20 มีนาคม 2546

 
บมจ.เอส.พี. ซูซูกิ
SPSU <18.50 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   ซื้อ
เป้าหมาย   :   
21-23 บาท

 

 

ปีนี้เน้นกลยุทธ์เชิงรุก สิ้นมี.ค.นี้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 20% ในอนาคต

เมื่อวานเราได้มีโอกาสพบผู้บริหารของ บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ (SPSU) เพื่อสอบถามถึงแนวโน้มของบริษัทในปีนี้ และในอนาคต หลังจากที่ในปีก่อนประสบความสำเร็จในการออกซูซูกิ สแมช และสแมช จูเนียร์ ทำให้สามารถผลักดันยอดขาย ผลประกอบการ และ กำไรของ SPSU พุ่งขึ้นมาก โดยผู้บริหารกล่าวว่าปีนี้ค่ายรถซูซูกิจะเน้นนโยบายเชิงรุกมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 20% ในอนาคต และ จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดปีนี้ให้ได้ 15% จากปีก่อนอยู่ที่ 13% โดยกลยุทธ์เชิงรุกที่ค่ายรถซูซูกิเน้นคือ 1.) ค่ายซูซูกิได้ตั้งให้ไทยเป็นฐานในการวิจัยและพัฒนาของภูมิภาคอาเซียน 2.) ปีนี้ตั้งเป้าจะออกรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งเดือน ม.ค. ออกรถรุ่นนิวสแมชซึ่งเป็นเพียงปรับปรุงจากรุ่นสแมช และที่สำคัญสิ้นเดือน มี.ค. นี้จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่เอี่ยม โดยตั้งเป้าจะออกรถรุ่นใหม่ให้ได้อย่างน้อยไตรมาสละรุ่น 3.) มีการใช้นโยบายส่งเสริมการขายในเชิงรุกมากขึ้น

เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยแนวโน้มกำไรจะยังขยายตัวอย่างก้าวกระโดดเนื่องจากปีนี้ยังเน้นนโยบายเชิงรุกต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิในปีนี้เท่ากับ 276 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 3.49 ล้านบาท) ขยายตัวสูงถึง 79% เมื่อวัดค่าต่างๆแล้วยังถือว่าไม่แพง คือ ซื้อขาย P/E 46 ที่ 5.3 เท่า, EV/EBITDA 2.6 เท่า, P/BV 0.63 เท่า นอกจากนี้บริษัทฯยังมีฐานะการเงินมั่นคงคือภาระหนี้สุทธิ (หนี้เงินกู้หักด้วยเงินสด) เป็นลบ และ ประเมินราคาเหมาะสม 21-23 บาท เทียบกับราคาตามบัญชีซึ่งอยู่ที่ 26 บาท

SPSU's income statement (Bt mn)

Income Statement

2000

2001

2002

2003F

2004F

2005F

Sales

2,582

2,697

3,924

5,805

6,676

7,343

Other income

273

319

434

668

768

844

Total revenues

2,855

3,015

4,358

6,473

7,443

8,188

Cost of Goods sold

2,338

2,490

3,576

5,283

6,079

6,685

Depreciation and Amortisation

22

15

16

16

16

16

SG&A and Others Expenses

357

445

540

799

919

1,011

EBIT

138

65

226

375

429

476

Interest expenses

6

10

8

2

1

1

EBT

133

56

217

372

428

475

Equity Acc. + Extraordinary Gains

-

-

-

-

-

-

Net profit

97

35

154

276

316

351

EPS

1.23

0.44

1.95

3.49

4.01

4.45

EPS Growth

77.0%

( 64.3%)

345.0%

79.0%

14.9%

11.0%

PER

15.06

42.24

9.49

5.30

4.62

4.16

EV/EBITDA

8.3

18.5

1.7

2.6

1.2

1.9

P/BV

0.77

0.75

0.70

0.63

0.58

0.53

Dividend / Share

-

0.15

0.68

1.22

1.40

1.56

Dividend Yield

0.0%

0.8%

3.7%

6.6%

7.6%

8.4%

Gearing

net cash

0.02

net cash

net cash

net cash

net cash

Note: COGs does not include Depreciation and Amortisation

  • แนวโน้มตลาดรถจักรยานยนต์ ผู้บริหารประเมินว่าตลาดในปีนี้จะโตประมาณ 25% ก่อนหน้านี้ค่ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ประเมินยอดตลาดรวมจะโต 35% สู่ระดับ 1.8 ล้านคัน โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 15% ในปีนี้ จาก 13% ในปีก่อน และ ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้ได้ 20% ในอนาคต ซึ่งในปีนี้ผู้บริหารระบุว่าจะมีการปรับปรุงด้านการวิจัย และพัฒนา รวมถึงการโฆษณา และ ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการขายมากขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประมาณการของเราปีนี้จะเท่ากับ 270,000 คัน หรือ ขยายตัว 56% เนื่องจาก บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ (SPSU)เป็นตัวแทนขายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในประเทศไทย (ยกเว้น 14 จังหวัดในภาคใต้) จะมีผลทำให้ยอดขายของ SPSU เพิ่มขึ้นเป็น 5,805 ล้านบาท ขยายตัว 48%

ยอดขาย, ส่วนแบ่งการตลาด และประมาณการ ของค่ายรถต่างๆ

  

Honda

%share

Yamaha

%share

Suzuki

%share

Kawasaki

%share

Total

1995

636,633

43.5%

373,398

25.5%

352,845

24.1%

102,066

7.0%

1,464,942

1996

632,530

51.3%

278,819

22.6%

233,967

19.0%

88,272

7.2%

1,233,588

1997

531,776

58.4%

200,016

22.0%

124,060

13.6%

52,779

5.8%

911,195

1998

357,571

68.7%

76,878

14.8%

57,900

11.1%

28,135

5.4%

520,648

1999

423,310

70.7%

84,216

14.1%

69,815

11.7%

21,121

3.5%

598,541

2000

571,326

72.4%

92,828

11.8%

106,572

13.5%

18,128

2.3%

788,854

2001

679,396

75.4%

91,492

10.2%

108,285

12.0%

21,542

2.4%

900,925

1Q02

222,049

76.7%

29,426

10.2%

25,280

8.7%

12,382

4.3%

289,357

2Q02

210,998

73.2%

28,099

9.8%

40,450

14.0%

8,363

2.9%

288,105

3Q02

252,644

72.3%

39,482

11.3%

45,680

13.1%

7,612

2.2%

349,277

4Q02

284,518

70.1%

44,975

11.1%

61,404

15.1%

6,869

1.7%

406,005

2002

970,209

72.8%

141,982

10.7%

172,814

13.0%

35,226

2.6%

1,332,744

2003F

1,263,600

70.2%

199,800

11.1%

270,000

15.0%

46,800

2.6%

1,800,000

  • ค่ายรถซูซูกิได้มีการย้ายฐาน การวิจัยและพัฒนา เข้ามาในประเทศไทย โดยตั้งให้ไทยเป็นฐานของการวิจัยและพัฒนาของค่ายรถซูซูกิในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปัจจุบันซูซูกิมีฐานในการวิจัยและพัฒนา 3 แห่ง คือ ที่ญี่ปุ่น ไทย และ จีน การย้ายฐานการวิจัยและพัฒนาเข้ามาในไทยซึ่งเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีก่อน ทำให้มีการพัฒนารถจักรยายนต์โมเดลใหม่ เช่น ซูซูกิ สแมช และ สแมชจูเนียร์ ซึ่งมีประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยฐานการวิจัยและพัฒนานี้ยังทำหน้าที่วางแผนกำลังการผลิต การสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการประหยัดจากขนาด นอกจากนี้การมีฐานวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยทำให้ค่ายรถซูซูกิสามารถออกรถรุ่นใหม่ๆ มีการโต้กลับทางการตลาดกับคู่แข่งได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้ง่ายขึ้นในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด โดยตั้งเป้าปีนี้จะออกรถรุ่นใหม่ไตรมาสละรุ่น ซึ่งในเดือน ม.ค. มีรุ่นนิวสแมชซึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และในปลายเดือนมี.ค.นี้จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่เอี่ยมและคาดหมายว่าจะ ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับสแมชจูเนียร์ ผู้บริหารประเมินว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะทำให้ บริษัทสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ราคาถูกลงมากเหลือเพียง 27,000-28,000 บาท เทียบกับราคารถสแมชจูเนียร์อยู่ที่ 29,800 บาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับเดิม
  • ปีนี้ใช้นโยบายเชิงรุกในการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์มากขึ้น เช่น 1.) มีการตั้งทีมการตลาดไปยังตัวแทนจำหน่ายจังหวัดต่างๆ เพื่อทำการตลาด ตรวจเช็คสภาพ และ ซ่อมฟรี 2.)นโยบายรวมกับบริษัทประกันด้วยการซื้อรถแถม ประกันภัยฟรี 1 ปี 3.) มีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆมากขึ้น
  • ยอดขายของซูซูกิในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาปรับลดลงจากเดือน ม.ค. 16% และส่วนแบ่งตลาดปรับลดลงมาเหลือ 13% ทั้งนี้เนื่องจากค่ายรถซูซูกิเตรียมที่จะเปิดตัวรถโมเดลรุ่นใหม่ในปลายเดือน มี.ค. นี้ จึงทำให้มีการชะลอคำสั่งซื้อ และ ผู้บริหารคาดหวังว่ารถรุ่นใหม่นี้จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ สแมชจูเนียร์

  • ไทยซูซูกิมอเตอร์ได้วางแผนที่จะขยายกำลังการผลิตโดยลงทุนจำนวน 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นปีนี้ 500 ล้านบาท ปีหน้า 500 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิต จากปีเดิมรถจักรยายนต์ 4 จังหวะ 200,000 คัน รถ 2 จังหวะ 200,000 คัน เป็นปีนี้รถ 4 จังหวะ 350,000 คัน และ ปีหน้ารถ 4 จังหวะ 500,000 คัน โดยลงทุนจำนวน 1,000 ล้านบาทนี้ไม่ต้องระดมทุนเพิ่ม (SPSU ถือหุ้นไทยซูซูกิมอเตอร์ 18%) เพราะไทยซูซูกิมอเตอร์มีเงินสดแล้วร่วม 1,000 ล้านบาท
  • ผู้บริหารระบุบริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไร ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2544 มีการจ่ายเงินปันผลคิดเป็นประมาณ 35% ดังนั้น ปีนี้เราประเมินว่าบริษัทจะประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2545 ประมาณ 0.7 บาทต่อหุ้น
  • ผู้บริหารระบุว่าปัจจุบันบริษัทฯกำลังศึกษาเรื่องการแตกพาร์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่อง และ เพิ่มปริมาณการซื้อขายมากขึ้น
  • บริษัทฯได้มีการลงทุนจำนวน 19 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาระบบการจัดส่ง และ กระจายสินค้าให้ดีขึ้น หลังจากพบว่าในช่วงปลายปี 2545 บริษัทฯประสบปัญหาความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นมามากจนจัดส่งไม่ทัน โดยระบบใหม่นี้ผู้บริหารคาดว่าจะสามารถรองรับการเติบโตสูงของยอดจำหน่ายรถซูซูกิในปีนี้
  • หุ้น SPSU ในปี 2545 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะซื้อขายที่บริเวณ P/E ประมาณ 6 เท่า และ จากปีนี้เราประเมินกำไรเท่ากับ 3.49 บาทต่อหุ้น ถ้าหากให้ซื้อขายที่ P/E เท่ากับ 6 เท่า จะได้ราคาเหมาะสมประมาณ 21 บาท สำหรับในกรณีที่ให้ซื้อขายเท่ากับส่วนลดกระแสเงินสดจะได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 23 บาท

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer