|
13
กุมภาพันธ์ 2546
| |
|
บมจ.อีโนเว
รับเบอร์ (ประเทศไทย) IRC <65 บาท>
|
|
คำแนะนำ ใหม่
: ถือ ก่อนหน้านี้
: ซื้อ |
|
|

|
|
ผลการดำเนินงานเริ่มชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน
ราคาใกล้เต็มมูลค่า
ลดเกรดเหลือ "ถือ" |
บมจ. อีโนเว
รับเบอร์ (ประเทศไทย)
ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส
1/46 (ต.ค.-ธ.ค. 45)
ยังมีกำไรในเกณฑ์ดี คือ
เท่ากับ 43 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น
2.18 บาท) ขยายตัวจากปีก่อนถึง
237%
แต่ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน 27%
โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากปีก่อนมากเป็นผลจากยอดขายขยายตัว
19%,
อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น
และ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานปรับลดลง
แต่ผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนชะลอตัวลง
เป็นผลจากยอดขายที่ปรับลดลง
5%
และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
พิจารณาการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงเดือน
ต.ค.-ธ.ค. 2545 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า
ยอดผลิตรถยนต์รวมเท่ากับ
174,966 คัน ขยายตัว 4%
จากไตรมาสก่อน แต่พุ่งขึ้น
36.9% จากปีก่อน
ในขณะที่ยอดผลิตรถจักรยานยนต์เท่ากับ
443,430 คัน
ขยายตัวจากไตรมาสก่อน 16.9% และ
พุ่งขึ้นจากปีก่อน 68.5%
เทียบกับยอดขายของ IRC
ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
19.8% แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน 5.1%
สะท้อนถึงยอดขายของ IRC
ในไตรมาสที่ผ่านมาเริ่มต่ำกว่าภาวะของตลาด
ในการพบผู้บริหารล่าสุดเมื่อเดือน
ม.ค. 2545 ที่ผ่านมา
ผู้บริหารได้ประเมินยอดขายของบริษัทในปีนี้จะขยายตัวเท่ากับ
33% สู่ระดับ 2,750 ล้านบาท
โดยได้แรงหนุนจาก 1.)
ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ คือ
ยอดผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ในปีนี้จะโตเท่ากับ
20% และ 26% ซึ่งจะส่งผลบวกต่อ IRC
โดยตรงเพราะเป็นผู้นำในการผลิตยางในอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์
2.) มีการ Relocate
ชิ้นส่วนยางจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
3.) ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง RIM
เป็นการนำยางนอกยางในมาประกอบเข้ากับโครงล้อ
4.)
มีศักยภาพการส่งออกสูงมากขึ้น
หลังจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิต
ที่ระดับยอดขาย 2,750 ล้านบาท
เราประเมิน IRC
จะมีกำไรสุทธิในปีนี้เท่ากับ
175.4 ล้านบาท หรือ กำไรต่อหุ้น
8.77 บาท ขยายตัว 34.8%
ราคาหุ้น IRC
ในรอบหนึ่งปีเศษๆที่ผ่านมาได้พุ่งขึ้นถึง
350%
มาปิดเมื่อวานที่ระดับราคา
65 บาท
ที่ระดับราคานี้เรามองว่าใกล้เต็มมูลค่าแล้ว
คือ
เราประเมินราคาเหมาะสมตามส่วนลดกระแสเงินสดเท่ากับ
66 บาท และให้ซื้อขายที่ P/E 46
เท่ากับ 8 เท่า ตามกรอบ P/E Band
ในอดีตจะได้ราคาไม่เกิน 70
บาท ดังนั้นเราจึงลดเกรดจาก
"ซื้อ" เป็น "ถือ"
โดย IRC
ยังมีจุดเด่นที่การเติบโตสูง,
มีระดับ P/E เท่ากับ 7.41 เท่า, EV/EBITDA
5 เท่า และ
มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งคือ
มีค่า Gearing ที่ต่ำเพียง 0.76 เท่า
IRC's Income Statement
| |
1Q03 |
4Q02 |
QoQ |
1Q02 |
YoY |
2003F |
2002 |
YoY |
|
Sales |
555.6 |
585.3 |
-5.1% |
463.9 |
19.8% |
2,750.0 |
2,060.5 |
33.5% |
|
Other Income |
7.0 |
7.9 |
-10.9% |
6.7 |
4.8% |
45.1 |
33.8 |
33.5% |
|
COGs |
449.6 |
466.0 |
-3.5% |
378.8 |
18.7% |
2,209.6 |
1,655.5 |
33.5% |
|
Depreciation&amortization |
32.1 |
33.2 |
-3.3% |
32.8 |
-2.3% |
143.6 |
130.4 |
10.1% |
|
Gross profits |
73.9 |
86.1 |
-14.2% |
52.3 |
41.3% |
396.8 |
274.5 |
44.5% |
|
Gross margin (%) |
13.3% |
14.7% |
- |
11.3% |
- |
14.4% |
13.3% |
- |
|
SG&A |
33.3 |
30.5 |
9.1% |
40.2 |
-17.3% |
206.3 |
154.5 |
33.5% |
|
EBITDA |
79.7 |
97.7 |
-18.4% |
51.2 |
55.6% |
379.2 |
284.2 |
33.4% |
|
EBITDA margin (%) |
14.3% |
16.7% |
- |
11.0% |
- |
13.8% |
13.8% |
- |
|
Interest expense |
4.3 |
5.1 |
-14.8% |
7.1 |
-38.4% |
29.3 |
23.8 |
23.5% |
|
Net profit before tax |
43.3 |
59.4 |
-27.1% |
11.4 |
281.2% |
206.3 |
130.0 |
58.6% |
|
Net profit before extra item |
42.3 |
59.3 |
-28.6% |
11.4 |
272.6% |
175.4 |
129.9 |
35.0% |
|
Extra ordinary gain (loss) |
0.3 |
(0.9) |
N.A. |
1.3 |
-76.9% |
- |
0.1 |
NA |
|
Net profit |
42.6 |
58.4 |
-27.0% |
12.6 |
237.8% |
175.4 |
130.1 |
34.8% |
|
EPS (Bt) before extra item |
2.12 |
2.97 |
-28.6% |
0.57 |
272.6% |
8.77 |
6.50 |
35.0% |
|
EPS (Bt) |
2.13 |
2.92 |
-27.0% |
0.63 |
237.8% |
8.77 |
6.50 |
34.8% |
Note: COGs does not include Depreciation and Amortization
- ยอดขายของ IRC
ในไตรมาส 1/46 (ต.ค.-ธ.ค.)
ปรับเพิ่มขึ้น 19.8% จากปีก่อน
แต่ลดลง 5.1% จากไตรมาสก่อน
หากเปรียบเทียบกับยอดผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
ปรากฏว่า ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.
2545 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า
ยอดผลิตรถยนต์รวมเท่ากับ
174,966 คัน ขยายตัว 4%
จากไตรมาสก่อน แต่พุ่งขึ้น
36.9% จากปีก่อน
ในขณะที่ยอดผลิตรถจักรยานยนต์เท่ากับ
443,430 คัน
ขยายตัวจากไตรมาสก่อน 16.9%
และ พุ่งขึ้นจากปีก่อน 68.5%
ดังนั้น
เมื่อเทียบกับภาวะอุตสาหกรรมการผลิตในกลุ่มยานยนต์แล้ว
สะท้อนถึงยอดขายของ IRC
ในไตรมาสที่ผ่านมาเริ่มต่ำกว่าภาวะของตลาด
เมื่อดูทิศทางยอดขายของ IRC
ในช่วงปี 2541
เป็นต้นมาค่อนข้างสอดคล้องกับ
ยอดผลิตรถยนต์
และรถจักรยานยนต์

- อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส
1/46 (ต.ค.-ธ.ค.) เท่ากับ 13.3%
ลดลงจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่
14.7% และ
เทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่
11.3%
โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าไตรมาสก่อน
เรามองว่าเป็นผลของราคา Polymer
ที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน
ซึ่งวัตถุดิบสำคัญและมีสัดส่วนถึง
50%
ในการผลิตยางและชิ้นส่วนยางของ
IRC คือ Polymer
โดยต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น
47-56% ของต้นทุนรวม
อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าปีที่แล้วมากเนื่องจาก
IRC
ได้พยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยการนำระบบต่างๆมาใช้
เช่น TPM (Total Productive Maintenance) และ TPS (Total
Production System)

- สำหรับรายการอื่นๆ
1.)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
เท่ากับ 33.3 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
9.1% แต่ลดลงจากปีก่อนถึง 17.3% 2.)
ดอกเบี้ยจ่าย 4.3 ล้านบาท
ลดลง 14.8% จากไตรมาสก่อน และ 38%
จากปีก่อน
โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการใช้กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่ง ณ สิ้น ธ.ค. 45
มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยเท่ากับ
495 ล้านบาท เทียบกับสิ้นปี 2544
ที่มีภาระหนี้เท่ากับ 559
ล้านบาท
- ในการพบผู้บริหารล่าสุดเมื่อเดือน
ม.ค. 2545 ที่ผ่านมา
ผู้บริหารได้ประเมินยอดขายของบริษัทในปีนี้จะขยายตัวเท่ากับ
33% สู่ระดับ 2,750 ล้านบาท
โดยได้แรงหนุนจาก 1.)
ภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ คือ
ยอดผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์ในปีนี้จะโตเท่ากับ
20% และ 26% ซึ่งจะส่งผลบวกต่อ IRC
โดยตรงเพราะเป็นผู้นำในการผลิตยางในอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์
2.) มีการ Relocate
ชิ้นส่วนยางจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
3.) ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง RIM
เป็นการนำยางนอกยางในมาประกอบเข้ากับโครงล้อ
4.)
มีศักยภาพการส่งออกสูงมากขึ้น
หลังจากบริษัทแม่ในญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิต
ที่ระดับยอดขาย 2,750 ล้านบาท
เราประเมิน IRC
จะมีกำไรสุทธิในปีนี้เท่ากับ
175.4 ล้านบาท หรือ กำไรต่อหุ้น
8.77 บาท
โครงสร้าง และ
ประมาณการยอดขายของ IRC
|
Sales Breakdown (Bt,Mn) |
1998 |
1999 |
2000 |
2001 |
2002 |
2003F |
|
- RIM |
|
|
|
|
|
198.60 |
|
- Motorcycle Tires |
410.77 |
486.59 |
581.96 |
627.45 |
632.78 |
865.52 |
|
- Motorcycle Inner Tubes |
171.30 |
166.91 |
182.01 |
218.96 |
295.45 |
342.26 |
|
- Industrial Rubber goods |
405.14 |
562.31 |
820.52 |
897.08 |
1,129.68 |
1,343.62 |
|
- Total |
987.21 |
1,215.81 |
1,584.49 |
1,743.49 |
2,057.91 |
2,750.00 |
|
%chg |
|
23.16% |
30.32% |
10.03% |
18.03% |
33.46% |
| |
|
|
|
|
|
|
|
% Portion of SALES |
|
|
|
|
|
|
|
- RIM |
|
|
|
|
|
7.2% |
|
- Motorcycle Tires |
41.6% |
40.0% |
36.7% |
36.0% |
30.7% |
31.5% |
|
- Motorcycle Inner Tubes |
17.4% |
13.7% |
11.5% |
12.6% |
14.4% |
12.4% |
|
- Industrial Rubber goods |
41.0% |
46.2% |
51.8% |
51.5% |
54.9% |
48.9% |
|
- Total |
100.0% |
100.0% |
100.0% |
100.0% |
100.0% |
100.0% |
- ปีนี้บริษัทฯ
IRC วางแผนจะลงทุน 270 ล้านบาท
เพื่อขยายกำลังการผลิต
ในโรงงานที่รังสิต และ
วังน้อย
ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตในชิ้นส่วนยางอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มขึ้น
30% และ
จะทำให้กำลังการผลิตในยางใน&ยางนอกรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างละ
15%
กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น
โดยผู้บริหารค่อนข้างมั่นใจยอดขายในปีนี้จะเติบโตสูงถึง
33%
เนื่องจากในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยางได้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าตลาดแรก
(OEM) ไปจนถึงปีหน้า
ซึ่งลูกค้าของบริษัทมีกระจายไปในบริษัทผลิตรถชั้นนำ
เช่น โตโยต้า, ฮอนด้า, อีซูซุ
โดยรถรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาด
คือ New Honda City และ Toyota Soluna Vios
ก็ใช้ชิ้นส่วนยางจาก IRC
- ประเมินราคาเหมาะสมระหว่าง
66-70 บาท
จากระดับ P/E Band
ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น IRC
ส่วนใหญ่จะซื้อขายไม่เกิน P/E
ระดับ 8 เท่า ที่กำไร 8.77
บาทต่อหุ้นในปีนี้
ราคาหุ้นเท่ากับ 70 บาท
ที่จะทำให้ได้ P/E 46 เท่ากับ 8
เท่า
ส่วนการประเมินราคาเหมาะสมตามส่วนลดกระแสเงินสดจะได้ราคาเหมาะสมที่
66 บาท ดังนั้น
ที่ระดับราคาปัจจุบัน 65 บาท
จึงขึ้นมาใกล้เคียงกับราคาเหมาะสมแล้ว

| |
2000 |
2001 |
2002 |
2003F |
2004F |
2005F |
|
Sales |
1,584 |
1,749 |
2,060 |
2,750 |
3,025 |
3,176 |
|
Other income |
8 |
8 |
34 |
45 |
50 |
52 |
|
Total revenues |
1,593 |
1,757 |
2,094 |
2,795 |
3,075 |
3,228 |
|
Cost of Goods sold |
1,212 |
1,413 |
1,656 |
2,210 |
2,431 |
2,552 |
|
Depreciation and Amortization |
136 |
127 |
130 |
144 |
156 |
155 |
|
SG&A and Others Expenses |
141 |
146 |
155 |
206 |
227 |
238 |
|
EBIT |
104 |
72 |
154 |
236 |
261 |
283 |
|
Interest expenses |
41 |
35 |
24 |
29 |
25 |
19 |
|
EBT |
63 |
37 |
130 |
206 |
236 |
265 |
|
Equity Acc. + Extraordinary Gains |
7 |
4 |
0 |
- |
- |
- |
|
Net profit |
70 |
40 |
130 |
175 |
194 |
217 |
|
EPS |
3.50 |
2.00 |
6.50 |
8.77 |
9.68 |
10.85 |
|
EPS Growth |
189.7% |
( 42.7%) |
224.4% |
34.8% |
10.5% |
12.0% |
|
PER |
18.57 |
32.42 |
10.00 |
7.41 |
6.71 |
5.99 |
|
EV/EBITDA |
7.7 |
9.2 |
6.1 |
5.0 |
4.0 |
3.7 |
|
P/BV |
2.70 |
2.49 |
2.03 |
1.67 |
1.42 |
1.21 |
|
Dividend / Share |
- |
0.5 |
2.0 |
2.6 |
2.9 |
3.3 |
|
Gearing |
1.15 |
1.01 |
0.69 |
0.76 |
0.38 |
0.30 |
|
|
นักวิเคราะห์
: สุรชัย ประมวลเจริญกิจ
Email : Surachai.p@kimeng.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|