หน้าหลัก
ดาวน์โหลดบทวิจัย
กระแสข่าว/กลยุทธ์
บทวิเคราะห์
วิเคราะห์เทคนิค
VDO SQUAWK
สรุปหุ้นแนะนำ
วอร์แรนท์
วิเคราะห์รายหุ้น
ผลประกอบการ
ปฎิทินหุ้น
เชื่อมเวบไซต์อื่น
เศรษฐกิจและอื่นๆ
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ
อัตราแลกเปลี่ยน
ตลาดล่วงหน้า
เศรษฐกิจ และอื่นๆ
10 มกราคม 2544
ทบทวนปัจจัยที่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทยในปี 2543 ที่ผ่านมา และแนวโน้ม

 

ตลาดหุ้นไทยในรอบปี 2543 ที่ผ่านมา ได้ดิ่งลงจากระดับ ประมาณ 500 จุด เมื่อเดือน มกราคม 2543 ลงมาปิดสิ้นปี 2543 ที่ระดับ 269 หรือลดลง 46% โดยถูกแรงกดดันจากปัจจัยด้านลบต่างๆ สรุปได้ดังนี้

ปัจจัยที่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นปี 2543

ปัจจัยในปัจจุบัน และแนวโน้ม

1. ความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

1. ดีขึ้นมาก จากมีแนวโน้มได้พรรคเดียวก็มีคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง และจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

2. เศรษฐกิจปี 2543 เป็นการฟื้นตัวแบบไม่ทุกภาค และมีความเปราะบางมาก

2. เศรษฐกิจ ปี 2544 มีแนวโน้มแย่ลง แต่ก็มีความหวังจากนโยบายรัฐบาลใหม่

3. ปัญหา NPLs แม้ลดลง แต่ระดับ 22% ทำธนาคารพาณิชย์ยังทำงานไม่ตามปกติ

3. มาตรการตั้ง AMC แห่งชาติ อาจจะสร้างความหวัง

4. นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น 3.2 หมื่นล้านบาท

4. ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ จะดีขึ้นหรือไม่

5. MSCI ลดน้ำหนักการลงทุนไทย

5. แนวโน้ม MSCI จะปรับลดน้ำหนักลงทุนไทยต่อ จากการใช้ระดับ Free-Float

6. การปรับตัวลดลงหนักของตลาดหุ้นสหรัฐ ส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

6. เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเกิด Hard Landing หากธนาคารกลางสหรัฐ ประคับประคองเศรษฐกิจไม่ดี

7. ธนาคารกลาง สหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง จาก 5.5% เป็น 6.5%

7. แนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดดอกเบี้ยลง

8. ค่าเงินบาทอ่อน

8. ขึ้นกับ ภาวะเศรษฐกิจ และ ค่าเงินในภูมิภาคนี้

9. ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ที่ตลาด NYMEX จากต้นปี 25 เหรียญต่อบาร์เรล ขึ้นไปสูงสุด 36 เหรียญต่อบาร์เรล

9. แนวโน้มราคาน้ำมันดีขึ้น จากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก


ปัจจุบัน มีปัจจัยการเมืองที่ดีขึ้นมามาก จากที่ได้รัฐบาลพรรคเดียว ก็มีเสียงเกิน 250 เสียงแล้ว ส่วนตัวแปรอื่นๆส่วนใหญ่ยังไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลักษณะธรรมชาติของตลาดหุ้น มักจะมีการคาดหมาย ถึงแนวโน้มในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันตลาดหุ้นได้มีความหวังอันเต็มเปี่ยมว่า นโยบายของพรรคไทยรักไทย จะสามารถแก้ปัญหาไม่ว่ามาตรการตั้ง AMC แห่งชาติ จะช่วยแก้ปัญหา NPLs ทำให้ธนาคารพาณิชย์มาปล่อยกู้ได้ตามปกติ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการอัดเม็ดเงินสู่ภาคชนบท หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท คิดเป็นเงิน 70,000 ล้านบาท จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะชะลอตัวในปี 2544 ดังนั้น จากธรรมชาติของตลาดหุ้นที่มักจะวิ่งขึ้นไปรอปัจจัยต่างๆ หลังจากนั้นก็จะมีการประเมินผลในทางปฏิบัติอีกที ถ้าหากคืบหน้าตลาดก็จะวิ่งขึ้นไปได้ต่อ แต่ถ้าไม่คืบหน้าตลาดก็จะเริ่มผิดหวัง และตามมาด้วยการปรับตัว อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการคาดหวังถึงแนวโน้มในอนาคต โดยเราประเมินภาวะการคาดหวังของตลาด ให้สถานการณ์กลับไปอยู่ในช่วงประมาณกลางปีแล้ว รวมกับลักษณะแนวต้านทางเทคนิค ทำให้ตลาดหุ้นในระยะสั้นอาจจะวิ่งไปที่บริเวณ 320-350 ในช่วง 1-3 เดือนนี้ ในระหว่างนี้อาจจะมีอุปกสรรคที่ต้องติดตามคือ การตั้งรมว.คลัง จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ และ จำนวนใบเหลือใบแดง อย่างไรก็ตามหลังจาก ช่วง 3 เดือนผ่านไป อาจเป็นไปได้ว่าตลาดจะชะลอตัว จากนโยบายพรรคไทยรักไทย ซึ่งเราเห็นว่าค่อนข้างยากที่จะเห็นผลในทางปฏิบัติ จากข้อจำกัดหลายๆปัจจัย โดยเฉพาะหากมาตรการต่างๆ ล่าช้า และ ไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ ตลาดในช่วงนั้น จะเริ่มผิดหวัง และตามมาด้วยการปรับตัวลดลงในที่สุด

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ Email : Surachai.p@yuanta.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer