บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการศึกษานี้
แม้ว่าจะดูไม่มีผลอะไรต่อตลาดในระยะสั้นนี้ หรือ เป็นข่าวหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการเข้าเก็งกำไรระยะสั้น
แต่กระนั้น เราเชื่อว่าความพยายามผลักดันการศึกษาฟรีของรัฐบาล 12
ปี จะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทยระยะยาว เช่นเดียวกับโครงการลงทุนทางสังคมอื่นๆ
ที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย โดยคาดหมายว่าจะใช้งบประมาณ 100 พันล้านบาท
เพื่อสนับสนุนโปรแกรมนี้ในช่วง พ.ศ.2546 2550
นโยบายของรัฐบาลทางด้านการศึกษา
จากพัฒนาการศึกษาในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2528 เพียง 40% ที่สำเร็จการศึกษาระดับปฐม 6 เข้าศึกษาต่อระดับมัธยม
1 ทำให้การศึกษาของไทยอยู่ในอันดับต่ำกว่ามาตรฐานประเทศเพื่อนบ้านเช่น
มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ จีน จนกระทั้งรัฐบาล นายกอนันต์
ปันยารชุน ในปี 2533 การศึกษาภาคบังคับได้เพิ่มจากระดับปฐม 6 เป็นมัธยม
3 รวมถึงมีโปรแกรมสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ระดับการศึกษาต่อจากปฐม
6 เข้าสู่ระดับมัธยม 1 เพิ่มจาก 40% ในปี 2528 เป็น 80% ในปี 2538
อย่างไรก็ตามจากการสำรวจกำลังแรงงาน
ของสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือนพฤศจิกายนปี 2543 พบว่ากำลังแรงงานจำนวน
67.4% มีระดับการศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยม แต่ข้อมูลที่ดีขึ้นมาคือ
ระดับการต่อจากระดับปฐม 6 เข้าสู้ระดับมัธยม 1 เพิ่มขึ้นมาเป็น 83.9%
ของนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-15 ปี ทั้งนี้ ตัวเลข 82.4% ของผู้สำเร็จการศึกษามัธยมต้นเข้าศึกษาระดับมัธยมปลาย
และ เมื่อพิจารณาการศึกษาในระดับมัธยมปลายปรากฏว่าได้เริ่มขึ้นมาเป็น
73.2% จาก 1.05 ล้านคน ในปี 2536 เป็น 1.83 ล้านคน ในปี 2543
สำหรับคุณภาพการศึกษา ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง
นับว่าเป็นปัญหาท้าทายที่จะหาครูที่มีคุณภาพมาสอนเด็กในระดับมัธยมปลายที่เพิ่มขึ้นมามาก
ในวิชา คณิตศาสตร, วิทยาศาสตร์, ฟิสิกส์, อังกฤษ และ คอมพิวเตอร์
ด้วยงบประมาณ 100,000 ล้านบาท ที่จะใช้จ่ายในระดับการศึกษามัธยมปลาย
5 ปี ระหว่างปี 2546-2550 ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างมาก
ทำให้ธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจของประเทศจะได้ประโยชน์อย่างมาก จากคนหนุ่มสาวในวัยกำลังแรงงาน
จำนวน 70-80% ที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย เทียบกับเพียง 25% เมื่อ
10 ปีก่อน