|
25
กุมภาพันธ์ 2546
| |
|
บมจ.สยามพาณิชย์ลีสซิ่ง
SPL <34.50 บาท>
|
|
คำแนะนำ ใหม่
: ซื้อ ก่อนหน้านี้
: ซื้อ |
|
|
|
|
"โตอย่างมีคุณภาพ"
สินเชื่อขยาย NPLs ลด |
ในฐานะผู้นำในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์
จึงไม่น่าแปลกใจที่พอร์ตสินเชื่อปี
45 ของบริษัทจะโตเกือบ 40%
สอดคล้องกับการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ในประเทศ
และอีกส่วนที่น่าประทับใจและเป็นสิ่งที่บริษัทตั้งใจทำมานานแล้วคือการปรับโครงสร้าง
ต้นทุนทางการเงินให้ต่ำลงผ่านการออกหุ้นกู้เฉลี่ยปีละครั้ง
ครั้งละ 3-4 พันล้านบาท
อายุประมาณ 3-4 ปี (สอดคล้องกับระยะเวลาการผ่อนรถของลูกค้า)
ดอกเบี้ยที่ถูกลงทำให้บริษัทสามารถประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการนำไปรีไฟแนนซ์
ปีนี้ก็เช่นกัน
ในช่วงต้นเดือนหน้าจะออกหุ้นกู้
3.5 พันล้านบาท
ดอกเบี้ยต่ำมากเพียง 3% กว่าๆ
(เทียบกับ 5.5% ล็อตปี 45)
ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรักษาระดับ
Spread ที่ประมาณ 5.4% ได้ แม้ว่า Yield
มีแนวโน้มจะลดลงต่อก็ตาม
อีกสิ่งที่น่าประทับใจนอกเหนือจากการปรับโครงสร้างต้นทุน
คือการควบคุมและบริหาร NPLs
เพราะแม้ว่าบริษัทจะใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทด้อยลงเลย
ในทางตรงข้ามดูดีขึ้นด้วยซ้ำ
เพราะ NPLs
ต่อสินเชื่อรวมลดลงจาก 7.2%
สิ้นปี 44 เหลือ 5.2%
แต่บริษัทก็ไม่ชะล่าใจ
ยังตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม
และค่อนข้างก้อนใหญ่ 84
ล้านบาทในปี 45 เทียบกับเพียง
25 ล้านบาทปีก่อน
สิ่งดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นและลดแรงกระแทกหากเกิด อะไรไม่คาดคิดขึ้นมา
เราคาดว่าปีนี้กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะโตต่ออีก
14.5% จาก 861 ล้านบาท เป็น 986
ล้านบาท
โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ
แต่ในแง่กำไรสุทธิอาจเป๋เล็กน้อย
เนื่องจากการกลับมาจ่ายภาษีตามปกติ
และการหายไปของรายการพิเศษคือหนี้สูญรับคืนจากบริษัทสยามราษฎร์
111 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
แต่เราเชื่อว่าด้วยศักยภาพและพัฒนาการทางปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจะทำให้หุ้น
กลับมาได้รับความนิยมได้ไม่ยาก
มองราคาเป้าหมายสิ้นปีนี้เชิงอนุรักษ์นิยมไว้ที่
42.79 บาท (15 เท่า ของ Fully-diluted EPS) Upside 24%
และจริงๆแล้ว SPL
ก็จัดเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลดี
จ่ายปีละ 2 ครั้ง (แม้เพิ่งเริ่มจ่ายปีที่แล้ว)
อัตราผลตอบแทน 5-6% ยังแนะนำ "ซื้อ"
|
SPL: ตัวเลขประมาณการ |
| |
|
|
|
|
| |
2544 |
2545 |
2546F |
2547F |
|
กำไรจากการดำเนินงาน (ล้านบาท)
* |
619 |
861 |
986 |
1,102 |
|
กำไรสุทธิ (ล้านบาท) |
674 |
775 |
751 |
836 |
|
กำไรต่อหุ้น (บาท) |
3.39 |
3.89 |
3.77 |
4.20 |
|
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (บาท) |
19.35 |
22.51 |
24.40 |
26.49 |
|
เงินปันผลต่อหุ้น (บาท) |
- |
1.75 |
1.88 |
2.10 |
| |
|
|
|
|
|
P/E (เท่า) |
10.19 |
8.87 |
9.15 |
8.22 |
|
P/B (เท่า) |
1.78 |
1.53 |
1.41 |
1.30 |
|
อัตราเงินปันผลตอบแทน (%) |
- |
5.07 |
5.46 |
6.08 |
|
ROE (%) |
19.19 |
18.60 |
16.07 |
16.49 |
|
* ก่อนหักสำรองฯ
และไม่รวมรายได้อื่น |
- กำไรตามคาด
แต่ปันผลมากกว่าที่คิด
วานนี้ SPL แจ้งตลาดฯ 2
เรื่องสำคัญ 1) ผลประกอบการปี
45 ที่มีกำไรสุทธิ 775 ล้านบาท
(3.89 บาท/หุ้น) เพิ่มขึ้น 15%
จากปีก่อน
ใกล้เคียงกับที่เราคาด 787
ล้านบาท
แต่หากมองในแง่กำไรจากการดำเนินงาน
(ก่อนหักสำรองฯ
และไม่รวมรายได้อื่น)
พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 39% และ 2)
ประกาศจ่ายปันผลอีกหุ้นละ 1
บาท สำหรับกำไรครึ่งปีหลัง (รวมทั้งปี
1.75 บาท)
ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ว่าทั้งปีจะจ่าย
1.50 บาท
แต่ราคาหุ้นวานนี้ตอบรับในทางตรงข้าม
คือราคาปรับตัวลดลงเท่ากับเงินปันผลที่จะจ่ายคือ
1 บาท มาปิดที่ 34.50 บาท
ทั้งๆที่อีกประมาณ 1
เดือนจึงจะขึ้น XD (4 เม.ย.
จ่ายตังก์ 1 พ.ค.)
สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล
(หากคิดเฉพาะงวดครึ่งปีหลัง)
ไม่น่าดึงดูดใจแค่ประมาณ 3%
จึงขายเพื่อนำไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
และ/หรือเปลี่ยนไปซื้อหุ้นกลุ่มหลักที่มีข่าวสนับสนุน
(เช่นแบงก์ใหญ่
หลังมูดี้ส์เตรียมปรับเพิ่มอันดับเครดิตให้)
- ส่วนไตรมาส 4/45
ที่กำไร 154 ล้านบาท ลดลง 17% qoq
เนื่องจากตั้งสำรองฯก้อนใหญ่
การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญถือว่าเป็นเรื่องที่คาดเดายากมากสำหรับ
SPL เพราะบางไตรมาสก็ตั้งเยอะ
เช่น ไตรมาส 4/45 ตั้งเพิ่มถึง 40
ล้านบาท (เทียบกับทั้งปี 44
ตั้งเพียง 25 ล้านบาท)
ทั้งๆที่คุณภาพสินทรัพย์ไม่ได้ส่ออาการด้อยลง
หรือในบางครั้งก็มีการบวกกลับสำรองฯมาเป็นรายได้
เมื่อลูกหนี้ที่คิดว่าสูญนำเงินสดมาชำระ
ดังนั้นเราจะให้ความสำคัญกับกำไรจากการดำเนินงานที่จะกล่าวถึงข้างล่างนี้มากกว่า
- สินเชื่อเช่าซื้อปี
45 โต 40%
สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ในประเทศ
ในเมื่อธุรกิจหลักของ SPL
คือการให้เช่าซื้อรถยนต์ (รายได้จากเช่าซื้อคิดเป็น
93% ของรายได้ดอกเบี้ยรวม
ที่เหลืออีกมาจากการให้เช่าซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์
และแฟคตอริ่ง
อย่างละเท่าๆกัน)
และปีที่ผ่านมาการเพิ่มขึ้นของอำนาจซื้อจากภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำ
รวมถึงการแข่งขันกันทำการตลาดของค่ายรถต่างๆ
ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศปีที่ผ่านมาโต
37.8% เป็น 4.09 แสนคัน
ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งจะเป็นการซื้อเงินผ่อน
ในฐานะที่ SPL
อยู่ในธุรกิจนี้มานาน
มีสาขาเข้าถึงหัวเมืองใหญ่
และมีบริการที่ครบวงจรและรวดเร็ว
จึงน่าแปลกใจที่ได้เห็นสินเชื่อเช่าซื้อ
(ก่อนหักสำรองฯ)
ของบริษัทขยายตัวไม่น้อยหน้ากันคือ
40.3% จาก 1.38 หมื่นล้านบาท เป็น 1.94
หมื่นล้านบาท (แต่พอร์ตสินเชื่อโดยรวมโต
37.5% เพราะแฟคตอริ่งหดตัว)
|
SPL:
สินเชื่อและอัตราการขยายตัว |
|
ล้านบาท |
สินเชื่อก่อนหักสำรองฯ |
อัตราการเติบโต |
| |
ธ.ค.45 |
ธ.ค.44 |
ธ.ค.43 |
ธ.ค.45 |
ธ.ค.44 |
ธ.ค.43 |
|
1. เช่าซื้อรถยนต์ |
19,429 |
13,846 |
9,614 |
40.3% |
44.0% |
27.5% |
|
2. เช่าซื้อเครื่องจักร |
997 |
801 |
869 |
24.5% |
-7.8% |
-2.5% |
|
3. แฟคตอริ่ง |
738 |
747 |
689 |
-1.2% |
8.4% |
33.5% |
|
รวม |
21,164 |
15,394 |
11,172 |
37.5% |
37.8% |
6.8% |
- Spread ปี 45 เพิ่ม 46 bps
เป็น 5.39% แม้ Yield หด
สิ่งที่บริษัทได้ทำมาโดยตลาดตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางการขาลง
คือการปรับโครงสร้างต้นทุนโดยการออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่องเพื่อมาไถ่ถ่อนเงินกู้ยืม และ/หรือหุ้นกู้เดิมที่เสียดอกเบี้ยในอัตราที่แพงกว่า
โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี43-45)
บริษัทจะออกหุ้นกู้ปีละครั้ง
แต่ละครั้งจะระดมเงินประมาณ
3-4 พันล้านบาท
และหุ้นกู้มีอายุ 3-4 ปี (สอดคล้องกับระยะเวลาการผ่อนรถ)
แต่สิ่งที่แตกต่างคืออัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว
(coupon rate)
ที่จ่ายนั้นลดลงไปเรื่อยๆ
และที่สำคัญอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวลดลงมากกว่าการลดลงของอัตราดอกเบี้ย เงินในท้องตลาด
(ในที่นี้ใช้ MLR ของ BBL
เป็นตัวอ้างอิง) เช่นปี 45
ที่บริษัทออกหุ้นกู้มูลค่า
3 พันล้านบาท
เสียอัตราดอกเบี้ยเพียง 5.50%
ในขณะที่ล็อตที่แล้วปี 44
เสีย 6.20% หรือถูกลง 70 bps
แต่สำหรับ MLR ของ BBL
นั้นปรับลดลงเพียง 25 bps จาก 7%
เหลือ 6.75%
จากตารางจะเห็นได้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
(Net Interest Spread) ของบริษัทในปี 45
เพิ่มขึ้นถึง 46 bps จาก 4.93% เป็น
5.39%
เนื่องจากการลดลงของต้นทุนถึง
185 bps (จาก 7.22% เหลือ 5.37%)
ในขณะที่ทางฝั่งผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อลดลงน้อยกว่าคือ
139 bps (จาก 12.15% เหลือ 10.76%)
สำหรับแนวโน้มต้นทุนปีนี้มีโอกาสลดลงจากกลยุทธ์เดิมคือออกหุ้นกู้วงเงิน
3.5
พันล้านบาทเสนอขายต้นเดือนหน้า
คาดอัตราดอกเบี้ยจะต่ำเพียง
3.1-3.5%
สะท้อนเครดิตเรทติ้งชั้นยอดระดับ
"A-" จาก TRIS
|
SPL: Spread
กว้างขึ้นเพราะต้นทุนลดลงเป็นหลัก |
|
% |
2545 |
2544 |
4Q45 |
3Q45 |
2Q45 |
1Q45 |
|
Yield on lending |
10.76 |
12.15 |
10.56 |
10.88 |
11.06 |
11.37 |
|
Cost of funds |
5.37 |
7.22 |
5.11 |
5.29 |
5.89 |
5.86 |
|
Net Interest Spread |
5.39 |
4.93 |
5.44 |
5.59 |
5.17 |
5.51 |
- คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น
NPLs ลดลงจาก 7.2% เหลือ 5.2%
ของสินเชื่อรวม
จะเห็นได้ว่าสินเชื่อโดยรวมในปีที่ผ่านมาขยายตัวเกือบ
40% แต่ไม่กระทบ NPLs เลย สิ้นปี 45
อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท เทียบกับ
1,112 ล้านบาทปีก่อน
แน่นอนว่าเมื่อเทียบเป็น %
กับฐานสินเชื่อที่ใหญ่ขึ้น
สัดส่วน NPLs
ต่อสินเชื่อรวมก็ต้องลดลงไปโดยปริยาย
จาก 7.2% เหลือ 5.2%
เราขอชื่นชมบริษัทที่สามารถดำเนินสองกลยุทธ์หลักควบคู่กันไปได้คือ
"โตอย่างมีคุณภาพ"
- ปีนี้กำไรบรรทัดสุดท้ายอาจไม่หวือหวา
แต่ราคายังมี Upside
แม้เราคาดว่าโมเมนตัมของการโตต่อของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ยังมี
คาดพอร์ตสินเชื่อปีนี้ของ SPL
ขยายตัวอีก 15% ส่วน Spread
คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาได้
(แม้ yield จะลดลงก็ตาม)
ทำให้กำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกันคือ
14% จาก 861 ล้านบาท เป็น 986
ล้านบาท
แต่กำไรสุทธิบรรทัดสุดท้ายอาจลดลงเล็กน้อย
3.1% เหลือ 751 ล้านบาท (เทียบกับ 775
ล้านบาทปีก่อน)
เนื่องจากสองเหตุผลหลัก 1)
การลดลงของรายได้อื่น
เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกปี
45
มีหนี้สูญรับคืนจากบริษัทสยามราษฎร์เข้ามาจำนวน
111 ล้านบาท
ทำให้สัดส่วนรายได้อื่นต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น
16% ในปีที่ผ่านมา
แต่ปีนี้เราให้กลับสู่ระดับปกติที่
10% ของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
และ 2)
การต้องกลับมาเสียภาษีตามปกติ
30%
เทียบกับปีที่แล้วซึ่งเป็นปีแรกที่กลับมาจ่ายภาษีได้หลังล้างขาดทุนสะสมหมดตั้งแต่ไตรมาส
1/45 แต่ยังคงมี loss carrying forward
บางส่วนเหลืออยู่ทำให้เสียภาษีเฉลี่ยทั้งปีเพียง
20%
แต่ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่ากำไรจากการดำเนินงานสำคัญที่สุด
หากใช้ P/E เป้าหมายที่ 15 เท่า
และใช้ Fully-diluted EPS ปี 46 ที่ 2.85 บาท (เทียบกับ
3.77 บาท/หุ้น
วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)
ในการคำนวณ
ซึ่งเป็นตัวเลขกำไรต่อหุ้นที่รวมผลของการแปลงสภาพ
SPL-W2 ที่เหลืออยู่ทั้งหมดอีก 64
ล้านหน่วย
จะได้ราคาเป้าหมายสิ้นปีที่
42.8 บาท Upside 24%
|
SPL : ผลประกอบการไตรมาส 4/45
และปี 2545 |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ล้านบาท |
4Q45 |
3Q45 |
4Q44 |
qoq |
yoy |
2545 |
2544 |
yoy |
|
รายได้สุทธิ |
331 |
315 |
241 |
5.1% |
37.1% |
1,204 |
902 |
33.5% |
|
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน |
-102 |
-83 |
-73 |
23.0% |
38.3% |
-343 |
-282 |
21.5% |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
230 |
233 |
168 |
-1.3% |
36.6% |
861 |
619 |
39.0% |
|
รายได้อื่น (รวม Write back) |
24 |
30 |
21 |
-19.8% |
13.8% |
192 |
92 |
109.2% |
|
สำรองค่าเผื่อหนี้สูญ |
-40 |
-7 |
-8 |
518.4% |
387.5% |
-84 |
-25 |
242.4% |
|
กำไรก่อนภาษี |
213 |
256 |
181 |
-16.7% |
17.9% |
969 |
687 |
41.1% |
|
ภาษีจ่าย |
-59 |
-70 |
0 |
-16.3% |
n.m. |
-194 |
-13 |
1435% |
|
กำไรสุทธิ |
154 |
186 |
181 |
-16.9% |
-14.7% |
775 |
674 |
15.0% |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
EPS (บาท) |
0.77 |
0.93 |
0.91 |
-16.9% |
-14.8% |
3.89 |
3.39 |
14.9% |
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(Spread) |
5.44% |
5.59% |
4.82% |
|
|
5.39% |
4.93% |
|
|
|
นักวิเคราะห์: รัชนก
(ส้ม) ด่านดำรงรักษ์ Ext. 1560
ratchanok.d@kimeng.co.th
If you have
any questions or suggestions please feel free to email our Research
Webmaster
Copyright © March 2000,
Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.
Disclaimer
|