19  กุมภาพันธ์  2546

 
บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป
MAJOR <77.00  บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   ซื้อ

 

กำไรไตรมาส 4 แข็งแกร่งตามคาด

เมื่อวานนี้ บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ประกาศงบไตรมาส 4 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 3 (qoq) เป็น 97 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ โดยมีรายได้จากธุรกิจโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้น 33% เนื่องจากการเปิดสาขา 3 แห่งซึ่งมีโรงภาพยนตร์ 25 โรง ขณะที่รายได้ต่อจอเพิ่มขึ้นจาก 3.4 ล้านบาทเป็น 3.8 ล้านบาท

MAJOR กลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ โดยมีส่วนแบ่งตลาด 50% ด้วยจำนวนสาขา 12 แห่ง ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ 111 โรง 27,900 ที่นั่ง โบว์ลิ่ง 174 เลน พื้นที่ให้เช่า 17,809 ตารางเมตร และจอโฆษณา 111 จอ เราคาดว่า บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 58% ในปี 2546 เป็น 515 ล้านบาท เนื่องจาก 1) การรับรู้รายได้เต็มปีจากสาขาที่เปิดในปีก่อน 2) มีการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง 3) จำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายมีมากขึ้น และ 4) ค่าตั๋วเฉลี่ยที่สูงขึ้น

ฐานะการเงินของบริษัทยังคงเข้มแข็ง โดยมีเงินสดสุทธิและมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งที่ 644 ล้านบาท นอกจากนั้น บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้น และแตกพาร์จาก 5 บาทเป็น 1 บาท เราชอบบริษัทในแง่ของแนวโน้มการเติบโตและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ราคาหุ้นนับว่ามี Upside ไม่มากจากราคาเป้าหมายของเราที่ 88 บาท ถ้าเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่มบันเทิง เช่น BEC, GRAMMY และ GMMM จะมี Upside มากกว่า คือ 21%, 28% และ 39% ตามลำดับ

4Q02 earnings results

Income statement (Bt mn)

4Q02

3Q02

QOQ

2002

2001

YOY

Sales

563

459

23%

1,818

1,275

43%

Theatre

404

303

33%

1,247

849

47%

Bowling

58

55

6%

216

174

25%

Rental income

59

61

(4%)

224

189

18%

Advertising

42

40

5%

131

62

111%

COG

330

266

24%

1,038

782

33%

Gross margin (%)

41.46%

42.17%

N.A.

42.90%

38.67%

N.A.

SG&A

116

93

25%

370

272

36%

Interest expense

1

1

13%

14

46

(69%)

Net profit

97

85

14%

326

83

292%

EPS (Bt)

0.83

0.72

14%

2.78

1.77

57%

Source : Kim Eng Research

  • กำไรไตรมาส 4 ของ MAJOR เพิ่มขึ้น 14% qoq เป็น 97 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 23% จากการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่งที่ เทสโก้ บางกะปิ, เสรี เซ็นเตอร์ และเซ็นทรัล พระราม 2
  • รายได้หลักของบริษัท คือรายได้จากธุรกิจโรงภาพยนตร์ เพิ่มขึ้น 33% เป็น 404 ล้านบาท เนื่องจาก จำนวนโรงที่เพิ่มขึ้น 25 โรง มีจำนวน 4,750 ที่นั่ง ขณะที่รายได้ต่อโรงเพิ่มขึ้นจาก 3.4 ล้านบาทในไตรมาส 3 มาเป็น 3.8 ล้านบาท รายได้ต่อที่นั่งเพิ่มขึ้น 18% เป็น 14,727 บาท ค่าตั๋วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.4% เป็น 101.6 บาทหลังจากการขึ้นค่าตั๋วในช่วงสุดสัปดาห์สำหรับโรงใหม่จาก 100 บาทเป็น 120 บาท รวมทั้งความสำเร็จของภาพยนตร์ Harry Potter II, Lord of the Rings II และ 15 ค่ำ เดือน 11
  • รายได้จากธุรกิจโบว์ลิ่งเพิ่มขึ้น 6% เป็น 58 ล้านบาทจากการมีเลนเพิ่มขึ้น 42 เลนที่ เสรี เซ็นเตอร์ และเซ็นทรัล พระราม 2 สำหรับธุรกิจให้เช่าพื้นที่และบริการมีรายได้ลดลง 4% เนื่องจากในไตรมาส 3 มีการบันทึกรายได้พิเศษค่าสาธารณูปโภค รายได้จากธุรกิจโฆษณาเพิ่มขึ้น 5% จากการที่จอโฆษณาเพิ่มขึ้น 25 จอ
  • อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 42.2% เป็น 41.5% เนื่องจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโบว์ลิ่งจาก 62.4% เหลือ 55.0% หลังจากมีการปรับปรุงการบันทึกค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรของธุรกิจโรงภาพยนตร์ปรับตัวดีขึ้นจาก 35.0% เป็น 36.6%
  • MAJOR ทำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ 644 ล้านบาทในปี 2545 และมีฐานะเป็นเงินสดสุทธิ

 

นักวิเคราะห์ :  สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ (Ext. 1430)
Email: suttatip.p@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer