|
13 มีนาคม
2546
| |
|
บมจ.
บางกอกรับเบอร์
BRC <3.30 บาท>
|
|
คำแนะนำ ใหม่
: ซื้อเก็งกำไร ก่อนหน้านี้
: ขาย
เป้าหมาย
: 4.80
บาท |
|
|

|
|
บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมาก
สาเหตุหลักทำขาดทุนหนัก |
บมจ.
บางกอกรับเบอร์ (BRC)
ได้ประกาศกับตลาด ฯ
เกี่ยวกับรายละเอียดความคืบหน้าในแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท
โดยบริษัทจะทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก
975 ล้านบาทเป็น 830
ล้านบาทโดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน
83 ล้านหุ้น ณ ราคาพาร์ 10 บาท
เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุน
ในราคาหุ้นละ 17 บาท
เราคาดว่ากระบวนการนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน
ซึ่งจะช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทลดลงจาก
8.3 เท่าเหลือ 0.8 เท่า
แม้ว่าการแปลงหนี้เป็นทุนจะส่งผลดีต่อบริษัท
แต่ราคาแปลงที่ 17
บาทนั้นไม่ได้สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท
ทั้งนี้เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทที่ยังคงไม่สดใส
อีกทั้งเจ้าหนี้ที่ได้รับการแปลงหนี้เป็นทุนอาจจะมีการขายหุ้นออกมาในตลาดฯ
ได้เฉกเช่นตัวอย่างของบริษัทอื่นๆ
ในตลาดที่มีการแปลงหนี้เป็นทุนในอดีตที่ผ่านมา
แม้ว่าเราจะรวมเอาผลดีจากการลดดอกเบี้ยจ่ายลงหลังการปรับโครงสร้างหนี้ ของบริษัทแล้ว
แต่เรายังคงต้องปรับลดประมาณการผลการดำเนินงานปีนี้ลง
30% จาก 309 ล้านบาทเหลือ 218
ล้านบาทเพื่อให้สะท้อนถึงภาพของผลการดำเนินงานที่ไม่ได้ดีเหมือนก่อนจาก ยอดขายที่ลดลงและต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบยาง
ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
นอกจากนั้นแล้วเรายังได้ปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นใหม่จากวิธีคิดลด กระแสเงินสดเป็น
PER
ซึ่งเราเชื่อว่าเหมาะสมกว่า
โดยใช้สมมติฐาน PER ที่ 4
เท่าและให้รวมเอาหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนเข้ามาหารเฉลี่ย
กำไรต่อหุ้น
จะได้ว่าราคาที่เหมาะสมของบริษัทควรจะอยู่ที่
4.80 บาท
ซึ่งเป็นราคาตามปัจจัยพื้นฐาน
แต่เราเชื่อว่าจะมีแรงเก็งกำไรเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ในระยะสั้นนี้
จากเหตุผลดังกล่าวทำให้เราเปลี่ยนคำแนะนำจาก
ขาย เป็น ซื้อเก็งกำไร
BRC earnings
forecast
|
Financial ratios |
1999 |
2000 |
2001 |
2002 |
2003F |
|
Sales (Bt mn) |
5,241 |
5,803 |
6,185 |
4,678 |
4,257 |
|
EBITDA (Bt mn) |
686 |
853 |
856 |
581 |
438 |
|
EBITDA margin (%) |
13.1 |
14.7 |
13.8 |
12.4 |
10.3 |
|
Normalized profit (Bt mn) |
(191) |
224 |
325 |
171 |
218 |
|
Net profit (Bt mn) |
(585) |
48 |
333 |
(1,828) |
218 |
|
EPS (Bt) |
(6.0) |
0.5 |
3.4 |
(18.8) |
1.2 |
|
PER |
N.A. |
25.3 |
1.0 |
N.A. |
2.7 |
|
EV/EBITDA (x) |
6.1 |
4.8 |
4.7 |
5.3 |
4.1 |
|
Gearing (x) |
1.6 |
1.5 |
1.5 |
8.3 |
0.8 |
|
ROA (%) |
(6.5) |
0.6 |
4.1 |
(29.2) |
4.8 |
|
ROE (%) |
(17.6) |
1.6 |
11.7 |
(116.8) |
18.3 |
*2003 EPS is based on full dilution of 180.5mn shares after debt-equity
swap
- ผลประกอบการประจำปี
2545
ออกมาน่าผิดหวังมากมีผลขาดทุนสุทธิถึง
1,828 ล้านบาท
แย่ลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ
333 ล้านบาท
ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทได้มีการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับเงินให้กู้ยืมระยะยาว และดอกเบี้ยค้างรับสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจำนวน
1,686 ล้านบาท,
สำรองภาระหนี้ค้ำประกันของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจำนวน
224 ล้านบาท,
ค่าตัดจำหน่ายสินค้าล้าสมัยจำนวน
64 ล้านบาท
และค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยจำนวน
29 ล้านบาท
รวมเป็นรายการพิเศษที่มีการบันทึกในงวดปีนี้
2,003 ล้านบาท
- หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าวบริษัทจะมีกำไรปกติจำนวน
171 ล้านบาท ลดลง 47% yoy
รายได้รวมลดลง 24%
จากผลของปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลงตามภาวะเศษรฐกิจที่ชะลอตัวและผลของ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13%
เหลือเพียง 10%
และคาดว่าจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้
เนื่องจากเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบราคายางที่เพิ่มสูงขึ้น
BRC quarterly income
statement (Bt mn)
|
Income Statement (Mn Bt) |
4Q02 |
3Q02 |
QOQ |
4Q01 |
YOY |
FY01 |
FY02 |
% |
|
Sales |
886 |
1,013 |
(13%) |
1,034 |
(14%) |
6,185 |
4,678 |
(24%) |
|
COGs |
812 |
923 |
(12%) |
1,003 |
(19%) |
5,365 |
4,199 |
(22%) |
|
Gross profits |
74 |
90 |
(18%) |
31 |
141% |
820 |
479 |
(42%) |
|
Gross margin (%) |
8% |
9% |
N.A. |
3% |
N.A. |
13% |
10% |
N.A. |
|
SG&A |
90 |
72 |
25% |
83 |
8% |
571 |
342 |
(40%) |
|
EBITDA |
72 |
120 |
(40%) |
58 |
24% |
856 |
581 |
(32%) |
|
EBITDA margin (%) |
8% |
12% |
N.A. |
6% |
N.A. |
14% |
12% |
N.A. |
|
Interest expense |
30 |
59 |
(48%) |
62 |
(51%) |
333 |
218 |
(34%) |
|
Net profit before extra item |
(16 ) |
9 |
N.A. |
(62) |
(74%) |
325 |
171 |
(47%) |
|
Extra ordinary gain (loss) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
- Forex gain (loss) |
1 |
(7 ) |
N.A. |
3 |
(64%) |
8 |
4 |
(52%) |
|
- Other (loss) |
(847 ) |
(5 ) |
16840% |
(53) |
1501% |
1 |
(2,003 ) |
N.A. |
|
Net profit |
(862 ) |
(3 ) |
26688% |
(112) |
667% |
333 |
(1,828 ) |
N.A. |
|
EPS (Bt) before extra item |
(0.16) |
0.09 |
N.A. |
(0.64) |
(74%) |
3.33 |
1.76 |
(47%) |
|
EPS (Bt) |
(8.84) |
(0.03) |
26688% |
(1.15) |
667% |
3.42 |
(18.75) |
N.A. |
- สิ่งที่นักลงทุนควรจะต้องรับรู้เพิ่มเติมก็คือ
เมื่อสิ้นสุดงวดปี 2545
ผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทได้แสดงความเห็นในงบการเงิน
ซึ่งมีนัยสำคัญดังนี้
บริษัทได้ถูกฟ้องร้องโดยธนาคารและสถาบันการเงิน
รวมเป็นจำนวนเงิน 3,762.2
ล้านบาท
อันเนื่องมาจากภาระค้ำประกันหนี้สินของบริษัทย่อย
2 แห่ง บริษัทร่วม 2 แห่ง
และบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
5 แห่ง
โดยบริษัทได้บันทึกค่าเผื่อหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการค้ำประกันนี้จำนวน
170.5 ล้านบาท
ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทเห็นว่าสำรองที่ตั้งขึ้นดังกล่าวเพียงพอแล้ว
- นอกจากนั้นแล้ว
บริษัทยังได้ปรับโครงสร้างหนี้ของเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย
5 แห่ง บริษัทร่วม 4 แห่ง
และบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
9 แห่ง
ซึ่งประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันเป็นจำนวนเงิน
3,478.1 ล้านบาท
โดยการขยายระยะเวลาชำระหนี้และหรือลดอัตราดอกเบี้ยโดยไม่เกิดผลกำไรขาดทุน
บริษัทดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน
โดยบริษัทได้บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้จำนวน
1,755 ล้านบาท
ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทเห็นว่าสำรองที่ตั้งขึ้นดังกล่าวเพียงพอ
ในขณะที่เรายังคาดว่าบริษัทมีโอกาสที่จะตั้งสำรองและค่าเผื่อเพิ่มขึ้นอีกได้
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องจับตา
แต่ในขณะเดียวกันบริษัทอาจจะมีการบันทึกผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยในปีนี้
ซึ่งเรายังไม่ได้รวมทั้ง 2
รายการดังกล่าวในประมาณการของเรา
BRC earnings revision (Bt mn)
| |
2002 |
2003F |
% |
| |
|
previous |
new |
change |
|
Normalised earnings |
171 |
309 |
218 |
-30% |
|
Normalised EPS |
1.76 |
1.71 |
1.21 |
-30% |
- จากการที่บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรลดลงและมีแนวโน้มที่ไม่สดใสในปีนี้
จากคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ทำให้เราได้มีการปรับประมาณการผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ลดลง
30% จาก 309 ล้านบาท เหลือเพียง 218
ล้านบาท
ซึ่งในประมาณการใหม่นี้ได้รวมเอาผลดีจากการลดดอกเบี้ยจ่ายลงหลังการปรับ โครงสร้างหนี้ของบริษัทแล้ว
- ปัจจุบันบริษัทยังคงอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งมียอดเงินต้นจำนวน
7,689
ล้านบาทและยอดดอกเบี้ยทั้งสิ้น
2,230 ล้านบาท
ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุนในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการ
ซึ่งเราคาดว่าหลังจากที่บริษัทได้เสร็จสิ้นการแปลงหนี้เป็นทุนแล้วจะทำให้อัตรา ส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทลดลงจาก
8.3 เท่า เป็น 0.8 เท่า
ตารางที่
1 :
กลุ่มเจ้าหนี้และจำนวนหนี้เงินต้น
(ล้านบาท)
|
กลุ่มเจ้าหนี้ |
จำนวนหนี้เงินต้น |
ดอกเบี้ย |
|
1.
เจ้าหนี้ผู้สนับสนุนสินเชื่อหมุนเวียน |
855.44 |
5.70 |
|
2. เจ้าหนี้ทางการเงิน |
2,032.16 |
428.00 |
|
3.
เจ้าหนี้ผู้ออกหนังสือค้ำประกัน |
118.60 |
0.30 |
|
4. เจ้าหนี้ภาระค้ำประกัน |
4,231.20 |
1,626.51 |
|
5. เจ้าหนี้ทางการค้า |
0.00 |
0.00 |
|
6. เจ้าหนี้ภาษีอากร |
322.56 |
150.59 |
|
7. เจ้าหนี้ค่าสาธารณูปโภค |
7.82 |
0.53 |
|
8. เจ้าหนี้แรงงาน |
0.26 |
0.36 |
|
9.
เจ้าหนี้บริษัทที่เกี่ยวข้อง |
120.72 |
17.58 |
|
รวม |
7,688.76 |
2,229.57 |
แหล่งที่มา : BRC
ตารางที่
2 :
วิธีการปรับโครงสร้างหนี้และเจ้าหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้
|
วิธีการปรับโครงสร้างหนี้ |
เจ้าหนี้ที่ได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ |
|
1.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ตามสัญญาและ/หรือข้อตกลงเดิม |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 1 และ 5 |
|
2. เจ้าหนี้ตกลงปลดหนี้
ในส่วนของดอกเบี้ยค้างชำระและค่าธรรมเนียมต่าง
ๆ ให้บางกอกรับเบอร์* |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6, 7, 8
และ 9 |
|
3.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เงินต้นจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็น
จำนวนเงินไม่เกินกว่า 2,200
ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย
ภายในกำหนดเวลา 10 ปี
นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6 และ
7 |
|
4.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เงินต้นด้วยเงินสดจากการที่บางกอกรับเบอร์ใช้สิทธิ
เรียกร้องตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่มีต่อบริษัทในกลุ่มเป็นจำนวนเงินไม่
เกินกว่า 300
ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยภายในกำหนดเวลา
10 ปี
นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6 และ
7 |
|
5.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เงินต้นโดยการแปลงหนี้จำนวนไม่เกินกว่า
1,290 ล้านบาทเป็นทุน
ในราคาหุ้นละ 17 บาท ภายใน 150
วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6, 7
และ 9 |
|
6.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เงินต้นจากการขายทรัพย์สินของบริษัทในกลุ่มที่บางกอก
รับเบอร์ใช้สิทธิ
เรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเงินที่มีต่อบริษัทในกลุ่มและจากการรับช่วงสิทธิตาม
สัญญาค้ำประกันเป็นจำนวน เงินไม่เกินกว่า
600
ล้านบาทโดยไม่มีดอกเบี้ย
ภายในระยะเวลา 5 ปี
นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการหรือวันที่มีคำสั่ง
ถึงที่สุดให้ได้รับ ชำระหนี้แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6 และ
7 |
|
7.
เจ้าหนี้ตกลงตั้งพักรอการชำระหนี้จำนวนไม่เกินกว่า
370
ล้านบาทจากกระแสเงินสดส่วนเกินเป็นเวลา
10 ปีโดยไม่มีดอกเบี้ย
โดยหากบางกอกรับเบอร์สามารถชำระหนี้จำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ
50
ของหนี้ส่วนนี้เจ้าหนี้ตกลงปลดหนี้ส่วนที่เหลือทั้งจำนวนให้แก่บางกอกรับเบอร์ |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 2, 3, 4, 6 และ
7 |
|
8.
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้เงินต้นจากกระแสเงินสดของบริษัทเป็นจำนวนเงิน
ไม่เกินกว่า
256,090 บาทโดยไม่มีดอกเบี้ย
ภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี
นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการหรือวันที่มีคำสั่ง
ถึงที่สุดให้ได้รับ ชำระหนี้แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง |
เจ้าหนี้กลุ่มที่ 8 |
แหล่งที่มา : BRC
|
|
นักวิเคราะห์
: กิติชาญ ศิริสุขอาชา
Email Kitichan.s@kimeng.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|