3 มีนาคม 2546

 
บมจ.เอส.พี. ซูซูกิ
SPSU <18.10 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   ซื้อ

 

 

ผลประกอบการไตรมาส 4/45 ขยายตัวแบบก้าวกระโดด ด้วยแรงผลักดันจากสแมช จูเนียร์

บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ (SPSU) ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2545 ปรากฏว่า ในไตรมาส 4/45 มีกำไรสุทธิสูงถึง 53 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้นเท่า 0.67 บาท) ขยายตัวถึง 39.8% จากไตรมาสก่อน และเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนเท่ากับ 28.7 ล้านบาท ดีกว่าประมาณการของเราที่ประเมินว่าจะมีกำไรเท่ากับ 45.9 ล้านบาท รวมแล้วในปี 2545 บริษัทมีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.95 บาท) ขยายตัวสูงถึง 345% ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกำไรอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 4/45 ที่ผ่านมาคือ ยอดขายที่ขยายตัวอย่างมากถึง 135% จากปีก่อน และ 31% จากไตรมาสก่อน สู่ระดับ 1,362 ล้านบาท โดยยอดขายที่ก้าวกระโดดได้แรงหนุนจากปัจจัยสำคัญสองประการคือ การเปิดรถรุ่นใหม่ สแมช จูเนียร์ ที่มีราคาต่ำกว่า 30,000 ได้รับการตอบรับจากตลาดดีอย่างมากจนผลิตไม่ทันและต้องมีการสั่งจอง ทำให้ซูซูกิสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดพุ่งขึ้นมาเป็น 15.2% ในไตรมาส 4/45 เทียบกับ 13% ในไตรมาส 3/45 ตลาดรถจักรยานยนต์รวมในไตรมาส 4/45 มีการเติบโตสูงถึง 69% จากปีก่อน สู่ระดับ 406,005 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ไตรมาส 4/45 เท่ากับ 61,404 คัน โต 151%

สำหรับในปี 2546 ค่ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ประเมินยอดตลาดรวมจะโต 35% สู่ระดับ 1.8 ล้านคัน ภายใต้ส่วนแบ่งการตลาดของค่ายรถซูซูกิประมาณ 15% ในไตรมาส 4/45 ที่ผ่าน จะมีผลทำให้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประมาณการของเราจะเท่ากับ 270,000 คัน หรือ ขยายตัว 56% เนื่องจาก บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ (SPSU)เป็นตัวแทนขายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในประเทศไทย (ยกเว้น 14 จังหวัดในภาคใต้) จะมีผลทำให้ยอดขายของ SPSU เพิ่มขึ้นเป็น 5,805 ล้านบาท ขยายตัว 48% และ จะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 276 ล้านบาท (3.49 บาทต่อหุ้น) ขยายตัวสูงถึง 79%

ราคาหุ้น SPSU ในช่วงที่ผ่านมาได้พุ่งขึ้นแรงถึง 47% นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา แต่เนื่องจากในปีนี้แนวโน้มกำไรจะยังขยายตัวอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง คือ คาดว่าจะมีกำไร 276 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 3.49 ล้านบาท) ขยายตัวสูงถึง 79% เมื่อวัดค่าต่างๆแล้วยังถือว่าไม่แพง คือ ซื้อขาย P/E 46 ที่ 5.19 เท่า, EV/EBITDA 2.5 เท่า, P/BV 0.62 เท่า นอกจากนี้บริษัทฯยังมีฐานะการเงินมั่นคงคือภาระหนี้สุทธิ (หนี้เงินกู้หักด้วยเงินสด) เป็นลบ ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” และ ประเมินราคาเหมาะสม 21-23 บาท

SPSU's income statement (Bt mn)

  

4Q02

3Q02

QoQ

4Q01

YoY

2002

2001

YoY

Sales

1,362.7

1,038.8

31.2%

578.9

135.4%

3,924.0

2,696.7

45.5%

Other Income

138.7

114.3

21.3%

91.1

52.2%

433.6

318.6

36.1%

COGs

1,235.2

952.0

29.8%

533.9

131.4%

3,576.1

2,489.8

43.6%

Depreciation&amortisation

4.3

3.9

9.4%

3.7

17.9%

15.6

15.1

2.8%

Gross profits

123.2

82.9

48.6%

41.3

198.3%

332.4

191.8

73.3%

Gross margin (%)

9.0%

8.0%

-

7.1%

-

8.5%

7.1%

-

SG&A

181.1

142.2

27.4%

157.7

14.8%

540.2

444.9

21.4%

EBITDA

85.0

59.0

44.2%

(21.7)

N.A.

241.3

80.6

199.4%

EBITDA margin (%)

6.2%

5.7%

-

-3.7%

-

6.2%

3.0%

-

Interest expense

0.8

0.9

-10.1%

3.7

-78.5%

8.3

9.6

-13.6%

Net profit

53.2

38.0

39.8%

(28.7)

N.A.

154.0

34.6

345.0%

EPS (Bt)

0.67

0.48

39.8%

(0.36)

N.A.

1.95

0.44

345.0%

Note: COGs does not include Depreciation and Amortisation

  • ยอดขายของ SPSU ในไตรมาส 4/45 พุ่งขึ้นถึง 135% จากปีก่อน และ 31% จากไตรมาสก่อน สู่ระดับ 1,362 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดขายในไตรมาส 4/45 ก้าวกระโดดคือ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ สแมช จูเนียร์ ในเดือน ต.ค. 45 ซึ่งมีจุดเด่นในด้านคุณภาพและราคาต่ำกว่าสามหมื่นบาท ได้ผลักดันให้ยอดขายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในไตรมาส 4/45 ขยายตัวสูงถึง 151% สู่ระดับ 61,404 คัน เทียบกับตลาดรวมที่ขยายตัว 69% สู่ระดับ 406,005 คัน และ ส่วนแบ่งการตลาดในไตรมาส 4/45 ได้พุ่งขึ้นมาเป็น 15% เทียบกับไตรมาส 3/45 ที่มีส่วนแบ่งตลาด 13% และ ในปี 2544 ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 12%

สำหรับในปี 2546 ค่ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ประเมินยอดตลาดรวมจะโต 35% สู่ระดับ 1.8 ล้านคัน ภายใต้ส่วนแบ่งการตลาดของค่ายรถซูซูกิประมาณ 15% ในไตรมาส 4/45 ที่ผ่าน และ ในปีนี้ผู้บริหารระบุว่าจะมีการปรับปรุงด้านการวิจัย และพัฒนา รวมถึงการโฆษณา และ ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการขายมากขึ้น และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้ได้เป็น 20% ในอนาคต มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ นิวสแมชในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงสแมชจูเนียร์ที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาดจนผลิตไม่ทัน ซึ่งจะมีผลทำให้ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประมาณการของเราปีนี้จะเท่ากับ 270,000 คัน หรือ ขยายตัว 56% เนื่องจาก บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ (SPSU)เป็นตัวแทนขายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในประเทศไทย (ยกเว้น 14 จังหวัดในภาคใต้) จะมีผลทำให้ยอดขายของ SPSU เพิ่มขึ้นเป็น 5,805 ล้านบาท ขยายตัว 48%

ยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดของค่ายรถต่างๆ

 

Honda

%share

Yamaha

%share

Suzuki

%share

Kawasaki

%share

Total

1995

636,633

43.5%

373,398

25.5%

352,845

24.1%

102,066

7.0%

1,464,942

1996

632,530

51.3%

278,819

22.6%

233,967

19.0%

88,272

7.2%

1,233,588

1997

531,776

58.4%

200,016

22.0%

124,060

13.6%

52,779

5.8%

911,195

1998

357,571

68.7%

76,878

14.8%

57,900

11.1%

28,135

5.4%

520,648

1999

423,310

70.7%

84,216

14.1%

69,815

11.7%

21,121

3.5%

598,541

2000

571,326

72.4%

92,828

11.8%

106,572

13.5%

18,128

2.3%

788,854

2001

679,396

75.4%

91,492

10.2%

108,285

12.0%

21,542

2.4%

900,925

1Q02

222,049

76.7%

29,426

10.2%

25,280

8.7%

12,382

4.3%

289,357

2Q02

210,998

73.2%

28,099

9.8%

40,450

14.0%

8,363

2.9%

288,105

3Q02

252,644

72.3%

39,482

11.3%

45,680

13.1%

7,612

2.2%

349,277

4Q02

284,518

70.1%

44,975

11.1%

61,404

15.1%

6,869

1.7%

406,005

2002

970,209

72.8%

141,982

10.7%

172,814

13.0%

35,226

2.6%

1,332,744

2003F

1,263,600

70.2%

199,800

11.1%

270,000

15.0%

46,800

2.6%

1,800,000

  • รายได้จากการเช่าซื้อในปี 2545 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 13% สู่ระดับ 242 ล้านบาท ส่วนลูกหนี้เช่าซื้อ ณ สิ้นปี 2545 ก็เพิ่มขึ้นไม่มากนักเท่ากับ 22% สู่ระดับ 625 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายรวมจะขยายตัวสูงถึง 45% สู่ระดับ 3,924 ล้านบาท ซึ่งในอดีตรายได้จากการเช่าซื้อซึ่งเป็นของบริษัทลูก คือ สินพล จะเป็นส่วนสำคัญของรายได้ของ SPSU
  • รายการอื่นๆ 1.) อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/45 ปรับดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 9% จากระดับ 8% ในไตรมาสก่อน และ 7.1% ในปีก่อน แม้ว่ามอเตอร์ไซต์สแมช จูเนียร์ จะมีราคาต่ำกว่า 30,000 หมื่นบาท เทียบกับ ซูซูกิ สแมช ที่มีราคาประมาณ 34,000-35,000 บาท 2.) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อน และ 157% จากปีก่อน สอดคล้องกับยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้น 3.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือเพียง 0.8 ล้านบาท ลดลง 10% จากไตรมาสก่อน และ 78% จากปีก่อน โดยบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมากคือ มีหนี้เงินกู้เพียง 42 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีภาระหนี้เงินกู้เท่ากับ 169 ล้านบาท ซึ่งค่า Gearing อยู่ในฐานะเป็นเงินสดสุทธิ
  • หุ้น SPSU ในปี 2545 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะซื้อขายที่บริเวณ P/E ประมาณ 6 เท่า และ จากปีนี้เราประเมินกำไรเท่ากับ 3.49 บาทต่อหุ้น ถ้าหากให้ซื้อขายที่ P/E เท่ากับ 6 เท่า จะได้ราคาเหมาะสมประมาณ 21 บาท สำหรับในกรณีที่ให้ซื้อขายเท่ากับส่วนลดกระแสเงินสดจะได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 23 บาท

Income Statement

1999

2000

2001

2002

2003F

2004F

Sales

1,838

2,582

2,697

3,924

5,805

6,676

Other income

249

273

319

434

668

768

Total revenues

2,087

2,855

3,015

4,358

6,473

7,443

Cost of Goods sold

1,648

2,338

2,490

3,576

5,283

6,079

Depreciation and Amortisation

38

22

15

16

16

16

SG&A and Others Expenses

299

357

445

540

799

919

EBIT

102

138

65

226

375

429

Interest expenses

22

6

10

8

2

-

EBT

80

133

56

217

372

429

Equity Acc. + Extraordinary Gains

(4)

-

-

-

-

-

Net profit

55

97

35

154

276

317

EPS

0.69

1.23

0.44

1.95

3.49

4.02

EPS Growth

76.0%

77.0%

( 64.3%)

345.0%

79.0%

15.2%

PER

26.09

14.74

41.33

9.29

5.19

4.50

EV/EBITDA

8.0

8.1

18.1

1.6

2.5

1.2

P/BV

0.79

0.75

0.74

0.69

0.62

0.57

Dividend / Share

-

-

0.15

0.68

1.22

1.41

Dividend Yield

0.0%

0.0%

0.8%

3.8%

6.7%

7.8%

Gearing

net cash

net cash

0.02

net cash

net cash

net cash

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer