หน้าหลัก

          ดาวน์โหลดบทวิจัย

          กระแสข่าว/กลยุทธ์

          บทวิเคราะห์

          วิเคราะห์เทคนิค

          VDO SQUAWK

          สรุปหุ้นแนะนำ

          วอร์แรนท์

          วิเคราะห์รายหุ้น

          ผลประกอบการ

          ปฎิทินหุ้น

          เชื่อมเวบไซต์อื่น

          เศรษฐกิจและอื่นๆ

          ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

          อัตราแลกเปลี่ยน

          ตลาดล่วงหน้า

 
YUANTA RESEARCH CENTER
9 พฤษภาคม 2544

มาตรการกระตุ้นตลาดหุ้น โดยการปรับลดภาษี

สัปดาห์ก่อนเราได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นการลงทุน โดยการสร้างแรงจูงใจทางด้านภาษีสำหรับบริษัทจดทะเบียน และนักลงทุน ซึ่งรัฐบาลทักษิณ พยายามผลักดันที่จะเริ่มใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรการปรับลดภาษี สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) ดังนี้

การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทในตลาด และ บริษัทใหม่

 

อัตราภาษีเก่า

อัตราภาษีใหม่

บริษัทเก่าที่จดทะเบียนในตลาดฯ

30%

25% สำหรับกำไร 300 ล้านบาทแรก ที่เหลือจ่าย 30%

บริษัทใหม่ที่จะเข้าตลาดฯ

30%

25%

บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI)

30%

20%

 

เจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่ามาตรการกระตุ้นโดยการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าว จะนำมาใช้เพียง 5 ปี เพื่อกระตุ้นภาวะการลงทุนที่ซบเซาในปัจจุบัน หลังจากนั้นจะกลับมาใช้ภาษีในอัตราเดิม

สำนักงานเศรษฐกิจการคลังนอกจากนี้ยังทำงานร่างนโยบาย เพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านอุปสงค์ โดยการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คาดหมายว่าจะเสร็จในสิ้นเดือนนี้ ณ ร่างปัจจุบันกำลังพิจารณาที่จะสามารถนำเงินลงทุนในหลักทรัพย์ มาหักลดหย่อนภาษีจากรายรับรวมได้ โดยกำหนดวงเงินสูงสุดไว้ที่ 100,000 บาท และ วงเงินขั้นต่ำเท่ากับ 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่จะนำเงินลงทุนในหลักทรัพย์มาหักลดหย่อนภาษีจะถือหุ้นนั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี

เราเห็นว่ามาตรการกระตุ้นการลงทุนด้านอุปสงค์ โดยการสามารถนำเงินลงทุนในหลักทรัพย์มาลดหย่อนภาษีได้ จะเริ่มเป็นทิศทางที่ดีที่จะกระตุ้นการลงทุนในวงกว้างที่จะเป็นนักลงทุนระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามจากพฤติกรรมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะนิยมเล่นเก็งกำไรระยะสั้น การกำหนดให้ลงทุนยาวถึง 5 ปี จึงอาจจะเพิ่มวงเงินได้ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตามเรามองถึงผลบวกของมาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลมากกว่า จากการคาดหวังที่จะกระตุ้นบริษัทให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เราคาดหวังว่าบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีการจ่ายภาษีถูกต้องตามระเบียบ และมีการบริหารงานที่ดี จะให้ความสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในเดือนก่อนผู้บริหารของ TAC ได้บอกกับทางเราว่า นโยบายการปรับลดภาษีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับ Tractebel ที่กำลังมีแนวโน้มจะถอดถอนหุ้น COCO ออกจากตลาด ซึ่งก็มีความเป็นไปได้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ เพื่อที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในปลายปีนี้ หรือ ปีหน้า

เรายังมีความเชื่อเช่นกันว่าการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จะช่วยดึงดูดบริษัทที่ก่อนหน้านี้มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ทีวีช่อง 7 และ เซเว่นอีเลเว่น

อย่างไรก็ตามนโยบายการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จะไม่ส่งผลบวกต่อบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อยู่แล้ว เพราะบริษัทเหล่านี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี

สำหรับบริษัทที่เราคาดหมายว่าจะได้รับผลบวกมากสุด จากมาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลคือ บริษัทที่เกี่ยวกับการอุปโภค และบริโภค เช่น BIGC, MAKRO, MFG, ICC, SPC และ BJC โดยการปรับลดภาษีจะช่วยส่งเสริม ความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ที่ถือหุ้นโดยต่างชาติ


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer