11 กุมภาพันธ์ 2546

 
เดลต้า อิเลคโทรนิคส์
DELTA <30.50 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่             :   ซื้อ
ก่อนหน้านี้  :   ซื้อเก็งกำไร

 

 

อัตรากำไรฟื้นสร้างความมั่นใจได้มาก

กำไรสุทธิและกำไรปกติออกมาดีกว่าคาด 3% เนื่องจากยอดขายดีและกำไรฟื้นตัว ในขณะที่ธุรกิจ SPS จอธรรมดาและพัดลม DC มีผลงานดีต่อเนื่องธุรกิจจอบางได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะและดีกว่าคาด ซึ่งเราเห็นว่าการสูงขึ้นของอัตรากำไรประกอบการจาก 9.1% ในปี 2545 ที่ผ่านมา เป็น 10% ในปีนี้ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนศักยภาพกำไรที่สำคัญที่สุด จากตัวเลขที่ออกมาในไตรมาส 4/45 นี้ เราคาดบริษัทจะทำได้ตามเป้าในที่สุด

เราได้ปรับปรุงประมาณการกำไรในปี 2546 ของ DELTA เล็กน้อยมองที่ 4.4 พันล้านบาท หรือสูงขึ้น 33% จากปีก่อน อัตรากำไรปกติคาดให้โต 15% จาก 3.95 พันล้านบาทเมื่อปีก่อน เป็น 4.5 พันล้านบาท นอกจากนั้นกระแสเงินสดอิสระสุทธิของบริษัทคาดจะสูงขึ้นอย่างมากจาก 1.45 พันล้านบาทที่ทำได้ในปีที่แล้ว เป็น 4.3 พันล้านบาท เนื่องจากกำไรโตและใช้ทุนหมุนเวียนน้อยลง

จากประมาณการใหม่ PER และ EV/EBITDA ของ DELTA จะตกลงมาจาก 10.9 เท่า และ 6.6 เท่า ในปี 2545 เหลือ 8.2 เท่า และ 6.2 เท่าในปีนี้ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกหากเทียบกับเป้าหมายของ PER ที่ 10 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 10 และ 8 เท่า เป็นอัตราที่ซื้อขายกันในภาวะกำไรขยายตัวตลอดช่วง 2545-2546 นอกจากนั้นบริษัทจะยังสามารถจ่ายปันผล 100% ของกำไรได้ในช่วงเดียวกันหลังจากได้ประกาศปันผล 2.8 บาท หรือคิดเป็นอัตราตอบแทน 9% ต่อปี หลังจากประกาศงบเมื่อวันวาน หุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 19 ก.พ. 46 และจะจ่ายปันผลในวันที่ 9 เม.ย. 46 นี้ ผู้ได้รับสิทธิปันผลไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด

ตารางที่ 1 : ประมาณการกำไร

สิ้นธันวาคม

2001

2002

2003E

2004E

2005E

ยอดขาย (ล้านบาท)

30,557

40,542

42,810

44,352

53,051

กำไรสุทธิ (ล้านบาท)

3,865

3,323

4,411

5,013

5,737

กำไรต่อหุ้น (บาท)

3.27

2.8

3.72

4.22

4.83

การเติบโต(%)

-4%

-14%

33%

14%

14%

เงินสดต่อหุ้น(บาท)

3.2

3.6

4.3

4.7

4.7

PER (X)

9.3

10.9

8.2

7.2

6.3

มูลค่าบ/ช ต่อหุ้น (บาท)

11.2

9.2

8.7

8.2

7.6

EV/EBITDA (x)

6.4

6.6

6.2

6

4.4

อัตราตอบแทนปันผล (%)

10.70%

9.20%

12.20%

13.80%

15.80%

อัตรากำไรฟื้นทำกำไรโต 33% ในปี 2546

กำไรปกติขยายตัว 10% จากไตรมาสก่อนที่ 890 ล้านบาท เป็น 980 ล้านบาทในไตรมาส 4/45 จากยอดขายดีและกำไร ปรับตัวขึ้น แม้ว่ากำไรที่ประกาศออกมาจะหดตัวลง 14% จาก 3.87 พันล้านบาท เหลือ 3.32 พันล้านบาท แต่กำไรก่อนรายการพิเศษเพิ่มขึ้นได้ 1% เป็น 3.95 พันล้านบาท รายได้รูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 33% เป็น 40.5 พันล้านบาท จากการเพิ่มสินค้าคือ จอบางมาในปีก่อน ซึ่งทำให้สัดส่วนของยอดขายจอบางเพิ่มจาก 0% เป็น 30% ในปีเดียว ในทางตรงกันข้ามจอบางก็ทำให้อัตรากำไรประกอบการลดลงในปีก่อนจาก 12.1% เหลือ 9.1% เนื่องจากอัตรากำไรต่ำกว่า บริษัทลงขาดทุนพิเศษจำนวน 627 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นขาดทุนค่าเงิน 399 ล้านบาท และบันทึกถูกหนี้การค้าเสียจำนวน 229 ล้านบาท ในไตรมาสนี้

ตาราง 2: งบกำไรขาดทุนรายไตรมาส

4Q02

4Q02

% Chg

3Q02

% Chg

2002

2001

% Chg

ยอดขาย

11,773

8,218

43.3%

10,962

7.4%

40,542

30,557

32.7%

ต้นทุนขาย

9,973

6,621

50.6%

9,387

6.2%

34,071

24,317

40.1%

กำไรพื้นฐาน

1,800

1,596

12.8%

1,575

14.3%

6,471

6,240

3.7%

ค่าใช้จ่ายทั่วไป

869

566

53.5%

869

0.0%

2,788

2,544

9.6%

กำไรจากการประกอบการ

931

1,030

-9.6%

706

31.9%

3,682

3,695

-0.4%

ดอกเบี้ยจ่าย

2

2

-23.5%

2

0.0%

29

36

-20.4%

รายได้อื่นๆ

47

149

-68.7%

47

0.0%

260

399

-35.0%

กำไรก่อนภาษี

976

1,177

-17.0%

751

30.0%

3,913

4,058

-3.6%

กำไรปกติ

980

1,071

-8.5%

892

9.8%

3,950

3,932

0.5%

กำไรสุทธิ

893

1,681

-46.9%

1,107

-19.3%

3,323

3,865

-14.0%

กำไรต่อหุ้น (บาท)

0.8

1.4

-0.5

0.9

-0.2

2.8

3.3

-14.6%

กำไรพื้นฐาน

15.3

19.4

14.4

16

20.4

กำไรจากการประกอบการ

7.9

12.5

 

6.4

 

9.1

12.1

 

ในไตรมาส 4/45 อัตรากำไรประกอบการเพิ่มขึ้นจาก 6.4% จากไตรมาสก่อนเป็น 7.9% เนื่องจากกำไรพื้นฐานฟื้นตัวจาก 14.4% เป็น 15.3% นอกจากนั้น บริษัทยังสามารถควบคุมค่าโสหุ้ยได้ที่ 7.4% ของยอดขายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 7.0% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเห็นได้ว่าการฟื้นตัวของอัตรากำไรจะเป็นตัวผลักดันศักยภาพธุรกิจไปในอีก 4 ไตรมาสข้างหน้า เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของจอบาง ที่มีอัตรากำไรดีจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบช่วงปีก่อน ทำให้กำไรพื้นฐานดีขึ้นจาก 5% ในช่วงเดือนกรกฏาคม-เดือนตุลาคม 2545 เป็น 8% ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม 2545 และผู้บริหารจะพยายามทำให้ได้สูงถึง 10%-12% ในปีนี้ เราคาดว่ากำไรพื้นฐานจะขยายตัวจาก 16% ในปี 2545 เป็น 16.6% ในปี 2546 นี้

ภาพ 1: กำไรพื้นฐานและประมาณการ

แม้ว่ายอดขายของ SPS จะไม่เพิ่มขึ้นมากในปีนี้ก็ตาม แต่อัตรากำไรจากธุรกิจนี้ก็คาดว่าจะดีขึ้น เนื่องจากความพยายามที่จะทำสินค้ากำไรดีขึ้น เช่น SPS ของมือถือและจุดรับสัญญาณมือถือ ส่วนด้านจอ CRT ก็คาดว่าจะลดลงปีละ 20% ในช่วงปี 2545-2546 เนื่องจากความนิยมในจอบางจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ยอดขายที่หายไปถูกทดแทนได้ดีจากจอบาง และแม้ว่ารายได้จะหดลงการประกอบจอธรรมดาก็จะยังให้กำไรพื้นฐานที่ 12-14% ด้านพัดลม DC นั้น ตอนนี้การใช้กำลังการผลิตได้เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 80% จากการเริ่มผลิตเมื่อไตรมาส 4 ปีก่อน ผู้บริหารคาดปีนี้ยอดขายจะโตได้ 30% และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 25% ด้วย

กระแสเงินสดอิสระจะดีขึ้นมากจาก 1.4 พันล้านบาทในปี 2545 เป็นกว่า 4 พันล้านบาทในช่วงปี 2546-2547

ยอดขายดีขึ้นและการใช้ทุนหมุนเวียนลดลง จะทำให้กระแสเงินสดดีขึ้นมากในไตรมาส 4/45 ดูจากเงินฝากในธนาคารเพิ่มสูงขึ้นจาก 6.3 พันล้านบาทในไตรมาส 3/45 เป็น 7.9 พันล้านบาท หลังจากช่วงปีของการปรับตัว บริษัทสามารถบริหารการใช้เงินหมุนเวียนได้ดีมาก จากตัวเลขลดลงจาก 6.5 พันล้านบาท เหลือ 5.0 พันล้านบาทในช่วงเดียวกัน จากจำนวนสินค้าคงคลังทั้งหมด 3.8 พันล้านบาทในไตรมาส 4/45 และ 72% เป็นสินค้าสำเร็จรูปและคาดว่าส่วนใหญ่เป็นจอบางพร้อมขาย ทำให้เราคาดว่าการหมุนสินค้าคงคลังจะดีขึ้นในปีนี้ชัดเจน

ตาราง 3: อัตราส่วนทางการเงินโดยย่อ

 

Q4/01

Q1/02

Q2/02

Q3/02

Q4/02

หนี้สินต่อทุน(X)

0.08

0.22

0.23

0.13

0.06

กำไรก่อนภาษี/ดอกเบี้ย(X)

85.4

94.1

77.2

190.1

571.9

สินค้าคงเหลือ/วัน

40

42

68

54

41

ลูกหนี้/วัน

71

71

77

89

72

เจ้าหนี้/วัน

90

81

99

85

73

หนี้สินสุทธิ (หักเงินสด:ล้านบาท )

-10,203

-10,210

-5,196

-4,524

-6,988

ทุนหมุนเวียน(ล้านบาท)

2,568

3,322

4,715

6,455

5,014

บริษัทได้ตัดสำรองหนี้สูญสำหรับบริษัท เทรนด์ เทคโนโลยี่ในไต้หวันที่ล้มละลายไปจำนวน 5 ล้านUS$ ในไตรมาส 4/45 ทำให้บัญชีลูกหนี้การค้ามีความปลอดภัยขึ้น ด้านขาดทุนค่าเงินนั้นออกมา 399 ล้านบาท เป็นที่ยังไม่รับรู้ 348 ล้านบาท เราจึงประมาณว่าจะมีส่วนเหลื่อมสุทธิที่จะแปรผันต่อเงิน US$ ราว 300 ล้านUS$ ซึ่งผู้บริหารได้ป้องกันความเสี่ยงราว 65% ของเงินจำนวนนี้ เอาไว้ที่ 42 บาท/US$ มีวันสิ้นสุดกลางปีนี้ นั่นหมายถึงว่าบริษัทจะไม่รับผลขาดทุนค่าเงินบาทต่ำลงไปกว่า 42 บาท/US$ ในส่วนที่ทำเอาไว้

จากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง บริษัทคาดจะสร้างเงินสดได้ดีมากและจะยังคงจ่ายปันผลได้ 100% ของกำไรได้ในช่วงปี 2546-2547 นั่นหมายถึงปันผลต่อหุ้น 3.7 บาท และ 4.2 บาท หรืออัตราตอบแทน 12% และ 14% ตามลำดับในปีนี้ เราคาดการลงทุนเครื่องจักรต่อปีที่ 600 ล้านบาท และบริษัทลงทุนไปเมื่อปีก่อน 622 ล้านบาท

 

นักวิเคราะห์ : พงศ์พันธ์ อภิญญากุล Ext.1450
pongpan@kimeng.co.th


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer