บมจ. สยาม
แม็คโคร (MAKRO)
ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แย่กว่าคาดการณ์
โดยถ้าไม่รวมกำไรจากรายการพิเศษ
12 ล้านบาท
บริษัทจะมีกำไรปกติที่ 184
ล้านบาท ลดลง 12% จากไตรมาส 4 (qoq)
และ 16% จากไตรมาสเดียวกันปี 2544
(yoy) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin)
ตกลงจาก 7.04% yoy เหลือเพียง 5.66%
เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการแข่งขัน
ประกอบกับการลดลงของสัดส่วนยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร
(Non-food) ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง
กำไรของปี 2545
ตกลง 4%
แม้ว่าบริษัทจะบันทึกกำไรจากการขายบริษัทย่อย
คือ แม็คโคร ออโต แคร์ (MAX)
และหากไม่รวมกำไรดังกล่าว
Makro จะมีกำไรปกติลดลง 18% เป็น 805
ล้านบาท
จากการหดตัวของมาร์จิ้น
รวมทั้งยอดขายที่ลดลงหลังจากการขาย
MAX
แนวโน้มการเติบโตของ
Makro ยังคงอ่อนแอ
เนื่องจากการลดลงของมาร์จิ้น
และการที่บริษัทไม่ได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเหมือนกับดีสเคาน์สโตร์อื่นๆ
และเรายังเชื่อว่ามาร์จิ้นของ
Makro ยังไม่น่าจะเพิ่มขึ้น
จากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้ค้าส่งเต็มรูปแบบและจำกัดเฉพาะลูกค้า ที่เป็นสมาชิก
MAKRO ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดสุทธิ
4,720 ล้านบาทหรือคิดเป็น 20
บาทต่อหุ้น
โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล
3.50 บาทต่อหุ้น
ซึ่งคิดเป็นเงินอัตราเงินปันผล
(Yield) 10%
นอกเหนือไปจากการจ่ายปันผลพิเศษไปแล้ว
3.0 บาทต่อหุ้นในเดือน ก.ค. 2545
จากกำไรจากการขาย MAX
แม้ว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ในระดับสูง
แต่เรายังคงคำแนะนำ "ขาย"
MAKRO เนื่องจาก
เราคาดว่าราคาหุ้นได้ตอบรับกับข่าวการจ่ายปันผลไปแล้วและราคาน่า จะปรับตัวลดลงเท่ากับหรือมากกว่า
เมื่อหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD
MAKRO 4Q02 results