| คำชี้แจง
อนึ่ง
บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง
(ประเทศไทย) จำกัด
ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ
บมจ. ราชธานีลิสซิ่ง (THANI)
อย่างไรก็ตามบทวิเคราะห์นี้ได้ถูกจัดทำขึ้นบนสมมุติฐานของฝ่ายวิจัย
ของกิมเอ็ง
อย่างเป็นเอกเทศ
การประมาณการรายได้
กำไร ไม่ได้มีเจตจำนง
จะให้เป็นประโยชน์ต่อการเสนอขายหุ้นกู้แต่อย่างใดทางกิมเอ็ง
และบริษัท
ไม่ได้มีส่วนที่เข้าไปรับรองรับประกันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์
ทางข้อมูลของบทวิเคราะห์นี้แต่อย่างใด
นอกจากนั้นทางกิมเอ็ง
ผู้บริหารของบริษัท
พนักงานและลูกจ้างจะไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
จากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม |
ผลประกอบการออกมาดีตามคาด
พลิกจากขาดทุน 18 ล้านบาท
มาเป็นกำไร 49 ล้านบาทในปี 45
โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัว
68% ของสินเชื่อ
รวมถึงการหายไปของรายการพิเศษต่างๆที่เกี่ยวกับการตั้งสำรองฯ
นอกจากนั้น
คุณภาพสินเชื่อก็ดีขึ้น
โดย NPLs ลดลงเหลือเพียง 33
ล้านบาท คิดเป็น 4.18%
ของสินเชื่อรวม (vs. 5.20%
สำหรับ SPL)
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการหดตัวอย่างรุนแรงของ
NIM จาก 11.87% เหลือ 7.60%
แต่ความจริงแล้วเราก็ไม่คาดว่า
NIM ที่ระดับเกิน 10%
จะสามารถรักษาไว้ได้เพราะมันสูงผิดปกติ
การลดลงของอัตราดอกเบี้ย
ประกอบกับความเข้มข้นมากขึ้นของการแข่งขัน
ทำให้ในที่สุด NIM
ก็ต้องปรับตัวลดลงมา
ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดขึ้นกับ
SPL
แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเราเชื่อว่า
NIM ที่ระดับ 6-7%
น่าจะเป็นระดับต่ำสุดแล้ว
การดีขึ้นจะมาจากการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุน
ล่าสุดบริษัทได้รับเงินกู้
1 พันล้านบาทจาก TFB
โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ที่
4.5% คงที่เป็นเวลา 3 ปี (ในขณะที่ปัจจุบันเสีย
7%)
นอกจากนั้นการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อรีไฟแนนซ์
ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยหนุนผลประกอบการ
คาดปีนี้กำไรจากการดำเนินงาน
(PPP) เพิ่มขึ้นจาก 30 ล้านบาท
เป็น 79 ล้านบาท
แต่กำไรสุทธิลดลงเพราะไม่มีหนี้สูญรับคืน
วอร์แรนต์ที่ได้รับแจกคาดช่วยเพิ่มราคาที่เหมาะสมให้หุ้น
THANI อีก 0.568 บาท เป็น 12.39 บาท/หุ้น
ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตลาดในปัจจุบัน
ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำจาก
"ซื้อ" เป็น "ถือ"
เพื่อรอรับสิทธิวอร์แรนต์ซึ่งคาดว่าจะ
XW ประมาณเดือน พ.ค.นี้