บมจ.
สยามสหบริการ (SUSCO)
ประกาศผลการดำเนินงานปี 2545
ออกมามีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท
พลิกจากขาดทุนสุทธิ 63
ล้านบาทจากเมื่อปีก่อน
ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทมีการบันทึกผลกำไรพิเศษจากการประนอมหนี้จำนวน
113 ล้านบาท
หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว
บริษัทจะยังคงมีกำไรปกติอยู่
50 ล้านบาท
เทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนปกติ
56 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก
5% เป็น 7%
เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากสินค้าคงคลังหลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวสูง
ขึ้นมาก
อีกทั้งนโยบายในการปิดสถานีน้ำมันที่ไม่ทำกำไรก็ได้ช่วยให้บริษัทมีผลการดำเนินงาน ออกมาอย่างน่าประทับใจในปีนี้
แนวโน้มในไตรมาสแรกของปีนี้ยังคงทรงตัว
แม้ว่าค่าการตลาดจะลดลงจาก
1.1 บาท/ลิตร เป็นประมาณ 0.8 บาท/ลิตร
แต่บริษัทจะได้รับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลตามนโยบายการกำหนดเพดานราคา น้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมัน
เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด
ในไตรมาสนี้บริษัทยังจะบันทึกกำไรจำนวน
5 ล้านบาท
จากการขายที่ดินบริเวณคลังน้ำมัน
จ.สงขลา มูลค่า 88 ล้านบาท
ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะนำไปในการจ่ายคืนหนี้ก่อนกำหนด
เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงและยังทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก
0.94 เท่าเหลือ 0.6 เท่าด้วย
สำหรับการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับทางบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
(TAMC) ในการแปลงหนี้จำนวน 100
ล้านบาท เป็น หุ้นของบริษัท
100 ล้านหุ้นที่พาร์ 1
บาทนั้นเราคาดว่าหากแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติภายในไตรมาสแรกจะทำให้ บริษัทจะมีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้นี้จำนวน
28 ล้านบาท
และช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้
20 ล้านบาท/ปี
เราไม่ต้องการให้นักลงทุนเก็งกำไรจากการได้สิทธิรับ
Covered Warrant
จากการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทมากเกินไป
ทั้งนี้เนื่องจาก Covered Warrant
ดังกล่าวไม่ได้เพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทแต่อย่างใด
นอกจากนั้นแล้วการอนุมัติการออก
Covered Warrant
จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในปลายเดือนเมษายนก่อน
โดยในการแปลงหนี้เป็นทุนนี้ทาง
TAMC ตกลงที่จะออก Covered Warrant จำนวน
44.25 หน่วย
เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน
20 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยCovered Warrant
เพื่อให้สิทธิในการซื้อคืนหุ้นเพิ่มทุนจำนวน
44.25 ล้านหุ้น
ที่ได้จากการแปลงหนี้คืน
โดยมีระยะเวลา 3 ปี
จากการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นของผลการดำเนินงานและข่าวดีในการขายที่ดินและ
การปรับโครงสร้างหนี้กับ
TAMC ในปีนี้
ทำให้เรายังคงคำแนะนำ
ทยอยสะสม
โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่
0.96 บาท