หน้าหลัก
ดาวน์โหลดบทวิจัย
กระแสข่าว/กลยุทธ์
บทวิเคราะห์
วิเคราะห์เทคนิค
VDO SQUAWK
สรุปหุ้นแนะนำ
วอร์แรนท์
วิเคราะห์รายหุ้น
ผลประกอบการ
ปฎิทินหุ้น
เชื่อมเวบไซต์อื่น
เศรษฐกิจและอื่นๆ
ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ
อัตราแลกเปลี่ยน
ตลาดล่วงหน้า
เศรษฐกิจ และอื่นๆ
2 ตุลาคม 2543
ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมโดยรวมยังน่าผิดหวังต่อเนื่อง

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องเลขเศรษฐกิจเบื้องต้นประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งยังน่าผิดหวังต่อเนื่อง โดยตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมทรงตัว หรือชะลอตัวลง ทั้งภาคการผลิต การใช้จ่ายในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน และ ภาคการเงิน โดยภาคการส่งออกยังเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยจากตัวเลขเศรษฐกิจในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมาชี้ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2541 ยังมีปัจจัยความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจคือ (1) ความคืบหน้าในการการปรับโครงสร้างหนี้ภาคเอกชน และ ปัญหา NPLs ของระบบยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังหดตัวต่อเนื่อง (2) การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน บางเครื่องชี้ได้กลับมาติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาอุปทานส่วนเกินในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังเป็นภาคที่ไม่ได้รับการแก้ไข และยังเป็นอุปสรรคต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการการใช้กำลังการผลิตของระบบยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 54.9% (3) การฟื้นตัวของการอุปโภคบริโภค ภาคเอกชน ที่ยังมีความไม่แน่นอนในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันแพง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รวมถึงภาวะการว่างงาน ทำให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลง (4) ความไม่แน่นอนของปัจจัยจากต่างประเทศ ซึ่งได้แก่ แนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัว อาจทำให้การส่งออกของไทย ไปสหรัฐลดต่ำลง ปัญหาน้ำมันราคาแพง ส่งผลต่อต้นทุน และภาวะเงินเฟ้อ

จากฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ปี 2542 ที่สูงถึง 7.8% และ 6.5% ตามลำดับ ในขณะที่ภาพแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มไตรมาส 3 คือ เดือน กรกฎาคม-สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ทรงตัว หรือ ชะลอตัวลง รวมถึง ปัจจัยเสี่ยงต่างๆข้างต้น โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันราคาแพง ทำให้เราประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2543 ประมาณ 4.2-4.5%

  • การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยปรับลดลงร้อยละ 2.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เทียบกับเดือนก่อนที่ปรับตัวลดลง 1.3% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 8 เดือนแรกที่ขยายตัวในระดับ 4.4% หมวดที่ลดลง ได้แก่ หมวดเครื่องดืม หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดผลิตภัณฑ์ปิโครเลียม ส่วนหมวดที่ยังขยายตัวในเกณฑ์ดีคือ หมวดที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก อาทิหมวดอิเลคทรอนิคส์ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนการใช้กำลังการผลิต ยังอยู่ในระดับต่ำเท่ากับร้อยละ 54.9 โดยทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และ การใช้กำลังการผลิต มีลักษณะแนวโน้มที่ยังอยู่ในภาวะที่ชะลอตัว หรือทรงตัว ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9
  • การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน โดยรวมแล้วชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม และ เทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรก สาเหตุหนึ่งน่าจะเนื่องมาจาก ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ลดอำนาจซื้อของประชาชน และ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถออกไปทำให้ ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งเดือนสิงหาคมขยายตัวเพียง 1.2% เทียบกับเดือน กรกฎาคม ขยายตัว 24.1% และ ยอดเฉลี่ย 8 เดือนแรกขยายตัว 59% ปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขยายตัว 23.9% เทียบกับเดือนก่อนขยายตัว 45.6% และ เทียบกับยอดเฉลี่ย 8 เดือนแรกขยายตัว 51% และ สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้า ขยายตัว 12.9% เทียบกับเดือนก่อนขยายตัว 30.9% และ เทียบกับยอดเฉลี่ย 8 เดือนแรกขยายตัว 20%
  • การลงทุนภาคเอกชน ด้านเครื่องจักร และอุปกรณ์ค่อนข้างทรงตัวตามการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่การก่อสร้างยังหดตัว โดยเฉพาะ ยอดจำหน่ายซีเมนต์ในประเทศเดือนสิงหาคม ขยายตัวติดลบ 11% เป็นการติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เทียบกับเดือนก่อนที่ติดลบ 16.8% ส่วนปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ เดือนสิงหาคมขยายตัว 28.2% ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัว 18.5% แต่ต่ำกว่ามื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรกซึ่งอยู่ที่ระดับ 36% สำหรับปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ขยายตัว 23.2% ต่ำกว่าเดือนกรกฏาคมที่ขยายตัว 29.6% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรกอยู่ในระดับใกล้เคียวกัน ซึ่งขยายตัว 22.3%
  • ภาคระหว่างประเทศ การส่งออกยังเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เดือนสิงหาคมมีมูลค่าส่งออกถึง 6.074 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยขยายตัวถึง 24.9% เทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรกที่ขยายตัว 21.8% ทั้งนี้ 7 เดือนแรกสินค้าที่ไทยส่งออกเป็นสัดส่วนสินค้าอุตสาหกรรมถึง 85.7% ของมูลค่าส่งออกรวม และ มีสัดส่วนสินค้าประเภทไฮเทคเท่ากับ 60.3% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยการส่งออกที่ขยายตัวสูงน่าจะมีสาเหตุหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวที่ช่วยกระตุ้นการส่งออก ส่วนการนำเข้าก็ขยายตัวสูงเช่นเดียวกัน เท่ากับ 5.812 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 41.2% เทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรกที่ขยายตัว 35.9% เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อสินค้าส่งออกขยายตัวสูง จะทำให้สินค้านำเข้าขยายตัวสูงด้วย ทั้งนี้เพราะไทยต้องพึ่งพิง วัตถุดิบ และ เครื่องจักร จากต่างประเทศ ทั้งนี้ 7 เดือนแรก ไทยนำเข้าสินค้าทุน และวัตถุดิบคิดเป็นสัดส่วนถึง 76.9% ในขณะที่การนำเข้าน้ำมัน 7 เดือนแรก คิดเป็นสัดส่วน 10.3% ของการนำเข้ารวม ทำให้เดือน สิงหาคม ไทยมีดุลการค้า เกินดุลไม่มากนัก 262 ล้านเหรียญ เทียบกับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรกที่เกินดุลต่อเดือนเท่ากับ 470 ล้านเหรียญ เมื่อรวมถึงดุลบริการและดุลบริจาค ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงเป็น 556 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนดุลการชำระเงิน เกินดุล 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ ฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศ ณสิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ 32.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ภาวะการเงินและสภาพคล่อง สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ เดือนสิงหาคมยังขยายตัวติดลบต่อเนื่อง อีก 6.8% ส่วน เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวเพิ่มเล็กน้อยเพียง 1.4% ทำให้ภาพโดยรวมเดือน สิงหาคม ยังมีสภาพคล่องสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีการปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง จนอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ทั้ง 4 แห่งอยู่ที่ระดับ 3% และ เงินให้กู้ยืม MLR อยู่ที่ 7.75%

เครื่องชี้ดัชนีเศรษฐกิจเดือนสิงหาคม 2543

  

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

เฉลี่ย

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (ปรับฤดูกาล)

108.1

111.8

111.8

109.9

110.2

109.6

108.3

110.1

110

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (%)

8.4

10.3

9.7

3.6

5.1

1.5

-1.3

-2.3

4

อัตราการใช้กำลังการผลิต (%)

54.5

55.6

61.6

51.1

54.8

56.4

54.5

54.9

55

เครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน

- ยอดขายปลีก (%)

20.6

25.2

28.4

20.6

28.3

6

n.a.

n.a.

22

- ยอดขายรถ (%)

187.2

63.2

78.9

58.5

55.2

6.3

24.1

1.2

59

- ยอดขายรถจักรยานยนต์ (%)

71.5

58.4

76.5

47.4

67.8

21.4

45.6

23.9

52

- การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค (%)

14.7

28.7

7.3

31.5

33.6

14.1

30.9

12.9

22

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน

- ยอดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์ (%)

27.6

24.2

50.5

42.4

51.9

22.8

18.5

28.2

33

- ยอดนำเข้าสินค้าทุน (%)

24.9

28.2

16.6

24.7

35.8

14.7

29.6

23.2

25

- ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ (%)

-4.4

3.1

6.7

1.9

8.3

-6.6

-16.8

-11.1

-2

ภาคระหว่างประเทศ (ล้านUS$)

- ส่งออก

5,246

5,349

5,628

5,095

5,170

5,469

5,997

6,074

5504

%เปลี่ยนแปลง

(31.9)

(31.1)

(21.4)

(16.5)

(13.4)

(15.1)

(22.7)

(24.9)

22

- นำเข้า

4,053

5,538

4,708

4,713

4,662

5,429

5,351

5,812

5033

%เปลี่ยนแปลง

(27.1)

(76.2)

(27.7)

(28.0)

(29.6)

(26.7)

(36.6)

(41.2)

36

- ดุลการค้า

1,193

-189

920

382

511

41

646

262

471

- ดุลบัญชีเดินสะพัด

1,703

373

1,118

551

781

155

1,094

556

791

- การเคลื่อนย้ายเงินทุน

-3,069

-1,195

-712

-830

-1,237

-745

-399

na

-1170

- ดุลการชำระเงิน

-1,794

-437

73

-75

-281

-29

8

350

-273

- เงินทุนสำรอง (พันล้านUS$)

32.6

32.0

32.3

32.2

31.9

32.1

31.9

32.2

  

ภาคการเงิน

- เงินฝาก (YOY%)

0.7

-0.6

-0.8

-0.7

-1

0

0.7

1.4

0

- สินเชื่อ (YOY%)

-4.4

-4.7

-4.8

-4.0

-3.5

-7.5

-7.1

-6.8

-5

- NPLs % ต่อสินเชื่อรวม

38.64

38.11

37.25

36.47

35.47

32.01

31.28

na

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ Email : Surachai.p@yuanta.co.th

 


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer