3 มีนาคม 2546

 
บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่
BAT-3K <40.25 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   
ซื้อลงทุน

 

 

ผลประกอบการไตรมาส 4/45 ขยายตัวอย่างโดดเด่น

บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่ (BAT-3K) ประกาศตัวเลขกำไรไตรมาส 4/45 ที่สูงถึง 69 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 3.45บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 122% จากไตรมาสก่อน และ 77.4% จากปีก่อน ดีกว่าประมาณการของเราเล็กน้อยที่ประเมินว่าจะมีกำไรเท่ากับ 62 ล้านบาท สำหรับปี 2545 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรเท่ากับ 155.1 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 7.76 บาท) ขยายตัวสูงถึง 52.9% ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันกำไรในไตรมาส 4/45 ให้ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด คือ 1.) ยอดขายเติบโตสูงถึง 42.5% จากไตรมาสก่อน และ 14.4% จากปีก่อน สู่ระดับ 556.4 ล้านบาท จากการขยายตัวของตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติไตรมาสสี่จะเป็นฤดูที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 2.) อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเป็น 31.2% ในไตรมาส 4/45 จากระดับประมาณ 27% ในไตรมาสก่อนและปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนของยอดขายของแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องน้ำกลั่นที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่อื่นๆที่มีมาร์จิ้นสูง และ 3.) ภาษีนำเข้าตะกั่วบริสุทธิ์ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ ปรับลดลงจาก 10% เหลือ 1% ในปลายไตรมาส 2/45 ที่ผ่านมาทำให้มีต้นทุนการผลิตลดลง

แนวโน้มในปี 2546 คาดหมายว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยผู้บริหารระบุว่า ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อแบตเตอรี่เข้ามาจนผลิตไม่ทัน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่น โดย BAT-3K กำลังอยู่ในช่วงการขยายกำลังการผลิตจาก 150,000 ลูกต่อเดือน เป็น 170,000 ลูกต่อเดือน สำหรับรถยนต์ โดยจะเป็นการลงทุนเพิ่มในส่วนการพัฒนาเครื่องจักรเท่ากับ 50 ล้านบาท ดังนั้น โดยรวมแล้วแนวโน้มยอดขายปี 2546 จะเติบโตเนื่อง ซึ่งเราประเมินว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโตประมาณ 8% สู่ระดับ 1,910 ล้านบาท เป็นประมาณการที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมไว้ก่อน เทียบกับปีก่อนที่เติบโต 11% ซึ่งจะทำให้ในปีนี้มีกำไรเท่ากับ 181 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 9.03 บาท) และ ปกติบริษัทจะจ่ายปันผลประมาณ 30% ดังนั้น เราจึงประเมินว่าจะจ่ายปันผลสูงขึ้นอีกตามการเติบโตของกำไรเท่ากับ 2.7 บาทต่อหุ้น

หุ้น BAT-3K ในปัจจุบันซื้อขายในราคาที่ถูก คือ มีค่า P/E ปี 2546 ที่ต่ำเพียง 4.46 เท่า, EV/EBITDA 2.52 เท่า, P/BV 0.64 เท่า บริษัทยังมีการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 6-8% หลังจากที่ปีนี้จ่ายปันผล 2.25 บาท คาดปีหน้าจะจ่ายปันผลประมาณ 2.7 บาท และ ยังเป็นหุ้นที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีภาระหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.20 เท่า เรายังคงประมาณการราคาเหมาะสมไว้ที่ระดับ 50 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะซื้อขายระดับ P/E ต่ำกว่า 6 เท่าเล็กน้อย จากสภาพคล่องการซื้อขายที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

BAT-3K's income statement (Mn Bt)

  

4Q02

3Q02

QoQ

4Q01

YoY

2002

2001

YoY

Sales

556.4

390.3

42.5%

486.4

14.4%

1,768.5

1,591.5

11.1%

Other Income

9.2

6.4

43.2%

9.3

-1.9%

27.2

31.2

-12.8%

COGs

359.4

258.5

39.0%

328.2

9.5%

1,186.4

1,052.8

12.7%

Depreciation&amortisation

23.7

23.9

-0.7%

24.1

-1.7%

94.7

91.9

3.1%

Gross profits

173.3

107.9

60.6%

134.1

29.2%

487.4

446.8

9.1%

Gross margin (%)

31.2%

27.7%

-

27.6%

-

27.6%

28.1%

-

SG&A

85.6

67.2

27.3%

74.7

14.6%

263.2

283.8

-7.3%

SG&A / Sales

15.4%

17.2%

-

15.4%

-

14.9%

17.8%

-

EBITDA

120.5

69.8

72.7%

94.8

27.1%

342.9

281.0

22.0%

EBITDA margin (%)

21.7%

17.9%

-

19.5%

-

19.4%

17.7%

-

Interest expense

3.5

5.1

-31.7%

7.3

-52.4%

21.1

30.7

-31.1%

Net profit before extra item

67.6

28.5

137.6%

40.7

66.0%

169.7

102.3

65.9%

Extra ordinary gain (loss)

1.4

2.6

-46.4%

(1.8)

N.A.

(14.6)

(0.9)

NA

Net profit

69.0

31.1

122.2%

38.9

77.4%

155.1

101.4

52.9%

EPS (Bt) before extra item

3.38

1.42

137.6%

2.04

66.0%

8.49

5.12

65.9%

EPS (Bt)

3.45

1.55

122.2%

1.95

77.4%

7.76

5.07

52.9%

Note: COGs does not include Depreciation and Amortisation

  • ยอดขายของ BAT-3K ในไตรมาส 4/45 ขยายตัวอย่างโดดเด่นถึง 42% จากไตรมาสก่อน และ 12.9% จากปีก่อน สู่ระดับ 557 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจาก ไตรมาสสี่ปกติจะเป็นช่วงที่มียอดจำหน่ายแบตเตอรี่สูงสุดในรอบปีเพราะ 1.) ไตรมาสสี่จะเป็นช่วงฤดูขายสูงสุดสำหรับตลาดแบตเตอรี่ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างหน้าฝนไปสู่หน้าหนาวทำให้แบตเตอรี่เสียง่ายในช่วงดังกล่าว 2.) ผลิตภัณฑ์ใหม่คือ แบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่นได้รับตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดีจนผลิตไม่ทัน 3.) บริษัทมีการกระจายยอดขายไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงอื่นๆอย่าง เช่น Solar, EV Battery, golf cart battery และ forklift battery 4.) บริษัทมีการขยายตัวตลาดส่งออกมากขึ้น ทำให้ยอดส่งออกไตรมาส 4/45 ขยายตัวสูงถึง 48% จากไตรมาสก่อน และ 8% จากปีก่อน ซึ่งนอกจากประเทศตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลักแล้ว ยังกระจายไปยังตลาดอื่นๆมากขึ้น เช่น ประเทศแถบอินโดจีน, ทวีปอาฟริกา, ทวีปอเมริกา และ ประเทศแถบทะเลแคริเบียน

แนวโน้มในปี 2546 คาดหมายว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยผู้บริหารระบุว่า ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อแบตเตอรี่เข้ามาจนผลิตไม่ทัน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่น โดย BAT-3K กำลังอยู่ในช่วงการขยายกำลังการผลิตจาก 150,000 ลูกต่อเดือน เป็น 170,000 ลูกต่อเดือน สำหรับรถยนต์ โดยจะเป็นการลงทุนเพิ่มในส่วนการพัฒนาเครื่องจักรเท่ากับ 50 ล้านบาท ดังนั้น โดยรวมแล้วแนวโน้มยอดขายปี 2546 จะเติบโตเนื่อง ซึ่งเราประเมินว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโตประมาณ 8% เทียบกับปีก่อนที่เติบโต 11%

ยอดจำหน่ายของ BAT-3K จำแนกตามตลาดในประเทศและต่างประเทศ รายไตรมาส

  

4Q01

1Q02

2Q02

3Q02

4Q02

%QoQ

%YoY

Sales

493.72

419.17

401.52

390.31

557.45

42.8%

12.9%

> Domestic Sales

192.88

170.73

208.36

170.84

232.29

36.0%

20.4%

> Export Sales

300.84

248.44

193.16

219.47

325.15

48.2%

8.1%

%Portion

 

> Domestic Sales

39.1%

40.7%

51.9%

43.8%

41.7%

 

> Export Sales

60.9%

59.3%

48.1%

56.2%

58.3%

    
  • อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/45 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเป็น 31.2% จากที่อยู่ระดับประมาณ 27.7% ในไตรมาสก่อนและปีก่อน เนื่องจากมีการจำหน่ายแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่นซึ่งมีมาร์จิ้นสูงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้ปรับลดภาษีนำเข้าตะกั่วบริสุทธิ์จากต่างประเทศลงจาก 10% เหลือ 1% ซึ่งตะกั่วบริสุทธิ์คิดเป็น 27% ของต้นทุนวัตถุดิบ
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 85.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.3% จากไตรมาสก่อน และ 14.6% จากปีก่อน สอดคล้องกับยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนดอกเบี้ยจ่ายยังปรับลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 3.5 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีการใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานจ่ายชำระดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระหนี้สุทธิ (หนี้เงินกู้หักเงินสด) ลดลงเหลือเพียง 36 ล้านบาทในปี 2545 หรือ มีค่า Gearing เกือบเท่าศูนย์ เทียบกับปีก่อนที่มีภาระหนี้สุทธิเท่ากับ 322 ล้านบาท หรือ มีค่า Gearing เท่ากับ 0.32 เท่า
  • การประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสดใช้ WACC เท่ากับ 14% จะได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 58 บาท อย่างไรก็ตามหุ้น BAT-3K ในอดีตที่ผ่านมาจะซื้อขายที่ระดับ P/E ไม่เกิน 6 เท่า ซึ่งเท่ากับ 54 บาท ดังแสดงในกราฟ P/E Band ข้างล่าง ดังนั้น เราจึงประเมินราคาเหมาะสมไว้ที่ระดับ 50 บาท

Income Statement

1999

2000

2001

2002

2003F

2004F

Sales

1,283

1,587

1,591

1,768

1,910

2,005

Other income

21

20

31

27

20

20

Total revenues

1,304

1,607

1,623

1,796

1,930

2,025

Cost of Goods sold

768

994

1,053

1,186

1,293

1,358

Depreciation and Amortisation

68

89

92

95

90

93

SG&A and Others Expenses

248

329

289

266

291

306

EBIT

220

195

189

248

255

269

Interest expenses

44

34

31

21

13

8

Net profit before extra item

121

91

102

170

181

195

Equity Acc. + Extraordinary Gains

(3)

10

(1)

(15)

-

-

Net profit

118

102

101

155

181

195

EPS

5.88

5.08

5.07

7.76

9.03

9.73

EPS Growth

70.8%

13.6%

0.1%

52.9%

16.5%

7.7%

PER

6.85

7.93

7.94

5.19

4.46

4.14

EV/EBITDA

3.24

3.31

4.01

2.45

2.52

1.72

P/BV

0.93

0.86

0.80

0.71

0.64

0.57

P/Sales

0.63

0.86

0.51

0.46

0.42

0.40

Dividend / Share

1.50

1.50

1.50

2.36

2.71

2.92

Gearing

0.15

0.14

0.32

0.03

0.05

net cash

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer