|
14 มีนาคม 2546
| |
|
บริษัทหลักทรัพย์
แอสเซท พลัส
ASSET <24.40 บาท>
|
|
คำแนะนำ ใหม่
: ถือ ก่อนหน้านี้
: ซื้อ
เป้าหมาย : 37.30
บาท |
|
|

|
|
พยายามหารายได้ประจำมาทดแทนความซบเซาของตลาดหุ้น |
สรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้
- ด้านหลักทรัพย์
หลังเปิดไป 3
สาขาเมื่อปีที่แล้ว
ปีนี้คงไม่เปิดเพิ่ม
แต่จะใช้กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่
3-4 พันบัญชี
โดยการเพิ่มจำนวนมาร์เก็ตติ้งแทน
โครงสร้างลูกค้า 30%
เป็นสถาบัน 10% รายใหญ่ 60%
รายย่อย
ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดปีนี้
2% (ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่เราใช้)
บริษัทมีความได้เปรียบด้านต้นทุน
เพราะวอลุ่มที่มาจากสถาบันและรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง
40%
ซึ่งลูกค้าส่วนนี้ดูแลโดยพนักงานประจำ
(กินเงินเดือนคงที่)
จึงไม่ต้องจ่าย Incentive 25%
คืนมาร์เก็ตติ้งเหมือนกรณีลูกค้ารายย่อย
- ด้าน Underwriting
แม้จะเกิดสงคราม
แต่เชื่อว่าจำนวนหุ้นที่จะเข้าตลาดฯน่าจะใกล้เคียงกับปี
45 คือ 6 บริษัท เช่น อาร์ เอส
โปรโมชั่น, ไมด้า แอสเซท,
บีอีซี เทโร และโออิชิ
นอกจากนั้นยังมีงานการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่พร้อมจะรับรู้รายได้
เพียงแต่รอรัฐบาลไฟเขียว
ได้แก่ การขายหุ้น PO
ของการบินไทย (THAI)
และการเสนอขายหุ้น IPO
ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย
(CAT) 2
อันนี้ไม่รวมอยู่ในประมาณการของเรา
- ด้าน Advisory
ซึ่งจะเป็นแหล่งที่สร้างรายได้ประจำ
(recurring income)
และบริษัทมีความเชี่ยวชาญ
เช่น
การเป้นที่ปรึกษาปรับโครงสร้างการเงิน/ธุรกิจ
การควบรวมกิจการ (M&A)
ซึ่งจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
อย่างน้อยก็เป็นปี
นอกจากนั้นการเป็นนายหน้าขายหน่วยลงทุนให้บลจ.ต่างๆ
ก็ทั้งช่วยเพิ่มค่าธรรมเนียมและให้บริการครบวงจร
(ผ่านการทำ cross-selling)
- ด้านการลงทุน
84% ของสินทรัพย์รวมหรือ 1.11
พันล้านบาทอยู่ในรูป Liquid assets (เงินฝากและเงินลงทุนในหลักทรัพย์
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปตราสารหนี้)
ให้ดอกผลในรูปดอกเบี้ยและ/หรือเงินปันผล
ถือว่ามีความต่อเนื่องในระดับหนึ่ง
เพียงแต่อาจจะลดลงตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด
- ให้ความสำคัญในการทำ
Private Equity มากขึ้น
โดยการไปลงทุนในบริษัทที่อยู่นอกตลาดแล้วรอเวลาเมื่อพร้อมจึงนำเข้าตลาดฯ
ตั้งงบลงทุนในส่วนนี้ 10% ของ
Liquid assets หรือประมาณ 100
ล้านบาทต่อปี
แม้เราจะชอบ ASSET
มากที่สุดในกลุ่มหลักทรัพย์
แต่ช่วงภาวะหมี (วอลุ่ม 3-4
พันล้านบาทต่อวัน)
การลงทุนในหุ้นหลักทรัพย์อาจดูเสี่ยงเกินไป
แต่สำหรับ ASSET
ยังมีของดีรออยู่
คือปันผลสำหรับกำไรครึ่งหลังอีก
1 บาท (ทั้งปี 3 บาท) XD 31 มี.ค.
จ่ายตังค์ 24 เม.ย.
ดังนั้นปรับลดจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ"
เพื่อรอรับปันผล Yield 4% (ทั้งปี
12%)
|
ตัวเลขประมาณการ |
| |
|
|
|
|
| |
2544 |
2545 |
2546F |
2547F |
|
รายได้ค่านายหน้า
(ล้านบาท) |
18 |
116 |
220 |
232 |
|
กำไรสุทธิ (ล้านบาท) |
12 |
112 |
149 |
160 |
|
รายได้ค่านายหน้าต่อหุ้น
(บาท) |
0.41 |
1.93 |
3.66 |
3.86 |
|
กำไรต่อหุ้น
(บาท) |
0.26 |
1.87 |
2.49 |
2.66 |
|
มูลค่าการบัญชี
(บาท) |
6.57 |
12.08 |
13.57 |
15.17 |
|
เงินปันผล (บาท) |
0.25 |
3.00* |
2.49 |
2.66 |
| |
|
|
|
|
|
P/รายได้ค่านายหน้า
(เท่า) |
59.63 |
12.67 |
6.67 |
6.32 |
|
P/E (เท่า) |
94.35 |
13.06 |
9.81 |
9.17 |
|
P/B (เท่า) |
3.72 |
2.02 |
2.02 |
2.02 |
|
Dividend yield (%) |
1.02 |
12.30 |
10.20 |
10.91 |
|
ROE (%) |
3.06 |
21.97 |
19.40 |
18.53 |
|
* จ่ายปันผล 2ครั้งสำหรับกำไรปี
45 ครึ่งแรก 2 บาท ครึ่งหลัง
1 บาท และปีต่อไปให้จ่าย 100%
ของกำไร |
|
|
นักวิเคราะห์: รัชนก
(ส้ม) ด่านดำรงรักษ์ Ext. 1560
ratchanok.d@kimeng.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|