เรายังคาดกำไรของ
BECL จะเพิ่มขึ้นได้ 32%
ในปีนี้เป็น 1.156 พันล้าน และ 71 %
เป็น 1.98 พันล้าน ในปีหน้า
ยิ่งมีแรงขับเคลื่อนมาจากการใช้ทางที่เพิ่มขึ้น
การขึ้นค่าทางโดยเฉลี่ย 12.5%
เริ่มเดือนกันยายน 2546
และดอกเบี้ยจ่ายลดลง
ในขณะที่ปริมาณรถในทางด่วนกลางยังแข็งแกร่ง
การเติบโตของส่วนขยายดีมาก
นอกจากนั้นการลดของดอกเบี้ย
MLR 0.25% จะประหยัดดอกได้เดือนละ
4 ล้านบาท
และตลาดยังมองมุมเรื่องการขอให้ทบทวนการเก็บค่าผ่านทางแบบใหม่
และศึกษาการรวมการทางกับทางด่วนอย่างผิด
ๆ อยู่มาก
ซึ่งบริษัทจะทำตามคำขอก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์สุทธิเท่านั้น
ซึ่งเราเองก็ไม่เห็นว่าจะมีความเสี่ยงเกิดกับธุรกิจแต่อย่างใดในขณะนี้
นอกจากนั้นเราเองก็ไม่ได้รวมเอาความสำเร็จจากความพยายามที่จะลด การจ่ายภาษีจากการรวมทางด่วนสาย
C +1
ที่ขาดทุนอยู่เพื่อมาทอนภาระภาษีได้แต่อย่างใด
ปัจจุบันหุ้น
BECL ซื้อขายกันที่ PER ปี 2546 ที่ 9.4
เท่า หรือต่ำกว่า NPV ที่ 25.4 บาท
43% รวมทั้ง BECL จะจ่ายปันผลอีก 1
บาทต่อหุ้นหรืออัตราผลตอบแทน
7% ซึ่งกำหนด XD ในวันที่ 3
เมษายน 2546
ตารางที่ 1 :
ประมาณการกำไร
|
สิ้นสุดเดือนธันวาคม |
2001 |
2002F |
2003F |
2004F |
2005F |
|
ยอดขาย |
5,945 |
6,352 |
6,646 |
7,855 |
8,096 |
|
กำไรสุทธิ |
874 |
878 |
1,156 |
1,980 |
2,185 |
|
กำไรต่อหุ้น |
1.14 |
1.14 |
1.50 |
2.57 |
2.84 |
|
การเติบโต(%) |
408% |
0% |
32% |
71% |
10% |
|
เงินสด/หุ้น(บาท) |
3.4 |
3.7 |
3.8 |
5.0 |
5.3 |
|
PER (X) |
12.7 |
12.6 |
9.6 |
5.6 |
5.1 |
|
มูลค่าบ/ช |
17.8 |
17.6 |
18.0 |
21.2 |
23.0 |
|
EV/EBITDA (x) |
9.2 |
8.4 |
8.4 |
6.5 |
5.5 |
|
ตอบแทนปันผล (%) |
5% |
7% |
7% |
10% |
12% |
ความคลุมเครือเรื่องค่าผ่านทาง
การทบทวนการเก็บเงิน
และการควบรวมกับการทางไม่มีผลทางลบต่อกำไร
เราเห็นว่าทางด่วนจะสามารถเพิ่มค่าผ่านทาง
5-10 บาทต่อคัน
ในระบบส่วนกลางในเดือนกันยายนนี้ได้
ตามพันธสัญญานั้นการขึ้นค่าผ่านทางจะทำได้ทุก
ๆ 5
ปีตามภาวะเงินเฟ้อของกรุงเทพ
ซึ่งค่าป่านทางนั้นได้ขึ้นมา
10 บาทเป็น 40 บาท ในปี 2541
และในคราวนี้คาดให้ขึ้นเพียง
5 บาทหรือ 12.5 %
สำหรับของส่วนขยาย C
ไปแจ้งวัฒนะจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น
20 บาท
เนื่องจากไม่ได้ขึ้นเลยตั้งแต่ปี
2537 ทางด่วนสายนี้คิดเป็น 10 %ของค่าผ่านทางรวม
และเราคาดว่าอัตราค่าผ่านทางส่วนกลางเฉลี่ยจะอยู่ที่
22.4 บาทในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก
21.5 บาทในปีก่อน และคิดเป็น 25
บาทต่อคันในปี 2547
ทางรัฐเองได้ขอให้บริษัทศึกษาการเก็บค่าผ่านทางตามระยะทางขึ้นลงและไม่ได้บังคับ โดยมีเป้าหมายลดปัญหาจราจรเนื่องจากจะทำให้คนใช้ทางระยะสั้นขึ้นมากขึ้น
เมื่อค่าผ่านทางถูกลงแต่ถ้าคำนวณแล้วบริษัทไม่คุ้มก็ไม่จำเป็นจะต้องทำถ้าเป็นไป ตามพันธะสัญญาเดิมซึ่งไม่เห็นความเสี่ยงส่วนนี้ต่อกำไรเป็นนัยยะสำคัญ
นอกจากนั้นเรายังไม่คิดว่าจะมีการควบรวมกิจการระหว่างการทางและทางด่วนแต่อย่างใด
ปัจจุบันการทางยังขาดทุนต่อเนื่องและอยู่ในภาวะล้มละลายหากรัฐบาลไม่อุ้ม จึงไม่คิดว่าจะทำการใด
หากรัฐบาลไม่เข้าไปสางปัญหาก่อนทั้งการรวมกิจการและแปรรูป
ตอนนี้การทางมีหนี้ 111
พันล้านมีการขาดทุนตลอด
และมีเพียงทางด่วนขั้นที่ 1
ที่ทำกำไร
นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นสายเอกมัย-รามอินทรา
บางนา-บางปะกง ขาดทุนมโหราฬ
และนักลงทุนต้องไม่งงเรื่องใครเป็นเจ้าของทางด่วนสายไหน
เช่น ทางด่วนนอกเมือง
อย่างมอเตอร์เวย์
และดอนเมืองโทลเวย์
เป็นของกรมทางหลวงไม่ใช่การทาง
เราไม่รวมโอกาสเรื่องการลดภาษีจากการีรวม
NECL เข้าไปในประมาณ
ตั้งแต่ไตรมาส
2 ปี 2545
เป็นต้นมากรมสรรพากรได้ปฏิเสธให้ทางด่วนรวมภาวะขาดทุนจากทางขยาย
C+ 1
เนื่องจากแย้งว่าเป็นคนละบริษัทกัน
ซึ่ง BECL ถือหุ้น 99.9%
เป็นทางด่วนสายเหนือเป็นสายสร้างใหม่
ไม่ได้อยู่ในสัญญาเดิมดังนั้น
NECL จะใช้ขาดทุนลดภาษีได้
หากเริ่มทำกำไรโดยตัวมันเอง
ในปีนี้เราคาดการณ์ C+1
จะขาดทุน 404 ล้านบาท
ลดลงมาจากปีก่อน 634
ล้านและหากใช้ส่วนนี้เข้ามาจะทำให้ประหยัดภาษีได้ปีละ
90-100 ล้านบาท
แต่เราไม่ได้คิดรวมเข้าไป
เนื่องจากเห็นว่าง่ายมากในทางปฏิบัติ
การขยายตัวของการใช้ทางยังมาทดแทนสัดส่วนรายได้ลดลงได้ดี เมื่อเดือนก่อน
รายได้ต่อเดือนกุมภาพันธ์ลดลง
7% ต่อปีเป็น 573 ล้านบาท
ทำให้ยอด 2 เดือนเป็น 1.027
พันล้านหรือ 15%
ของประมาณการยอดขายตรงไปตามคาด
จะเห็นว่าปริมาณรถใช้ทางสายกลางเพิ่มขึ้น
2.8% เป็นปริมาณ 740,600 คันต่อวัน
ซึ่ง 2 เดือนเฉลี่ยอยู่ราว
740,000 คันสูงกว่าคาดทั้งปี 700,000
คันต่อวัน
นอกจากนั้นเรายังได้คาดให้ปริมาณรถตกหากมีการเพิ่มค่าผ่านทาง
5 บาทต่อคัน
แล้วปลายปีนี้รายได้จากทางด่วนกลางจะตกลง
13% เป็น 442
ล้านเนื่องจากการเปลี่ยนสัดส่วนผ่านทางตั้งแต่กันยายนปีก่อน
เมื่อเดือนก่อนการใช้ทางที่สาย
D ดีขึ้นได้อีกและทางขยาย C + 1
ขยายตัวดีมาก ซึ่งของสาย D
ดีขึ้นเนื่องจากส่วนต่อกับสายกลางและกับมอร์เตอร์เวย์เข้ามาป้อนรถให้ดีขึ้น
รายได้ของทางสาย D เพิ่มขึ้น
3.8% ต่อเดือนและ 107% ต่อปีเป็น 400
ล้านบาท
ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อวันในเดือนสูงถึง
1.29
ล้านบาทผ่านจุดคุ้มทุนเงินสด
1
ล้านและใกล้จุดคุ้มทุนจริงที่ราว
1.5 ล้านบาทเข้าไปอีก
ตารางที่ 2 :
การใช้ทางและรายได้ต่อเดือนของทางด่วนสายต่างต่าง
|
|
กุมภา# 46 |
กุมภา# 45 |
มกรา# 46 |
เปลี่ยนแปลง |
|
ส่วนกลาง |
|
|
|
|
ต่อปี |
ต่อเดือน |
|
ยอดรถ (,000) |
740.6 |
720.7 |
744.4 |
|
2.8% |
(0.5%) |
|
รายได้ต่อเดือน (ล้านบาท) |
442 |
507 |
445 |
|
(12.8%) |
(0.6%) |
|
ส่วนขยาย C+1 |
|
|
|
|
|
|
|
ยอดรถ (,000) |
49.0 |
32.2 |
38.4 |
|
52.4% |
27.7% |
|
รายได้ต่อเดือน (ล้านบาท) |
31.0 |
26.0 |
30.8 |
|
19.1% |
0.7% |
|
ส่วนขยาย D |
|
|
|
|
|
|
|
ยอดรถ (,000) |
57.4 |
25.9 |
55.4 |
|
121.8% |
3.5% |
|
รายได้ต่อเดือน (ล้านบาท) |
40.0 |
19.3 |
38.5 |
|
107.3% |
3.8% |
|
รายได้รวม |
513.1 |
552.2 |
514.1 |
|
(7.1%) |
(0.2%) |
รายได้ต่อเดือนของทางขยาย
C+1 เพิ่มขึ้น 19% ต่อปีและ 1%
ต่อเดือนเป็น 31 ล้านบาท
เนื่องจากบริษัทลดค่าผ่านทาง
20% ปริมาณรถเพิ่มขึ้น 52% และ 28%
เป็น 49,000
ต่อวันในช่วงเดียวกัน
เราคาดจุดคุ้มทุนเงินสดและจุดคุ้มทุนจริงที่
1.6 ล้านบาทและ 2.2
ล้านบาทต่อวันจากค่าผ่านทางเฉลี่ยในรอบ
12 เดือนที่ 0.93 ล้านบาท
ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายลดลง
0.13% เป็น 5.78% หลังจาก MLR ลง 0.25%
เดือนหน้า
ในเดือนหน้าต้นทุนการเงินของทางด่วนลดลงจาก
5.91% เป็น 5.78% จาก MLR ลดลง 0.25%
ซึ่งครึ่งหนึ่งของเงินกู้จำนวน
35.5 พันล้านผูกติดกับ MLR
บริษัทจึงจะประหยัดดอกเบี้ย
4 ล้านบาทต่อเดือนเราจึงได้
ปรับกำไรเพิ่มขึ้นในปีนี้และปี
2547 เป็น 1.156 พันล้านบาท และ 1.98
พันล้านบาทตามลำดับ
ตาราง 3 :
การปรับประมาณการกำไรของ BECL
|
|
ดั้งเดิม |
ปรับ |
% เปลี่ยนแปลง |
|
|
2002 |
2003F |
2004F |
2003F |
2004F |
2003F |
2004F |
|
รายรับ |
6,352 |
6,646 |
7,855 |
6,646 |
7,855 |
0% |
0% |
|
หนี้สิน |
35,834 |
33,930 |
31,086 |
34,001 |
31,221 |
|
|
|
ดอกเบี้ยจ่าย |
2,389 |
2,124 |
2,016 |
2,053 |
1,950 |
|
|
|
กำไรสุทธิ |
878 |
1,100 |
1,919 |
1,156 |
1,980 |
5% |
3% |
บริษัทจ่ายหนี้คืนไปเพียง
60
ล้านบาทเดือนก่อนทำให้การจ่ายคืนในช่วง
2 เดือนเป็น 336 ล้าน หรือ 47%
ของยอดขั้นต่ำที่ 786
ล้านบาทในปีนี้
เราคาดบริษัทจ่ายคืนหนี้ได้
2 พันล้านปีนี้
และในช่วงกุมภาพันธ์-พฤษภาคม
การจ่ายหนี้จะไม่มากเนื่องจากต้องกันเงินไว้จ่ายปันผล
1 บาทต่อหุ้น หรือ 770 ล้านบาท
แต่หลังจากนั้นการจ่ายคืนจะเร็วขึ้นไปเอง
|
งบกำไรขาดทุน |
|
|
2001 |
2002 |
2003F |
2004F |
2005F |
|
ยอดขาย |
5,945 |
6,352 |
6,646 |
7,855 |
8,096 |
|
ต้นทุนขาย |
1,518 |
1,671 |
2,200 |
2,239 |
1,781 |
|
กำไรพื้นฐาน |
4,427 |
4,680 |
4,446 |
5,616 |
6,315 |
|
ค่าใช้จ่ายทั่วไป |
782 |
862 |
877 |
1,100 |
1,133 |
|
กำไรจากการประกอบการ |
3,645 |
3,819 |
3,569 |
4,517 |
5,181 |
|
ดอกเบี้ยจ่าย |
2,787 |
2,389 |
2,053 |
1,950 |
2,339 |
|
รายได้อื่นๆ |
16 |
17 |
25 |
74 |
70 |
|
กำไรก่อนภาษี |
874 |
1,447 |
1,541 |
2,641 |
2,913 |
|
ภาษีเงินได้ |
- |
346 |
385 |
660 |
728 |
|
รายได้จากบริษัทย่อย |
- |
- |
- |
- |
- |
|
ส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อย |
- |
- |
- |
- |
- |
|
รายการพิเศษ |
- |
(223) |
- |
- |
- |
|
กำไรสุทธิ |
874 |
878 |
1,156 |
1,980 |
2,185 |
|
งบดุล |
|
สิ้นสุดเดือนธันวาคม |
2001 |
2002 |
2003F |
2004F |
2005F |
|
เงินสด |
637 |
557 |
443 |
742 |
385 |
|
ลูกหนี้การค้า |
- |
- |
- |
- |
- |
|
สินค้าคงเหลือ |
- |
- |
- |
- |
- |
|
เงินลงทุน |
- |
684 |
1,134 |
1,134 |
1,134 |
|
สินทรัพย์คงที่ |
51,317 |
49,930 |
48,192 |
46,327 |
44,425 |
|
สินทรัพย์รวม |
52,027 |
51,214 |
49,808 |
48,243 |
45,983 |
|
เจ้าหนี้การค้า |
15 |
15 |
21 |
22 |
17 |
|
เงินกู้ระยะสั้น |
103 |
719 |
- |
- |
- |
|
เงินกู้ระยะยาว |
37,540 |
35,115 |
34,001 |
31,221 |
27,982 |
|
หนี้สินอื่นๆ |
798 |
1,237 |
1,183 |
1,464 |
1,475 |
|
ส่วนของผู้ถือหุ้น |
13,827 |
14,128 |
14,602 |
15,536 |
16,508 |
|
งบกระแสเงินสด |
|
สิ้นสุดเดือนธันวาคม |
2001 |
2002 |
2003F |
2004F |
2005F |
|
กำไรสุทธิ |
874 |
878 |
1,156 |
1,980 |
2,185 |
|
ค่าเสื่อม |
1,563 |
1,714 |
1,738 |
1,866 |
1,902 |
|
ทุนหมุนเวียนสุทธิ |
(16) |
1 |
6 |
0 |
(4) |
|
กำไรขาดทุนค่าเงิน |
- |
- |
- |
- |
- |
|
เงินสดจากการประกอบการ |
2,635 |
3,061 |
2,802 |
3,949 |
4,058 |
|
ซื้อสินค้าทุน |
(92) |
(284) |
- |
- |
- |
|
เงินลงทุน |
- |
- |
(450) |
- |
- |
|
เงินสดจากการลงทุน |
(288) |
(811) |
(203) |
- |
- |
|
จ่ายหนี้คืน/กู้เพิ่ม |
(1,982) |
(1,808) |
(1,833) |
(2,780) |
(3,239) |
|
เพิ่มทุน |
- |
- |
- |
- |
- |
|
จ่ายปันผล |
(154) |
(578) |
770 |
786 |
1,164 |
|
เงินสดจากการหาเงิน |
(2,137) |
(2,383) |
(2,603) |
(3,565) |
(4,402) |
|
เงินสดอิสระ |
2,543 |
2,777 |
2,802 |
3,949 |
4,058 |
|
อัตราส่วนทางการเงิน |
|
สิ้นสุดเดือนธันวาคม |
2001 |
2002 |
2003F |
2004F |
2005F |
|
กำไรพื้นฐาน |
74% |
74% |
67% |
72% |
78% |
|
กำไรจากการประกอบการ |
61% |
60% |
54% |
58% |
64% |
|
หนี้สินต่อทุนสุทธิ (X) |
3 |
2 |
2 |
2 |
2 |
|
กำไรก่อนภาษี/ดอกเบี้ย(X) |
1 |
2 |
2 |
2 |
2 |
|
สินค้าคงเหลือ/วัน |
- |
- |
- |
- |
- |
|
ลูกหนี้/วัน |
- |
- |
- |
- |
- |
|
เจ้าหนี้/วัน |
4 |
3 |
4 |
4 |
4 |
|