TNITY
เป็นโบรกเกอร์แห่งสุดท้ายที่ประกาศงบปี
45 ออกมา
ที่แม้จะเป็นไปตามคาด
แต่ผลการดำเนินงานก็ไม่น่าประทับใจ
เพราะกำไร 70
ล้านบาทที่ทำได้ในปีที่แล้วมาจากกำไรงวดครึ่งปีแรก
ในขณะที่สองไตรมาสหลังของปีขาดทุนเฉลี่ยไตรมาสละ
3-4 ล้านบาท
การที่รายได้หลัก 76%
มาจากรายได้ค่านายหน้า
การลดลงของทั้งมาร์เก็ตแชร์และความซบเซาของภาวะตลาดในช่วงครึ่ง ปีหลังคือเหตุผลเบื้องหลังตัวเลขสีแดง
นอกจากนั้นการเป็นน้องใหม่ทำให้ต้องแบกภาระะสูงกว่าคู่แข่งและสูญเสีย ความได้เปรียบในการแข่งขัน
ในแง่ของความสามารถในการทำกำไรยังไม่น่าไว้วางใจ
แต่ฐานะทางการเงินไม่ต้องเป็นห่วง
หลังเพิ่มทุนเกือบ 600
ล้านบาทผ่านการเสนอขายหุ้น
PP และ IPO
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
โดยนำเงินดังกล่าวไปลงทุนเพิ่มในหลักทรัพย์
โดยเฉพาะตราสารหนี้
หวังสร้างกระแสรายได้ประจำเพื่อลดความผันผวนจากการทำธุรกิจหลักลงได้ ในระดับหนึ่ง
นอกจากนั้นการเพิ่มทุนที่ราคาสูงกว่าพาร์
ทำให้มูลค่าทางบัญชี (BV)
เพิ่มขึ้นอัตโนมัติเป็น 6.34
บาท/หุ้นสิ้นปี 45
ในการทำประมาณการของเรา
อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า
1) บริษัทจะมีมาร์เก็ตแชร์
1.60% ที่ระดับวอลุ่มตลาด 9
พันล้านบาทต่อวัน 2)
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการคาดว่าจะขยายตัว
20% เป็น 49 ล้านบาท และ 3)
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคิดเป็น
80% ของรายได้รวม (เทียบกับ 77%
ปีก่อน)
จะได้ว่ากำไรปีนี้ของ TNITY
จะอยู่ที่เพียง 41 ล้านบาท
ลดลงถึง 41% จากปี 45
นั่นหมายความว่าแม้ราคาหุ้นจะอยู่ที่จุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าเทรด
หุ้นยังซื้อขายที่ P/E
แพงมากถึง 20 เท่า
หากอิงเกณฑ์ 15 เท่า
จะได้ราคาที่เหมาะสมเพียง
4.44 บาท "ขาย" แต่อย่างไรก็ตาม
จุดเปลี่ยนจะอยู่ตรงการเกื้อหนุนธุรกิจของ
2 พันธมิตรใหญ่ (KTB & TEF)
ที่จะมีผลต่อทิศทางมาร์เก็ตแชร์และความสามารถในการทำกำไร
แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นพัฒนาการดังกล่าว