12 มีนาคม 2546

 
บมจ. แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์
LPN < 22.20 บาท >
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้    ซื้อ
เป้าหมาย     
36.10 บาท

 

 

ราคานี้ต่ำกว่าความแกร่งพื้นฐาน

แม้พื้นฐานหุ้น LPN ยังแข็งแกร่ง และมีจ่ายปันผล 1 บาท คิดเป็นอัตราตอบแทน 4.5% และวัน XD คือ 1 เมษายนนี้) หุ้นก็ตกลง 21% จากจุดสูงสุดในปีนี้ ต้นเดือนมกราคม ถึง 21% และกำไรออกมาต่ำในไตรมาส 4/45 ยังมาบิดเบือนศักยภาพของกำไร เนื่องจากเกือบทั้งหมดของยอดขายคอนโดเป็นแบบขายล่วงหน้า ยังไม่ได้รับเป็นรายได้ในปีนี้ เราคาดกำไร/หุ้นจะโตได้ 83% เป็น 3.6 บาท/หุ้น แต่จะลงไปในไตรมาสหลัง ๆ ของปีนี้

LPN นั้นนับว่ายังเป็นหุ้นดีในกลุ่มพัฒนาที่ดินที่ชอบมากตัวหนึ่ง เนื่องจากมีความสามารถในตลาดเจาะจงคอนโดขนาดเล็กใจกลางเมือง ที่หาตัวจับยาก ซึ่งตลาดนี้จะโตมาก เนื่องจากไม่มีคนทำของ แต่อุปสงค์แน่น บริษัทเป็นหนึ่งในผู้แข่งขันที่มีความเป็นต่อยากมากในธุรกิจของตลาดนี้ ซึ่งจะเป็นผลให้การแข่งขันในอนาคตใกล้ ๆ จะไม่มีมาก เช่น ที่กำลังเกิดกับกลุ่มผู้พัฒนาบ้านเดี่ยวต่าง ๆ

จาก NPV ที่ทำไว้ 36 บาท/หุ้น ส่วนต่างจากราคาปัจจุบันต่างออกเป็น 62% ไปแล้วในปัจจุบัน และแม้ว่าเราจะให้รวมเอาจำนวนหุ้นจาก LPN-W1 เต็มจำนวน PER ของบริษัทก็ยังอยู่ที่ 8 เท่าบนฐานกำไรในปีนี้ ซึ่งถูกเทียบกับศักยภาพบริษัทในระยะยาว

ตารางที่ 1 : ประมาณการกำไร

สิ้นสุดเดือนธันวาคม

2001

2002F

2003F

2004F

2005F

ยอดขาย

473

994

1,174

1,692

2,061

กำไรสุทธิ

301

163

332

371

383

กำไรต่อหุ้น

2.49

1.96

3.59

4.01

4.14

การเติบโต(%)

645%

(70%)

83%

12%

3%

เงินสด/หุ้น(บาท)

(0.5)

1.2

3.7

4.2

4.3

PER (X)

3.4

11.3

6.2

5.5

5.4

มูลค่าบ/ช

12.5

12.1

14.7

17.8

20.9

EV/EBITDA (x)

(78.8)

31.2

7.0

4.5

3.9

ตอบแทนปันผล (%)

0%

0%

5%

4%

4%

กำไรลดลงในไตรมาส 4/45 บิดเบือนศักยภาพของกำไรในปีนี้

ตรงกับความคาดหมาย บริษัทลงรายได้เพียง 133 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เนื่องจากอุปทานน้อยในอุตสาหกรรมนั้น เกือบทั้งสิ้นของยอดขายคอนโดเป็นแบบล่วงหน้าไม่เหมือนกับบ้านเดี่ยว ซึ่งผู้ผลิตหลัก ๆ จะทำแบบบ้านพร้อมอยู่ ดังนั้น LPN จึงลงรายได้จากบางส่วนของโครงการที่สาธร และแฮปปี้แลนด์ ซึ่งเหลือไม่มากนัก แม้จะมียอดขายล่วงหน้าในมือถึง 1.47 พันล้านบาท ซึ่งจะค่อย ๆ ลงไปในอีก 2-4 ไตรมาส

ในไตรมาสก่อน ทางบริษัทร่วมทุน (JV) แกรนด์ ยูนิตี้ (ซึ่ง LPN ถืออยู่ 25%) ได้รับเงินขายโครงการลุมพินีวอเตอร์คลิฟ 400 ล้านบาท จากทั้งหมด 1.4 พันล้านบาท และคิดแล้วบริษัทได้รับกำไรจากส่วนนี้ราว 25 ล้านบาท นอกจากนั้นบริษัทยังลงขาดทุนพิเศษในไตรมาสอีก 29 ล้านบาท ดูกำไรปกติออกมา 45 ล้านบาท และฟื้นตัวจากขาดทุนทั้งภายในจากไตรมาสก่อนและปีก่อน

ตาราง 2: งบกำไรขาดทุนรายไตรมาส

 

4Q02

4Q01

% Chg

3Q02

% Chg

2002

2001

% Chg

ยอดขาย

133

66

100.5%

105

25.8%

994

473

110.4%

ต้นทุนขาย

92

53

73.7%

80

15.1%

782

413

89.3%

กำไรพื้นฐาน

41

13

206.0%

26

58.8%

212

59

257.7%

ค่าใช้จ่ายทั่วไป

42

30

38.3%

34

23.1%

146

109

34.7%

กำไรจากการประกอบการ

(1)

(17)

93.9%

(8)

87.6%

66

(49)

232.9%

ดอกเบี้ยจ่าย

(0)

0

na

3

na

6

3

84.0%

รายได้อื่นๆ

17

7

137.1%

6

167.9%

47

20

135.3%

กำไรก่อนภาษี

16

(10)

257.1%

(2)

916.9%

107

(33)

426.1%

กำไรสุทธิ

16

273

(94.2%)

30

(47.9%)

162

301

(46.2%)

กำไรต่อหุ้น (บาท)

0.2

5.9

(1.0)

0.3

(0.5)

1.8

6.6

(72.8%)

กำไรพื้นฐาน

30.9

20.3

24.5

21.3

12.5

กำไรจากการประกอบการ

(0.8)

(25.7)

 

(7.9)

 

6.6

(10.5)

 

หนี้สินสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเงินสดสุทธิ 46 ล้านบาท เป็น 314 ล้านบาท เนื่องจากต้องไปสนับสนุนการสร้างคอนโด เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจาก 870 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เป็น 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/45 และหนี้สินเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะสั้น เนื่องจากโครงการต่าง ๆ ก็จะทยอยส่งมอบในช่วงอีก 3-8 เดือน และ 91% ของมูลค่าโครงการรวมก็ขายล่วงหน้าไปแล้ว ซึ่งการหมุนเงินก็จะดีขึ้นมากในครึ่งหลังปี 2546 นี้ เนื่องจากบริษัทจะได้รับเงินสดเข้ามา หนี้สินต่อทุนจะต่ำเพียง 0.5 เท่าในไตรมาส 4 และจะยังคงต่ำต่อไปในอีก 3 ปีหน้า

ตาราง 3: อัตราส่วนทางการเงินโดยย่อ

 

Q4/01

Q1/02

Q2/02

Q3/02

Q4/02

หนี้สินต่อทุน(X)

1.18

1.24

0.30

0.18

0.50

กำไรก่อนภาษี/ดอกเบี้ย(X)

(35.7)

(17.6)

25.6

(3.2)

5.1

สินค้าคงเหลือ/วัน

1,190

1,361

442

545

525

ลูกหนี้/วัน

17

28

19

10

19

เจ้าหนี้/วัน

118

146

51

130

42

หนี้สินสุทธิ (หักเงินสด:ล้านบาท )

674

755

(30)

(46)

314

ทุนหมุนเวียน(ล้านบาท)

1,236

1,039

879

870

1,088

ยอดขายล่วงหน้า ณ เดือนกุมภาพันธ์ สูงถึง 1.47 พันล้านบาท

บริษัทประกาศยอดขายล่วงหน้า 1.47 พันล้านบาทจาก 5 โครงการในส่วนของคอนโดในมือ 3 แห่ง ที่สวนพูล พระราม 4 และนราธิวาส24 ขายหมดแล้ว และส่วนของโครงการรอบเมือง 2 แห่ง รวมกัน ตอนนี้ขายไป 75% ส่วนของ JV นั้น ได้ออกมาอีก 1 โครงการ (บวกจากวอเตอร์คลิฟ) คือ ทาวน์เฮ้าส์หรูมูลค่า 270 ล้านบาทติดกับวอเตอร์คลิฟ ซึ่งขายหมดไปแล้วด้วย เนื่องจาก LPN ถือเพียง 25% เราจึงไม่ได้รวมส่วนนี้เข้าไปในยอดขายล่วงหน้าแต่อย่างใด

ตาราง 4: รายละเอียดโครงการ

 

% สัดส่วน

มูลค่า

% ขายไปแล้ว

ยอดล่วงหน้า

วันเปิด

ระยะรับรายได้

โครงการพัฒนาอยู่

ลุมพินี เซ็นเตอร์ – แฮปปี้แลนด์ 4

100%

240

60%

3Q02

2Q03-2Q04

ลุมพินี เซ็นเตอร์ – ลาดพร้าว 111

100%

360

70%

3Q02

2Q03-2Q04

ลุมพินี เพลส สวนพลู

100%

320

ขายหมด

4Q02

4Q03-2Q04

ลุมพินี เพลส – พระราม 4

100%

350

ขายหมด

4Q02

4Q03-2Q04

ลุมพินี เพลส – นราธิวาส 24

100%

250

ขายหมด

1Q03

1Q04-3Q03

ทั้งหมด

1,610

1,466

ลุมพินี เพลส - วอเตอร์คลิฟ

25%

1,400

ขายหมด

1Q02

1Q04-3Q03

ลุมพินี เพลส – วอเตอร์คลิฟ 2

25%

255

ขายหมด

4Q02

4Q02-3Q03

โครงการแผนจะเปิด

ลุมพินี เพลส – พระราม 3

100%

460

ลุมพินี วิลล์ – สาธร

100%

300

 

 

 

 

ในช่วงอีก 3 เดือนข้างหน้า บริษัทวางแผนเปิดอีก 2 โครงการ มูลค่า 760 ล้านบาท ในย่านสาธรและเจริญกรุง ปีนี้บริษัทจะออกสินค้าใหม่ คือ ลุมพินีวิลล์ ที่มีราคาราว 8 แสนบาท อยู่ตรงกลางระหว่างลุมพินีเพลส ขายอยู่ 1-1.2 ล้านบาทและลุมพินีเซ็นเตอร์ที่ราคา 6-7 แสนบาท และแม้ว่าลุมพินีวิลล์ จะเป็นโครงการในเมือง แต่ทำเลก็จะไม่ได้ดีเหมือนกับลุมพินีเซ็นเตอร์ โครงการแรกนี้คือ ลุมพินีวิลล์ สาธร ที่คาดเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้

เราปรับคาดการณ์กำไรลง 5% ในปี 2546 นี้

เราได้ปรับกำไรของปี 2546 ลง 5% เป็น 332 ล้านบาท และปรับปรุงกำไรปีหน้าเล็กน้อยที่ 371 ล้านบาท เราได้ตัดประมาณรายได้ได้ลง 20% และ 10% เป็น 1.17 พันล้านบาท และ 1.69 พันล้านบาท ตามลำดับ แต่ได้ปรับอัตรากำไรประกอบการขึ้น 3% และ 1% ในช่วงเดียวกันธุรกิจปรับตัวดีขึ้นจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนต่ำ และค่าโสหุ้ยควบคุมได้ดี

ตาราง 5 : การปรับประมาณการกำไรของ LPN

 

 

ดั้งเดิม

 

 

ปรับ

 

 % เปลี่ยนแปลง

 

2002

2003F

2004F

2002

2003F

2004F

2002

2003F

2004F

ยอดขาย

994

1,470

1,881

994

1,174

1,692

0%

(20%)

(10%)

กำไรพื้นฐาน (%)

21%

31%

33%

21%

33%

33%

0%

0%

0%

กำไรจากการประกอบการ (%)

7%

17%

22%

7%

20%

23%

0%

0%

0%

ทุนหมุนเวียน (ล้านบาท)

1,255

1,055

1,256

1,255

826

1,134

เงินสดอิสระ(ล้านบาท)

(35)

512

66

(35)

712

(31)

หนี้สุทธิ (ล้านบาท)

611

635

421

611

544

440

ดอกเบี้ยจ่าย (ล้านบาท)

6

41

33

6

26

22

กำไรสุทธิ (ล้านบาท))

163

348

367

163

332

371

0.0%

(4.5%)

0.9%

กำไรต่อหุ้นคาดโต 83% เป็น 3.6 บาทในปีนี้

เราคาดบริษัททำกำไรต่อหุ้น 3.6 บาท หรือโตขึ้น 83% จาก 2 บาทในปีก่อน แต่ถ้าดูจากกำไรสุทธิจะโตได้ 104% เป็น 332 ล้านบาท แต่เนื่องจากจำนวนหุ้นใหม่มากขึ้น มาทอนกำไรต่อหุ้นไปหลังจากบริษัทลงกำไรดีในไตรมาส 2/45 เนื่องจากลงรายได้ลุมพินีเซ็นเตอร์ แฮปปี้แลนด์และลุมพินีเพลส สาธร ไป กำไรในไตรมาส 4/45 ต่อ ไตรมาส 1/46 จะยังเงียบและจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ในไตรมาส 2/46

ในปีนี้เราคาด JV แกรนด์ยูนิตี้จะรับรายได้ 1 พันล้านบาท และทำกำไร 252 ล้านบาท หรืออัตรากำไรสุทธิที่ 18% และจะทำกำไรเข้ามาใน LPN 55 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3/46 นี้ ในไตรมาส 2/46-ไตรมาส 3/47 LPNจะเริ่มรับรายได้จากลุมพินีเซ็นเตอร์ แฮปปี้แลนด์5 และลาดพร้าว 111 ส่วนของลุมพินี เพลส 3 แห่ง ในสวนพลู พระราม 4 และนราธิวาส 24 จะเข้ามาช่วงไตรมาส 3/46 ถึง ในไตรมาส 4/47

แม้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/46 คาดจะลดลง 17.6% จากในปีก่อนเป็น 42 ล้านบาท แต่กำไรปกติจะโตขึ้น 506% จาก 6 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน เราคาดกำไรในไตรมาส 2/46 และไตรมาส 3/46 ออกมา เฉลี่ย 90 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 4/45 จะดีถึง 112 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทคาดเป็นโครงการปีละ 6-9 แห่ง และหลังกลางปีนี้ เป็นต้นไป ความเหวี่ยงของกำไรรายไตรมาสจะน้อยลง เนื่องจากการรับรู้รายได้จะมีเสถียรภาพขึ้น

ภาพ 1 : ประมาณการกำไรรายไตรมาส

งบกำไรขาดทุน

 

2001

2002

2003F

2004F

2005F

ยอดขาย

473

994

1,174

1,692

2,061

ต้นทุนขาย

413

782

789

1,131

1,404

กำไรพื้นฐาน

59

212

385

561

657

ค่าใช้จ่ายทั่วไป

109

146

153

169

237

กำไรจากการประกอบการ

(49)

66

232

392

420

ดอกเบี้ยจ่าย

3

6

26

22

20

รายได้อื่นๆ

20

75

63

84

99

กำไรก่อนภาษี

(33)

135

269

454

499

ภาษีเงินได้

0

1

-

83

117

รายได้จากบริษัทย่อย

-

1

63

-

-

ส่วนผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

(0)

0

0

0

0

รายการพิเศษ

334

28

-

-

-

กำไรสุทธิ

301

163

332

371

383

งบดุล

สิ้นสุดเดือนธันวาคม

2001

2002

2003F

2004F

2005F

เงินสด

19

298

845

624

696

ลูกหนี้การค้า

15

59

26

37

45

สินค้าคงเหลือ

1,347

1,285

977

1,277

1,488

เงินลงทุน

80

91

101

101

101

สินทรัพย์คงที่

196

208

345

450

474

สินทรัพย์รวม

1,698

2,059

2,420

2,658

3,001

เจ้าหนี้การค้า

133

89

177

180

211

เงินกู้ระยะสั้น

413

573

405

328

268

เงินกู้ระยะยาว

289

38

139

112

92

หนี้สินอื่นๆ

279

147

249

305

404

ส่วนของผู้ถือหุ้น

585

1,212

1,450

1,734

2,024

งบกระแสเงินสด

สิ้นสุดเดือนธันวาคม

2001

2002

2003F

2004F

2005F

กำไรสุทธิ

301

163

332

371

383

ค่าเสื่อม

15

9

12

15

17

ทุนหมุนเวียนสุทธิ

160

(26)

430

(308)

(188)

กำไรขาดทุนค่าเงิน

-

-

-

-

-

เงินสดจากการประกอบการ

171

(15)

862

89

280

ซื้อสินค้าทุน

550

(20)

(150)

(120)

(40)

เงินลงทุน

(80)

(94)

(10)

-

-

เงินสดจากการลงทุน

513

(101)

(160)

(120)

(40)

จ่ายหนี้คืน/กู้เพิ่ม

(693)

(90)

(68)

(103)

(80)

เพิ่มทุน

-

(54)

0

-

-

จ่ายปันผล

-

(91)

(92)

(87)

(92)

เงินสดจากการหาเงิน

(693)

394

(160)

(190)

(172)

เงินสดอิสระ

721

(35)

712

(31)

240

อัตราส่วนทางการเงิน

สิ้นสุดเดือนธันวาคม

2001

2002

2003F

2004F

2005F

กำไรพื้นฐาน

13%

21%

33%

33%

32%

กำไรจากการประกอบการ

-10%

7%

20%

23%

20%

หนี้สินต่อทุนสุทธิ (X)

1

0

(0)

(0)

(0)

กำไรก่อนภาษี/ดอกเบี้ย(X)

(9)

23

11

22

26

สินค้าคงเหลือ/วัน

1,190

600

452

412

387

ลูกหนี้/วัน

12

22

8

8

8

เจ้าหนี้/วัน

118

42

82

58

55

 

นักวิเคราะห์ : พงศ์พันธ์ อภิญญากุล Ext.1450
pongpan@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer