
สิ้นเดือนเมษายน
แต่กลับไม่ได้ช่วยกระตุ้นการส่งออกมากนัก
นอกจากนี้ปัญหาที่น่าเป็นห่วงอีกประการคือ
ปัญหาการขาดดุลการค้าเริ่มเป็นปัญหาใหม่
ซึ่งตั้งแต่เกิดวิกฤติ
เดือนกันยายน ปี 2540
รวมเวลา 3 ปีเศษๆ
ไทยมีดุลการค้าเกินดุลมาตลอด
(ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ปี
2543)
จึงเป็นการช่วยนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อชดเชยภาระหนี้ต่างประเทศ
แต่สถานการณ์ปัจจุบัน
ในช่วง 4 เดือนแรก
ไทยมีดุลการค้าขาดดุล
เป็นเดือนที่สอง
และเมื่อรวม 4
เดือนแรกไทยมีดุลการค้าขาดดุลเท่ากับ
68 ล้านบาท
สำหรับตัวชี้เศรษฐกิจในประเทศ
โดยเฉพาะการบริโภค และ
การลงทุน
ยังชี้ชัดว่าระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
ตกอยู่ในภาวะ
กับดักสภาพคล่อง หรือ
Liquidity Trap
โดยในเดือนกุมภาพันธ์
ธนาคารพาณิชย์ต่างๆได้ปรับลดดอกเบี้ย
ทั้งเงินกู้
และเงินฝากลง ประมาณ 0.5%
มาแล้ว 1-2 เดือน
แต่เมื่อพิจารณาเครื่องชี้นำ
การบริโภค และ การลงทุน
กลับไม่กระเตื้องขึ้นเลย
นอกจากนี้
หลังจากที่พรรคไทยรักไทยเข้ามาบริหารงาน
และได้กำหนดนโยบายต่างๆ
เพื่อเรียกความเชี่อมั่น
และกระตุ้นเศรษฐกิจ
ไม่ว่าจะเป็น
มาตรการตั้ง TAMC
เพื่อแก้ปัญหาสถาบันการเงิน,
การตั้งกองทุนหมู่บ้าน
เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
ซึ่งก็เช่นกันยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นในการบริโภค
และการลงทุน
ส่วนตัวชี้การผลิตลักษณะที่ผิดปกติคือ
อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำเพียง
50.2%
เทียบกับเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่
59.8%
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเดือนเมษายน
เป็นเดือนที่มีวันหยุดเทศกาลต่างๆหลายวันทำการ
จึงทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำ
ซึ่งในช่วงเดียวกันของปีก่อนก็มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพียง
51.1%
ทางด้านภาครัฐบาล
ปรากฏว่าในช่วง 7
เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม-เมษายน)
รัฐบาลมีการเก็บภาษี
และรายได้อื่นๆ
ได้เพียง 395.7 พันล้านบาท
หรือคิดเป็น 49%
ของประมาณการรายรับซึ่งประมาณการไว้เท่ากับ
805 พันล้านบาท
ส่วนด้านรายจ่ายช่วง 7
เดือนแรกมีรายได้เท่ากับ
509.6 พันล้านบาท คิดเป็น 56%
ของประมาณการรายจ่าย
ซึ่งประมาณการไว้เท่ากับ
910 พันล้านบาท
นับว่ามีสัดส่วนที่สอดคล้องกับประมาณการ
ทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณ
7 เดือนแรกถึง 103
พันล้านบาท
เทียบเท่าประมาณการทั้ง
จึงเป็นสัญญาณแสดงฐานะการคลังที่มีปัญหาจากการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ามาก
อันเนื่องจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ


เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจเดือนเมษายน
2544
|
|
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
ธ.ค. |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
เม.ย. |
4เดือน |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
(ปรับฤดูกาล) |
114.6 |
113.4 |
116.4 |
114.4 |
113.5 |
113.4 |
110.8 |
111.1 |
112.2 |
|
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม
(%) |
1.6 |
0.9 |
-1.7 |
1.9 |
4.9 |
1.4 |
-2.0 |
0.7 |
1.2 |
|
อัตราการใช้กำลังการผลิต
(%) |
58.0 |
57.7 |
59.0 |
55.8 |
55.5 |
54.3 |
59.8 |
50.2 |
54.9 |
|
เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน |
100.1 |
101.0 |
101.9 |
101.3 |
101.4 |
100.5 |
100.3 |
99.0 |
100.3 |
|
- ยอดขายปลีก (%) |
18.3 |
20.3 |
20.1 |
17.6 |
14.7 |
13.4 |
n.a. |
n.a. |
n.a. |
|
- ยอดขายรถ (%) |
-15.4 |
11.9 |
10.3 |
-3.3 |
-3.9 |
20.7 |
19.7 |
7.0 |
10.9 |
|
-
ยอดขายรถจักรยานยนต์
(%) |
9.5 |
14.6 |
11.2 |
4.6 |
5.8 |
3.0 |
7.3 |
13.5 |
7.3 |
|
-
การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค
(%) |
18.2 |
25.4 |
7.4 |
-4.3 |
19.2 |
-6.0 |
5.8 |
-10.0 |
3.5 |
|
เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
-
ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์
(%) |
0.4 |
16.9 |
8.6 |
-13.1 |
16.1 |
16.6 |
8.1 |
29.6 |
17.4 |
|
- ยอดนำเข้าสินค้าทุน
(%) |
14.5 |
23.8 |
10.9 |
6.6 |
16.7 |
-14.1 |
-0.5 |
-12.1 |
0.3 |
|
-
ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์
(%) |
-5.9 |
5.3 |
-11.1 |
-13.3 |
3.2 |
8.3 |
-5.0 |
18.0 |
5.0 |
|
ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- ส่งออก |
5,941 |
6,170 |
6,051 |
5,753 |
5,040 |
5,152 |
5,827 |
4,725 |
20,744 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(20.0) |
(15.5) |
(18.0) |
(9.6) |
(-3.9) |
(-3.7) |
(3.5) |
(-7.3) |
(-2.7) |
|
- นำเข้า |
5,340 |
5,900 |
5,581 |
5,340 |
5,321 |
4,932 |
5,700 |
4,853 |
20,806 |
|
%เปลี่ยนแปลง |
(24.4) |
(36.6) |
(18.8) |
(16.3) |
(31.3) |
(-10.9) |
(21.1) |
(3.1) |
(9.4) |
|
- ดุลการค้า |
601 |
270 |
470 |
413 |
-281 |
220 |
127 |
-134 |
-68 |
|
- ดุลบัญชีเดินสะพัด |
620 |
461 |
870 |
839 |
275 |
820 |
282 |
151 |
1,528 |
|
-
การเคลื่อนย้ายเงินทุน |
-396 |
-409 |
-994 |
-465 |
-888 |
-893 |
-578 |
n.a. |
n.a. |
|
- ดุลการชำระเงิน |
16 |
83 |
-54 |
181 |
192 |
299 |
-241 |
-187 |
63 |
|
- เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$) |
32.2 |
32.2 |
32.3 |
32.7 |
32.8 |
33.2 |
32.3 |
32.1 |
32.3 |
|
ภาคการเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- เงินฝาก (YOY%) |
1.5 |
3.4 |
3.9 |
5.3 |
5.5 |
5.8 |
6.4 |
6.8 |
6.1 |
|
- สินเชื่อ (YOY%) |
-11.7 |
-10.6 |
-11.0 |
-10.0 |
-9.6 |
-9.9 |
-9.2 |
-9.4 |
-9.5 |
|
- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม |
22.85 |
22.54 |
22.70 |
17.91 |
17.84 |
17.78 |
17.57 |
n.a. |
n.a. |
|
นักวิเคราะห์ :
สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@yuanta.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|