4 มีนาคม 2546

 
บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 
GRAMMY <20.30 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   
ซื้อ
เป้าหมาย  :   26 บาท

 

กำไรสูงสุดตั้งแต่เคยมี จากความสำเร็จของอัลบั้มเบิร์ด

บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ประกาศกำไรไตรมาส 4 ออกมาน่าประทับใจ มีกำไรสุทธิ 219 ล้านบาท ดีกว่าที่เราคาดการณ์ถึง 16.5% โดยรายได้จากธุรกิจเพลงซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของรายได้รวม เพิ่มขึ้นถึง 51% จากไตรมาส 3 (qoq) และ 28% จากปีก่อน (yoy) สาเหตุหลักมาจากความสำเร็จของอัลบั้มเพลงชุดล่าสุดของเบิร์ด

รายได้จากธุรกิจโทรทัศน์และวิทยุได้รับการผลักดันจากเติบโตของเม็ดเงินโฆษณา นอกจากนั้น บริษัทยังมีรายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจภาพยนตร์ที่ออกฉายในไตรมาส 4 เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งทำรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท สำหรับธุรกิจในไต้หวันยังคงมีผลขาดทุนต่ออีกราว 20 ล้านบาท

กำไรสุทธิของทั้งปี 2545 เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 232% เป็น 664 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้น 21% ของรายได้ธุรกิจเพลง หลังจาก GRAMMY ปรับลดราคาซีดีและวีซีดี ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2544 และความสำเร็จของอัลบั้มเพลง เช่น เบิร์ด และน้องพลับ การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิยังมาจากรายได้ธุรกิจวิทยุที่สูงขึ้นเด่นชัด จากการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาทางวิทยุ 20% รวมทั้งการบันทึกรายได้จากสถานีวิทยุ F.M. 94.0 เข้ามาเป็นเวลาเต็มปี หลังจากเริ่มดำเนินงานในช่วงกลางปี 2544 อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 40.5% เป็น 49.1% จากต้นทุนที่ลดลงหลังจากบริษัทเริ่มผลิตซีดีและวีซีดีเองตั้งแต่เดือน พ.ค. 2545

GRAMMY มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 969 ล้านบาทหรือ 1.93 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายเงินปันผลอีก 1.50 บาทต่อหุ้นหลังจากที่ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.50 บาทต่อหุ้น เงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 2 บาทต่อหุ้นหรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Yield) ถึง 9.9%

เรายังคงมีมุมมองด้านบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัท ด้วยเหตุผลของการเติบโตต่อเนื่องของรายได้จากธุรกิจเพลง จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผู้บริโภคและนโยบายการปราบปรามสินค้าละเมิด ลิขสิทธิ์อย่างจริงจังของรัฐบาล สำหรับกำไรของ GRAMMY ในปีนี้น่าจะได้รับการผลักดันจากการปิดธุรกิจในไต้หวันซึ่งมีผลขาดทุนมาโดยตลอด ประกอบกับมีรายได้เพิ่มเติมจากการผลิตภาพยนตร์เพิ่มขึ้น

เราอาจจะมีการปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ในบ่ายวันนี้ อย่างไรก็ตาม GRAMMY ซื้อขายที่ PER เพียง 13.8 เท่า (เทียบกับ PER กลุ่มบันเทิงที่ประมาณ 20 เท่า) และราคาหุ้นยังต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมที่ 26 บาทอยู่ 22% เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

GRAMMY 4Q02 results

Income statement (Bt mn)

4Q02

3Q02

QOQ

4Q01

YOY

2002

2001

YOY

Sales

1,871

1,330

41%

1,328

41%

5,721

4,604

24%

Music sales

1,104

731

51%

863

28%

3,255

2,683

21%

TV production

134

105

28%

100

35%

448

403

11%

Radio production

278

257

8%

209

33%

1,009

770

31%

Concert,movies,copyrights

242

92

163%

84

187%

503

262

92%

Other income

112

145

(22%)

72

55%

506

487

4%

COG

951

659

44%

726

31%

2,912

2,741

6%

Gross margin (%)

49.15%

50.47%

N.A.

45.30%

N.A.

49.10%

40.46%

N.A.

SG&A

606

399

52%

482

26%

1,771

1,403

26%

Net profit

219

160

36%

55

294%

664

200

232%

EPS (Bt)

0.45

0.32

41%

0.11

307%

1.34

0.40

235%

Source : Kim Eng Research

 

นักวิเคราะห์ :  สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ (Ext. 1430)
Email: suttatip.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer