ก่อนที่เราจะได้พบผู้บริหาร
NVL ในวันศุกร์นี้
ขอสรุปผลประกอบการปี 45
ให้ทราบในเบื้องต้นก่อน
ในตอนแรกที่ได้เห็นงบ
เราตาโตเพราะ NVL
โชว์กำไรสุทธิบรรทัดสุดท้าย
61 ล้านบาท สูงกว่าคาด 43
ล้านบาท ถึง 40%
แต่นั่นเป็นเพราะรายการพิเศษ
2 ประการ คือ 1)
การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจาก
19 ล้านบาทปี 44 เป็น 31 ล้านบาท
และ 2)
การบวกกลับสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญมาเป็นรายได้จำนวน
23 ล้านบาทในปี 45
ในขณะที่ปีก่อนตั้งสำรองฯเป็นค่าใช้จ่าย
1.6 ล้านบาท
ดังนั้นหากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน
(ไม่ 2 รายการพิเศษดังกล่าว)
พบว่าน่าตกใจ เพราะลดลงถึง
58% จาก 68 ล้านบาท เหลือเพียง 29
ล้านบาท
เนื่องจากการหดตัวเกือบครึ่งของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
(Spread) จาก 5.15% เหลือ 3.06%
แม้ว่าสินเชื่อขยายตัว 68%
จาก 1.28 พันล้านบาท เป็น 2.14
พันล้านบาทก็ตาม
เดือนมี.ค.45
บริษัทออกหุ้นกู้มูลค่า 1.2
พันล้านบาท เพื่อลดต้นทุน (หุ้นกู้ดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วเพียง
5.75% ต่อปีคงที่ไป 4 ปี เทียบกับ
7.44% ต้นทุนเฉลี่ยปี 44)
และขยายสินเชื่อ (ซึ่งชัดเจนมากในครึ่งปีหลัง
ทั้งปีโต 68%
ทั้งๆที่ครึ่งแรกโตเพียง 20%)
แต่หุ้นกู้ดังกล่าวเพิ่มมูลหนี้
(เป็น 1.67 พันล้านบาท จาก 680
ล้านบาทสิ้นปี 44)
ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น
71% จาก 44 ล้านบาท เป็น 76 ล้านบาท
ในเวลาเดียวกันการแข่งขันที่รุนแรงทำให้อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อ
(Yield on lending) ลดลงจาก 12.59% เหลือ 9.56%
สองปัจจัยดังกล่าวกดดันให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง
30% จาก 122 ล้านบาท เหลือ 86
ล้านบาท
แต่ใช่ว่า NVL
จะมีแต่ข่าวร้าย
คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น NPLs
ลดลงทั้งในรูปแง่เม็ดเงินและในเชิงเปรียบเทียบ
จาก 96 ล้านบาทสิ้นปี 44
หรือคิดเป็น 7.56%
ของสินเชื่อรวม เหลือ 91
ล้านบาท แต่คิดเป็นแค่เพียง
4.26% ของสินเชื่อรวม
เนื่องจากฐานสินเชื่อขยายตัวโดดเด่น
เรากำลังอยู่ในระหว่างปรับประมาณการ
แต่เรามีความเชื่อว่ากำไรสุทธิน่าจะลดลงจากปี
45
เพราะการหายไปของรายการพิเศษ
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก็อยู่ในภาวะเสี่ยง
เพราะเงินกู้ยืมเกือบทั้งหมด
(99%) เสียอัตราดอกเบี้ยคงที่
และที่สำคัญ 86%
ของเงินกู้ยืมเป็นเงินกู้ระยะยาว
แปลว่าในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาลง
(ธนาคารทยอยลดอัตราดอกเบี้ยปลายสัปดาห์ที่แล้วถึงต้นสัปดาห์นี้และมีแนวโน้มลดลงต่อ)
บริษัทไม่มีความคล่องตัวมากกนักในการปรับลดดอกเบี้ย
แต่ในทางตรงข้ามลูกค้ารายใหม่ที่บริษัทปล่อยกู้จะทำให้
Yield ลดลง ดังนั้น NIM
อยู่ภายใต้แรงกดดันสูง
ดังนั้นเราเบื้องต้นยังคงคำแนะนำ
"ขาย"
โดยรายละเอียดจะรายงานให้ทราบอีกครั้งหลังได้พบผู้บริหารศุกร์นี้