|
18 มีนาคม
2546
| |
|
บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า STANLY <119 บาท>
|
|
คำแนะนำ ใหม่
: ซื้อ ก่อนหน้านี้
: ซื้อ
เป้าหมาย : 150
บาท |
|
|

|
|
ผลประกอบการไตรมาส
4/46 ต่ำกว่าคาด
แต่แนวโน้มปีนี้จะยังโดดเด่น |
บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า
(STANLY)
ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส4/46
(พ.ย.45-ม.ค.46)
มีกำไรสุทธิเท่ากับ 111.6
ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.91 บาท)
ลดลงจากไตรมาสก่อนถึง 29.3%
แต่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง
50.9%
ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ประเมินว่าจะมีกำไรเท่ากับ
153 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 4.02 บาท)
ส่วนงวดปี 2546 (ก.พ. 45 - ม.ค. 46)
บริษัทมีกำไรรวมเท่ากับ 483
ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 12.61 บาท)
ขยายตัวเพิ่มขึ้น 42.8%
สาเหตุที่ผลประกอบการไตรมาส
4/46 ต่ำกว่าคาด และ
แย่ลงเมื่อเทียบกับไตรมาส
3/46
เนื่องจากการผลิตไฟหน้าไฟท้ายท้ายให้รถโมเดลใหม่คือ
โตโยต้า โซลูน่า วีออส (ยอดผลิตเดือนละประมาณ
5,400 คัน) และ ฮอนด้า ซิตี้ใหม่ (ยอดผลิตเดือนละประมาณ
3,600 คัน)
มีอัตราการสูญเสียที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งเป็นลักษณะปกติในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงโมเดลใหม่
จึงเป็นผลทำให้อัตราการทำกำไรขั้นต้นปรับลดลงมากเหลือเพียง
17.9%
จากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่
22.9%
อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของ
STANLY ในปีนี้ (ก.พ. 46 - ม.ค. 47)
จะยังมีแนวโน้มที่โดดเด่น
เนื่องจาก โตโยต้า โซลูน่า
วีออส
ตั้งเป้าจะเป็นรถยนต์ของเอเชีย
(Asian Cars)
ซึ่งเป็นการผลิตแบบปริมาณมากเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
ค่ายอีซูซุก็จะใช้ไทยเป็นฐานเพื่อส่งออกประมาณ
8,000-10,000 คันต่อเดือน
จากในปีก่อนผลิตเฉพาะเฉพาะจำหน่ายในไทยประมาณ
8,000 คันต่อเดือน
นอกจากนี้ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่
ก็เป็นอีกรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาด
รวมถึงฮอนด้า แอคคอร์ดใหม่
ได้เปิดตัวแล้วในช่วงเดือน
ก.พ. ที่ผ่านมา
ซึ่งรถเป็นที่นิยมของตลาดเหล่านี้ล้วนใช้ไฟหน้าไฟท้ายของ
STANLY เราประเมินว่ายอดขาย
ของบริษัทในปีนี้จะเติบโต 15%
สู่ระดับ 5,090 ล้านบาท
ซึ่งมีอัตราการเติบโตเท่ากับประมาณการของค่ายรถโตโยต้า
และ จะมีกำไรสุทธิ 626 ล้านบาท
(กำไรต่อหุ้น 16.35 บาท) ขยายตัว
29.6%
เรามองว่าหุ้น
STANLY ที่ระดับ 119 บาท
ยังมีระดับราคาที่น่าสนใจ
โดยจะซื้อขายที่ระดับ P/E
ปีนี้เท่ากับ 7.4 เท่า, EV/EBITDA 3.79
เท่า
ในขณะที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง
คือ มีฐานะเป็นเงินสดสุทธิ
(Gearing เป็นลบ)
เทียบกับศักยภาพการเติบโตของบริษัทยังสูงต่อเนื่อง
เราประเมินราคาเหมาะสมตามส่วนลดกระแสเงินสดที่
150 บาท ดังนั้น
เรายังคงคำแนะนำ
"ซื้อ"
STANLY's income statement (Mn
Bt)
| |
4Q03 |
3Q03 |
QoQ |
4Q02 |
YoY |
2003 |
2002 |
YoY |
|
Sales |
1,208.7 |
1,231.3 |
-1.8% |
908.7 |
33.0% |
4,403.5 |
3,731.9 |
18.0% |
|
Other Income |
26.6 |
23.6 |
12.6% |
14.5 |
83.5% |
120.7 |
83.9 |
43.8% |
|
COGs |
878.1 |
859.4 |
2.2% |
678.1 |
29.5% |
3,135.3 |
2,800.8 |
11.9% |
|
Depreciation&amortisation |
114.0 |
89.8 |
27.0% |
84.1 |
35.5% |
379.8 |
316.1 |
20.2% |
|
Gross profits |
216.5 |
282.1 |
-23.2% |
146.4 |
47.9% |
888.4 |
615.0 |
44.5% |
|
Gross margin (%) |
17.9% |
22.9% |
- |
16.1% |
- |
20.2% |
16.5% |
- |
|
SG&A |
90.7 |
95.1 |
-4.5% |
80.3 |
12.9% |
356.5 |
287.5 |
24.0% |
|
SG&A / Sales |
7.5% |
7.7% |
|
8.8% |
|
8.1% |
7.7% |
|
|
EBITDA |
265.9 |
300.0 |
-11.4% |
164.2 |
61.9% |
1,030.6 |
725.7 |
42.0% |
|
EBITDA margin (%) |
22.0% |
24.4% |
- |
18.1% |
- |
23.4% |
19.4% |
- |
|
Interest expense |
1.5 |
3.4 |
-54.5% |
2.2 |
-30.2% |
8.9 |
6.4 |
38.5% |
|
Net profit before tax |
150.3 |
206.8 |
-27.3% |
77.9 |
93.1% |
641.9 |
403.2 |
59.2% |
|
Net profit before extra item |
115.6 |
154.9 |
-25.4% |
44.4 |
160.2% |
493.6 |
290.6 |
69.9% |
|
Extra ordinary gain (loss) |
(4.0) |
3.0 |
N.A. |
29.5 |
N.A. |
(10.4) |
47.7 |
NA |
|
Net profit |
111.6 |
157.8 |
-29.3% |
73.9 |
50.9% |
483.2 |
338.3 |
42.8% |
|
EPS (Bt) before extra item |
3.02 |
4.04 |
-25.4% |
1.16 |
160.2% |
12.88 |
7.58 |
69.9% |
|
EPS (Bt) |
2.91 |
4.12 |
-29.3% |
1.93 |
50.9% |
12.61 |
8.83 |
42.8% |
Note: COGs does not include Depreciation and Amortization
- ยอดขายของ STANLY
ในไตรมาส 4/46 (พ.ย. 45 ม.ค. 46)
เท่ากับ 1,208 ล้านบาท ลดลง 1.8%
จากไตรมาสก่อน
แต่เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน
นับว่าสอดคล้องกับยอดผลิตรถยนต์ในช่วงดังกล่าว
(พ.ย. 45 ม.ค. 46) ที่ลดลง 5.6%
จากไตรมาสก่อน และขยายตัว
41.1% จากปีก่อน
แนวโน้มผลการดำเนินงานของ
STANLY
ในปีนี้คาดหมายว่าจะยังโดดเด่น
เนื่องจากค่ายรถยนต์โตโยต้ากำหนดที่จะใช้
โตโยต้า โซลูน่า วีออส
ในไทยเป็นฐานการส่งออกในภูมิภาคนี้
อีซูซุ จะใช้อีซูซุ ดีแมกซ์
เป็นฐานส่งออก 130
ประเทศทั่วโลกประมาณ 8,000-10,000
คันต่อเดือน
ในขณะที่มียอดจำหน่ายในประเทศประมาณ
8,000 คันต่อเดือน
ส่วนรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้
ใหม่ก็มีการผลิตเป็นปริมาณมากมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีฮอนด้า
แอคคอร์ดใหม่ที่เปิดตัวในเดือน
ก.พ. ที่ผ่านมา
ดังนั้น ในปี 2547
นี้ (ก.พ. 46 ม.ค. 47)
ผู้บริหารได้เคยประเมินยอดขายจะเติบโตประมาณ
20%
ในการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อเดือน
ธ.ค. 45 ที่ผ่านมา
ส่วนค่ายรถโตโยต้าประเมินยอดขายในประเทศปีนี้จะเติบโต
15% ในขณะที่
ค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า
ประเมินยอดขายปีนี้จะโต 35%
ดังนั้นจากที่ STANLY
ครองส่วนแบ่งตลาดไฟหน้าไฟท้าย
75-80% ในรถยนต์ และ 35%
รถจักรยานยนต์
จึงทำให้ได้รับผลบวกโดยตรง
แต่จากประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมของเราประเมินว่ายอดขายของ
STANLY ในปีนี้จะขยายตัว 15%
สู่ระดับ 5,090 ล้านบาท

- อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเหลือเพียง
17.9% ในไตรมาส 4/46
เทียบกับไตรมาส 3/46 อยู่ที่
22.9%
ทั้งนี้มีสาเหตุสำคัญมาจาก
การผลิตไฟหน้าไฟท้ายท้ายให้รถโมเดลใหม่คือ
โตโยต้า โซลูน่า วีออส (ยอดผลิตเดือนละประมาณ
5,400 คัน) และ ฮอนด้า ซิตี้ใหม่
(ยอดผลิตเดือนละประมาณ 3,600
คัน)
มีอัตราการสูญเสียที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งเป็นลักษณะปกติในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงโมเดลใหม่

- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเท่ากับ
90.7 ล้านบาท
ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย
นับว่าสอดคล้องกับยอดขายของบริษัท
ส่วนรายการอื่นๆคือ
บริษัทมีการลงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส
4/46 เท่ากับ 4 ล้านบาท
- ในปีที่ผ่านบริษัทมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์
และ
รองรับโมเดลรถใหม่ๆที่ออกมามากในปีก่อน
ซึ่งบริษัทได้มีการลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกำลังการผลิตในปีก่อนเท่ากับ
675 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สูง
บริษัทจะมีการไฟแนนซ์การลงทุนเพิ่มดังกล่าวด้วยเงินกระแสเงินสดของบริษัท
ซึ่งในไตรมาส 4/46
มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพียง 1.5
ล้านบาท
ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่
3.4 ล้านบาท
ผู้บริหารมองว่าโรงงานปัจจุบันจะยังมีกำลังการผลิตสามารถรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากในปีนี้ได้
- STANLY
ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลเท่ากับ
4.2 บาทต่อหุ้น (ที่ราคา 119 บาท
มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 3.5%)
หรือ
คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลเท่ากับ
33.3% ของกำไร
|
Income Statement |
00/01 |
01/02 |
02/03 |
03/04F |
04/05F |
05/06F |
|
Sales |
3,382 |
3,732 |
4,404 |
5,090 |
5,599 |
6,047 |
|
Other income |
75 |
84 |
121 |
137 |
151 |
163 |
|
Total revenues |
3,456 |
3,816 |
4,524 |
5,227 |
5,750 |
6,210 |
|
Cost of Goods sold |
2,565 |
2,801 |
3,135 |
3,614 |
3,975 |
4,293 |
|
Depreciation and Amortization |
349 |
316 |
380 |
377 |
372 |
368 |
|
SG&A and Others Expenses |
287 |
289 |
358 |
417 |
457 |
494 |
|
EBIT |
256 |
410 |
651 |
820 |
946 |
1,055 |
|
Interest expenses |
13 |
6 |
9 |
5 |
0 |
0 |
|
EBT |
242 |
403 |
642 |
814 |
946 |
1,055 |
|
Equity Acc. + Extraordinary Gains |
4 |
48 |
(10) |
- |
- |
- |
|
Net profit |
236 |
338 |
483 |
626 |
728 |
808 |
|
EPS |
6.16 |
8.83 |
12.61 |
16.35 |
19.00 |
21.09 |
|
EPS Growth |
109.6% |
43.3% |
42.8% |
29.6% |
16.2% |
11.0% |
|
PER |
19.64 |
13.70 |
9.59 |
7.40 |
6.37 |
5.74 |
|
EV/EBITDA |
8.01 |
6.63 |
4.84 |
3.79 |
3.04 |
2.51 |
|
P/BV |
2.88 |
2.48 |
2.06 |
1.71 |
1.43 |
1.22 |
|
Dividend / Share |
2.0 |
2.9 |
4.2 |
5.4 |
6.3 |
7.0 |
|
Gearing |
0.13 |
0.09 |
0.16 |
net cash |
net cash |
net cash |
|
|
นักวิเคราะห์
: สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|