14 กุมภาพันธ์ 2546

 
บมจ.ยัวซ่าแบตเตอรี่ (ประเทศไทย)
YUASA <28 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อลงทุน
ก่อนหน้านี้  :   ซื้อ

 

 

ผลประกอบการไตรมาส 4/45 จะไม่โดดเด่นมากนัก แต่คาดแนวโน้มนี้จะเติบโตได้ดี

เราประเมินว่า บมจ.ยัวซ่าแบตเตอรี่ (ประเทศไทย) (YUASA) จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/45 ที่ไม่โดดเด่นมากนัก โดยประเมินว่าจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 18.8 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.88 บาท) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย 10% แต่ลดลงจากปีก่อนถึง 32% ทั้งนี้เนื่องจากในไตรมาส 4/45 ซึ่งปกติจะเป็นฤดูขายสำหรับตลาดแบตเตอรี่ (High Season) แต่ผลประกอบการของ YUASA ที่ไม่โดดเด่นมากนักเนื่องจาก 1.) เริ่มมีการตัดค่าเสื่อมสำหรับโรงงานแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จไปแล้วในช่วงปีก่อน และ จะเริ่มผลิตในปีนี้ 2.) บริษัทมีการปรับเปลี่ยนสายการผลิตมาเน้นผลิตแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้อง เติมน้ำกลั่นมากขึ้นซึ่งมีกำไรดีกว่า โดยในช่วงปรับปรุงเปลี่ยนสายการผลิตทำให้การผลิตหยุดชะงักในบางช่วง

เราประเมินว่าแนวโน้มของ YUASA ในปี 2546 นี้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น และ ล่าสุดที่เราได้มีโอกาสโทรศัพท์ไปสอบถามความคืบหน้าของบริษัทกับผู้บริหาร ซึ่งผู้บริหารประเมินว่าการผลิตในปีนี้จะเป็นไปตามเป้า โดยโรงงานแห่งใหม่เริ่มเดินเครื่องแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลทำให้ยอดขายในปีนี้ขยายตัวประมาณ 15% ซึ่งจากการที่บริษัทมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผู้ผลิตยานยนต์ค่ายญี่ปุ่นด้วยกัน จะทำให้การขยายกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นสามารถที่จะรองรับยอดขาย ที่เพิ่มได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในปีนี้ YUASA จะยังได้แรงหนุนจาก แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีแนวโน้มขยายตัวสูง เนื่องจาก ภาวะดอกเบี้ยต่ำ, ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น, การออกรถโมเดลใหม่ๆ และ มาตรการของภาครัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์ใน ภูมิภาคเอเชีย

หุ้น YUASA ที่ราคา 28 บาท ซื้อขายที่ระดับราคาค่อนข้างถูก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมูลค่าตามบัญชีซึ่งอยู่ที่ 43 บาท โดยซื้อขายที่ P/E ปี 46 ที่ต่ำเพียง 5.89 เท่า, EV/EBITDA 3.66 เท่า, P/BV 0.65 เท่า, คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2545 เท่ากับ 1.5-1.8 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ YUASA ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งจากมีค่า Gearing ที่ต่ำเพียง 0.12 เท่าสำหรับปี 45 ดังนั้น เราจึงแนะนำ "ซื้อลงทุน" โดยมีราคาเป้าหมายตามวิธีส่วนลดกระแสเงินสด หรือ Discount Cash Flow เท่ากับ 35 บาท

YUASA's income statement (Mn Bt)

  

4Q02

3Q02

QoQ

4Q01

YoY

2002F

2001

YoY

Sales

280.7

249.5

12.5%

242.5

15.7%

1,024.5

887.0

15.5%

COGs

197.7

176.1

12.3%

156.0

26.7%

701.8

597.6

17.4%

Depreciation&amortization

13.3

10.3

28.5%

10.4

27.5%

43.3

32.4

33.7%

Gross profits

69.7

63.1

10.5%

76.1

-8.4%

279.4

257.0

8.7%

Gross margin (%)

24.8%

25.3%

-

31.4%

-

27.3%

29.0%

-

SG&A

46.7

44.0

6.2%

37.5

24.7%

169.7

155.7

9.0%

EBITDA

41.4

34.6

19.6%

46.6

-11.1%

173.1

136.9

26.4%

EBITDA margin (%)

14.8%

13.9%

-

19.2%

-

16.9%

15.4%

-

Interest expense

0.8

0.6

36.0%

0.2

279.8%

2.3

0.4

510.9%

Net profit

18.8

17.1

10.3%

27.8

-32.2%

89.3

73.2

22.0%

EPS (Bt)

0.88

0.86

2.2%

1.65

-47.1%

4.75

4.35

9.3%

Note: COGs does not include Depreciation and Amortization

  • ในช่วงไตรมาส 4/45 ที่ผ่านมา จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ยอดผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์รวมเท่ากับ 3,395,998 ลูก ขยายตัว 14.4% จากไตรมาสก่อน และ ขยายตัว 26.6% จากปีก่อน ส่วนยอดจำหน่ายแบตเตอรี่ยานยนต์ในประเทศเท่ากับ 1,968,166 ลูก ขยายตัว 21% จากไตรมาสก่อน และ ขยายตัว 28% จากปีก่อน ซึ่งโดยปกติในไตรมาสสี่จะเป็นฤดูที่ยอดขายแบตเตอรี่สูง เนื่องจากในช่วงเปลี่ยนจากหน้าฝนเป็นหน้าหนาวจะทำให้แบตเตอรี่เสียง่ายในช่วงเวลาดังกล่าว แต่จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระบุว่ายอดขายของ YUASA ในไตรมาส 4/45 นี้จะไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากมีการเปลี่ยนสายการผลิตมาเน้นผลิตแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นมากขึ้น ทำให้มีการผลิตได้ไม่เต็มที่มากนักในช่วงปรับเปลี่ยนสายการผลิต จากผลดังกล่าวเราประเมินว่า ยอดขาย YUASA จะขยายตัวน้อยกว่าภาวะอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ คือ ประเมินว่ายอดขายของ YUASA จะเท่ากับ 280.7 ล้านบาท ขยายตัว 12.5% จากไตรมาสก่อน และ ขยายตัว 15.7% จากปีก่อน

  • อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/45 ประเมินว่าจะปรับลดลงเหลือ 24.8% จากไตรมาส 3/45 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 25.3% ทั้งนี้เป็นผลจากบริษัทเริ่มมีการตัดค่าเสื่อมสำหรับโรงงานแห่งใหม่เข้ามา
  • ผู้บริหารประเมินว่าการผลิตใน 2546 นี้จะเป็นไปตามเป้า โดยโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 520 ล้านบาท ได้เริ่มเดินเครื่องแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งใน 2546 นี้ โรงงานใหม่จะสามารถผลิตแบตเตอรี่รถยนต์เพิ่มขึ้น 440,000 ลูกต่อปี และ แบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ 700,000 ลูกต่อปี เทียบกับโรงงานเก่าที่มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ 840,000 ลูกต่อปี สำหรับรถยนต์ และ 2.4 ล้านลูกต่อปี สำหรับรถจักรยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันโรงงานเก่าได้ผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว ภายใต้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้ผู้บริหารประเมินว่ายอดขายในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 15% จากปีก่อน และ จะเน้นการผลิตแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ซึ่งมีมาร์จิ้นดีกว่า มากขึ้น
  • ฐานะการการเงินของบริษัทแข็งแกร่งมาก แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ และ ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 520 ล้านบาท แต่บริษัทมีการใช้เงินจากการขายหุ้น IPO และ ใช้กระแสเงินสด ทำให้ไม่มีการกู้หนี้มากนักคือ ณ สิ้น ก.ย. 45 บริษัทมีภาระหนี้เท่ากับ 193 ล้านบาท เทียบกับ สิ้นปี 2544 มีภาระหนี้ 30.3 ล้านบาท โดยประเมินว่าค่า Gearing ณ สิ้นปี 2545 จะอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.12 เท่า

Income Statement

1999

2000

2001

2002F

2003F

2004F

Sales

826

854

887

1,025

1,178

1,355

Other income

14

12

16

20

21

24

Total revenues

840

866

903

1,045

1,199

1,379

Cost of Goods sold

541

604

598

702

800

915

Depreciation and Amortization

35

29

32

43

54

56

SG&A and Others Expenses

135

140

169

170

195

224

EBIT

129

92

104

130

150

184

Interest expenses

0

0

0

2

4

4

EBT

128

92

104

127

146

181

Net profit

88

64

73

89

102

127

EPS

5.51

4.02

4.35

4.75

4.76

5.89

EPS Growth

84.8%

27.1%

8.3%

9.3%

0.0%

23.8%

PER

5.08

6.97

6.44

5.89

5.89

4.76

EV/EBITDA

3.13

1.71

3.05

3.64

3.66

2.70

P/BV

0.74

0.68

0.72

0.61

0.65

0.60

P/Sale

0.54

0.53

0.53

0.51

0.51

0.44

Dividend / Share

1.00

4.80

1.74

1.80

1.90

2.35

Gearing

net cash

net cash

net cash

0.12

0.16

0.05

 

นักวิเคราะห์ : สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer