บมจ.
บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ
(BAFS)
ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี
2545 ออกมามีกำไรสุทธิ 320
ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ
76 ล้านบาท ในงวดปี 2544
เนื่องจากว่าบริษัทได้มีการตั้งสำรองเผื่อภาระค้ำประกันให้กับบริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ
จำกัด (FPT)
ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 17%
จำนวน 415 ล้านบาท ไปในไตรมาส
4/44
ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
หากไม่รวมรายการตั้งสำรอง
กำไรปกติของบริษัทจะลดลงเล็กน้อย
6%
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้กำไรปกติลดลงเล็กน้อยมาจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น เนื่องจากบริษัทรับรายได้ค่าบริการในรูปเงินดอลลาร์ทั้งหมด
และจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงจาก
Qantas Airways และ British Airwarys
มายังดอนเมืองเมื่อปีก่อน
อย่างไรก็ดี
ปัจจัยที่มาชดเชยผลกำไรให้บริษัทมาจากจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการซึ่งเพิ่มสูงขึ้น
5.5%
และปริมาณการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง
ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.6% yoy
แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ยังคงขึ้นกับปริมาณนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ
ซึ่งจากสถิติของเดือนมกราคมจะเห็นได้ว่าทั้งปริมาณเที่ยวบินและปริมาณการ ให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงต่างก็เพิ่มขึ้น
10.8% และ 5.9% yoy
เราประมาณการว่าปริมาณการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทในปีนี้จะเติบโต
2.2% จาก 3,551 ล้านลิตรเป็น 3,630
ล้านลิตรซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่จะหนุนผลกำไรให้กับบริษัท
ด้วยฐานะเงินสดสุทธิของบริษัท
บริษัทจึงสามารถจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งปีหลังได้อีก
0.25
บาทหลังจากที่ครึ่งปีแรกได้จ่ายไปแล้ว
0.25 บาท
คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนที่
6.4%
อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากธุรกิจของบริษัทค่อนข้างจะอิงกับธุรกิจการบินเป็นหลักจึงทำให้มี ความเสี่ยงหากเกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลางขึ้น
ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำเพียง
ทยอยสะสม
โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่
10.50 บาท