19 มีนาคม 2546

 
บมจ. ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์
SITHAI <7.25 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อลงทุน
ก่อนหน้านี้  :   
ซื้อลงทุน
เป้าหมาย   :   
9.00 บาท

 

 

ผลกระทบระยะสั้นจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นจะถูกชดเชยโดย การปรับราคาขายเพิ่มขึ้น

หลังจากที่เราได้เข้าพบผู้บริหารของ บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ (SITHAI) เมื่อวานนี้ เรายังคงมีมุมมองในด้านบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่ราคาวัตถุดิบโพลีเอทธิลีนและ โพลีโพรพีลีน (PE และ PP) ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่บริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้ทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าจากทางผู้ผลิตและได้มี การขอปรับราคาผลิตภัณฑ์ขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นกับทางลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่ เป็นผู้ผลิต OEM

อย่างไรก็ตามเราได้มีการปรับประมาณการผลการดำเนินงานของปี 2546 และ 2547 ลง 15%, 12% ตามลำดับ เพื่อให้สะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่ราคาวัตถุดิบยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้ราคาที่เหมาะสมตามวิธีคิดลดกระแสเงินสดของเราลดลงจาก 9.50 บาท เป็น 9 บาท

Earnings Revision

 

Previous

New

%

2003F

278

235

-15%

2004F

339

299

-12%

Source : Kim Eng

     

เราเชื่อว่ากลยุทธ์ที่บริษัทจะนำมาใช้ในปีนี้ซึ่งประกอบไปด้วย 1) การเพิ่มผลผลิตโดยการลดระยะเวลาที่สูญเปล่าลง, การลดสินค้าชำรุดและการประหยัดพลังงาน 2) การเลือกลูกค้ามากขึ้น 3) การจ้างโรงงานข้างนอกช่วยผลิตเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 4) การจัดระบบการจัดเก็บสินค้าคงเหลือที่มีประสิทธิภาพ 5) การออกแบบสินค้าใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า 6) ตอกย้ำถึงตราสินค้าที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการทำยอดขายเติบโต 5-6% ได้ในปีนี้ โดยส่วนใหญ่จะมาจากชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคเป็นหลัก

เรายังคงชอบบริษัทนี้อยู่ในแง่ของกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมาก โดยในปี 2545 ที่ผ่านมาบริษัททำกระแสเงินสดได้ 735 ล้านบาท หรือ 2.57 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราส่วน P/CF เพียง 2.7 เท่า และด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทได้มีการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดไปจำนวน 200 ล้านบาท ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และในปีนี้เราคาดว่าบริษัทจะมีการชำระหนี้ก่อนกำหนดอีกจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทลดลงจาก 0.2 เท่า เหลือเพียง 0.05 เท่า ภายในปลายปีนี้ และคาดว่าจะมีฐานะเป็นเงินสดสุทธิภายในปีหน้า

เราเชื่อว่าราคาหุ้นของบริษัทในปัจจุบันได้รับรู้ผลกระทบในแง่ลบมาพอสมควรแล้ว ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER 8.8 เท่า EV/EBITDA 3.4 เท่า และผู้บริหารได้เปิดเผยว่าอาจจะพิจารณากลับมาจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการ ดำเนินงานในปีนี้หลังจากที่ฐานะการเงินของบริษัทดีขึ้นอย่างมาก และมีกระแสเงินสดเหลือมากเพียงพอ เราคงคำแนะนำ ซื้อลงทุน โดยมีส่วนลดอยู่ 19% จากราคาที่เหมาะสมของเรา

Financial ratios

2000

2001

2002

2003F

2004F

2005F

Sales (Bt mn)

3,535

3,776

3,787

3,901

4,024

4,157

EBITDA (Bt mn)

589

743

690

670

684

707

EBITDA margin (%)

16.7

19.7

18.2

17.2

17.0

17.0

Normalized profit (Bt mn)

(176)

177

210

235

299

350

Net profit (Bt mn)

(618)

125

525

235

299

350

EPS (Bt)

(2.2)

0.4

1.8

0.8

1.0

1.2

PER (x)

N.A.

16.6

3.9

8.8

6.9

5.9

EV/EBITDA (x)

7.3

5.2

4.2

3.4

2.8

1.9

Cash flow per share (Bt)

1.6

1.9

2.6

1.9

2.0

2.1

Price per cash flow (x)

4.6

3.7

2.8

3.7

3.5

3.4

Book value per share (Bt)

11.0

11.5

13.9

14.4

15.5

16.7

Gearing (x)

0.71

0.55

0.20

0.05

Cash

Cash

ROA (%)

-8%

2%

8%

3%

4%

5%

ROE (%)

-36%

4%

14%

6%

7%

8%

  • ธุรกิจหลักของบริษัทสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจผลิตสินค้าพลาสติกและธุรกิจผลิตสินค้าเมลามีน ซึ่งคิดเป็นยอดขายประมาณ 56% และ 42% ตามลำดับ ธุรกิจพลาสติกสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ประมาณ 10% เนื่องจากการแข่งขันในตลาดที่มีอยู่สูงและการขายโดยเน้นปริมาณให้กับลูกค้า OEM เป็นหลักซึ่งทำให้ราคาขายต่อหน่วยลดลง ในขณะที่ธุรกิจเมลามีนมีอัตรากำไรขั้นต้น 40% จากการที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นและมีการรับรู้ถึงตราสินค้า Superware ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์เมลามีนที่มีคุณภาพสูง
  • แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะลดลงจาก 26% ในปี 2544 เป็น 23% ในปี 2545 จากผลกระทบของราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่เรายังเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ไม่ต่ำกว่า 20% ในปีนี้ จากการดำเนินนโยบายการซื้อวัตถุดิบเม็ดพลาสติกล่วงหน้าจากผู้ขายและ การปรับราคาขายสินค้าพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ให้กับลูกค้า OEM ซึ่งได้เริ่มปรับไปตั้งแต่กลางเดือนนี้

SITHAI 's business breakdown by sales value in 2002

 

%

Gross margin (%)

Plastic

56

9.7

Melamine

42

39.9

Mould & others

2

20.5

Total

100

22.6

  • สินค้าพลาสติกส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ โดยผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรม (ชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิค) และเปลือกหม้อแบตเตอรี่ซึ่งมียอดขาย 37% และ 19% ตามลำดับ จะขายให้กับลูกค้า OEM เป็นหลัก ซึ่งลูกค้า OEM นี้จะมีสัญญาซื้อขายระยะยาวกับทางบริษัท โดยในสัญญา ราคาขายจะสามารถปรับได้ตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้ SITHAI สามารถที่จะปรับราคาขายกับทางลูกค้าได้ ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจพลาสติกจะสามารถรักษาได้ที่ระดับ 10%

SITHAI 's plastics sales breakdown in 2002

  

%

Engineering product

37

Battery case

19

Export

12

Packaging

7

Bottle crates

6

Furniture

6

Pallets

6

Other

4

Grand sales & direct sales

2

Garbage bins

1

Total

100

  • วัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าพลาสติกของบริษัทได้แก่ เม็ดพลาสติกโพลีเอทธิลีนและโพรลีโพรพีลีน (PE และ PP) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 60% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ผู้บริหารได้เปิดเผยว่าราคาวัตถุดิบในปัจจุบันทั้ง PE และ PP ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 56% และ 57% เป็น 36 บาทต่อกิโลกรัม และ 44 บาทต่อกิโลกรัมตามลำดับเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของปีก่อน อย่างไรก็ตามบริษัทได้มีการดำเนินการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้ากับทางผู้ผลิตวัตถุดิบ ในช่วงเดือนมกราคมถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบไปได้บางส่วน

SITHAI 's plastic cost breakdown in 2002

  

%

Raw materials (PE & PP)

60

Depreciation

15

Labour

10

Overhead

8

Utility

7

Total

100

  • สำหรับธุรกิจเมลามีนแม้ว่าราคาวัตถุดิบเมลามีนจะคิดเป็น 70% ของต้นทุนรวมทั้งหมด แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท เนื่องจากราคาผงเมลามีนค่อนข้างมีเสถียรภาพมาเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปีแล้ว โดยราคาผงเมลามีนจะไม่ขึ้นกับราคาน้ำมันดิบของโลกเฉกเช่นราคาเม็ดพลาสติก แต่ปัจจัยหนึ่งที่เราเป็นห่วงในธุรกิจเมลามีนก็คือผู้ผลิตจากประเทศจีน ซึ่งมีต้นทุนต่ำเนื่องจากใช้วัตถุดิบยูเรีย ซึ่งมีคุณภาพต่ำมาผสมในการทำผลิตภัณฑ์เมลามีนได้เข้ามาแข่งขันในตลาด โดยใช้กลยุทธ์การทำสงครามราคาเข้าห้ำหั่น อย่างไรก็ตามผู้บริหารได้เปิดเผยว่าบริษัทกำลังจะออกสินค้าเมลามีนเกรด B ซึ่งมีราคาต่ำกว่า Superware อยู่ประมาณ 30% เพื่อมาแข่งขันกับสินค้าจากทางจีน อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าสินค้าใหม่นี้จะไม่มีผลกระทบต่อสินค้า Superware ของบริษัท เนื่องจาก Superware ได้รับการยอมรับและเชื่อถือในเรื่องของคุณภาพที่อยู่ในระดับสูงและมีราคา ค่อนข้างสูงด้วย

SITHAI 's melamine sales breakdown in 2002

 

%

Direct sales

36

Export

33

Wholesales

23

Grand sales

8

Total

100

SITHAI 's melamine cost breakdown in 2002

  

%

Raw materials

70

Labour

14

Depreciation

6

Utility

6

Overhead

4

Total

100

 

นักวิเคราะห์ : กิติชาญ ศิริสุขอาชา
Email Kitichan.s@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer