บมจ.
ปิโตรเคมีแห่งชาติ (NPC)
ได้แจ้งกับตลาดฯ
เกี่ยวกับการหยุดเดินเครื่องหน่วยผลิตเอทธิลีนเป็นเวลา
6
วันเพื่อแก้ไขอุปกรณ์การทำงานของ
Charge Gas Compressor
เพื่อให้การเดินเครื่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม
และจะแล้วเสร็จภายในวันที่
26 มีนาคม
การหยุดเดินเครื่องในครั้งนี้จะส่งผลกระทบทำให้กำลังการผลิตเอทธิลีนของบริษัทลดลง
7 พันตันในช่วงดังกล่าว
ซึ่งจะส่งผลกระทบให้รายได้ของบริษัทลดลงไปเพียงประมาณ
150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1%
ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัทในปีนี้
ซึ่งเราคาดว่าจะส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัทน้อยมาก
อย่างไรก็ตามการหยุดเดินเครื่องในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อหน่วยผลิตโพรพิลีน ของบริษัทหลังจากที่หน่วยผลิตนี้ได้หยุดแก้ไขปัญหาใน
Feed boiler pump เป็นระยะเวลา 30
วันไปเมื่อไตรมาส 3/45
ที่ผ่านมา
แต่ในปีนี้บริษัทยังมีแผนที่จะหยุดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตโพรพิลีนเป็นระยะเวลาอีก
30 วัน
ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคม
ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตโพรพิลีนลดลงไปประมาณ
5
พันตันหรือคิดเป็นรายได้ประมาณ
130 ล้านบาท ในช่วงดังกล่าว
อย่างไรก็ตามผลกระทบก็มีเพียงน้อยมาก
เนื่องจากรายได้ที่จะลดลงดังกล่าวคิดเป็นแค่เพียง
0.8%
ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท
ซึงเราได้รวมไว้ในประมาณการของเรา
เรายังคงมีมุมมองในด้านบวกเกี่ยวกับแนวโน้มที่สดใสของบริษัทในปีนี้
เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทไม่ว่าจะเป็นเอทธิลีนและโพรพิลีนได้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาส
1/46 โดยราคา Sport เอทธิลีนและโพรพิลีนได้เพิ่มขึ้น
66% ,33% เป็น 680 เหรียญ และ 690
เหรียญ/ตันตามลำดับ
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/45
เราเชื่อว่าราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันผลกำไรของ
บริษัทให้มีการเติบโต
37% เป็น 1,886 ล้านบาท
หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 6.10
บาท
บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำมากเพียงแค่
0.1 เท่า
เราคาดว่าจะได้เห็นการเติบโตของผลกำไรอย่างก้าวกระโดดอีก
38%
ในปีหน้าหลังจากที่โรงงานแห่งใหม่
ซึ่งผลิตโพลีเอทธิลีนความหนาแน่นสูง
(HDPE) กำลังการผลิต 250,000 ตัน/ปี
จะเริ่มเปิดดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส
3/47
ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่
PER 8.1 เท่า EV/EBITDA 3.4 เท่า
มีส่วนลดอยู่ 31%
จากราคาที่เหมาะสมของเราที่
72 บาท
และยังคาดว่าจะมีอัตราเงินปันผลตอบแทนอีก
9% ในปีนี้ เราคงคำแนะนำ
"ซื้อ"