บมจ. วิค แอนด์
ฮุคลันด์ (KWH)
ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส
4/45 น่าผิดหวัง
คือมีกำไรเพียง 14.9 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น
0.10 บาท) ลดลงจากไตรมาสก่อนถึง
37%
แต่กระเตื้องขึ้นจากปีก่อน
37%
สำหรับผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี
2545 ก็น่าผิดหวังเช่นกัน
คือมีกำไรเพียง 54.7 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น
0.35 บาท) ลดลง 20.6%
ทั้งนี้เนื่องจาก
ยอดขายที่ยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้น
ผู้บริหารชี้แจงว่าภาวะของปริมาณตลาดท่อพลาสติกในประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เติบโต
นอกจากนี้งบประมาณของภาครัฐบาลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆยังชะลอต่อเนื่อง
โดยรายได้ของ KWH
ส่วนใหญ่จะขายให้กับโครงการต่างๆของรัฐบาลผ่านผู้รับเหมา
แนวโน้มผลประกอบการในปี
2546
นี้คาดหมายว่าจะยังคงไม่น่าตื่นเต้นมากนัก
โดยบริษัทมีปริมาณงานที่ยังไม่ส่งมอบ
ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 45 เท่ากับ 188.35
ล้านบาท
ต่ำกว่าในไตรมาสอื่นๆ
แต่ก็เริ่มมีพัฒนาการในด้านบวกบ้างคือ
ในปีนี้บริษัทแจ้งว่ามีคำสั่งซื้อจากโครงการใหญ่ๆ
3 โครงการจากต่างประเทศ
มูลค่ารวม 211 ล้านบาท (ส่งมอบแล้ว
57 ล้านบาท)
นับว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประมาณการยอดขายของเราที่
696 ล้านบาท
ในขณะที่โครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ
ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึง
รัฐบาลยังไม่ได้เน้นการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมากนัก
โดยเฉพาะโครงการที่สำคัญที่เคยคาดหวังจะสร้างรายได้
จำนวนมหาศาลต่อบริษัท คือ
โครงการส่งท่อส่งน้ำไปยังเกาะสำคัญได้แก่
เกาะ สมุย-เสม็ด-ช้าง
มูลค่าโครงการกว่า 500
ล้านบาท (เฉพาะค่าท่อและค่าติดตั้ง)
รวมถึง
โครงการระบบบำบัดน้ำเสียในจังหวัดแห่งหนึ่งที่มีมูลค่าโครงการประมาณ
700-800 ล้านบาท
ราคาหุ้น KWH
ในปัจจุบันได้ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากมาเหลือเพียง
2.46 บาท
ต่ำกว่าราคาเหมาะสมของเราตามวิธีส่วนลดกระแสเงินสดที่
2.7 บาท และ
ราคาหุ้นเริ่มซื้อขายที่ราคาไม่แพงเกินไป
คือ มีค่า P/E 2546 เท่ากับ 10.68 เท่า,
EV/EBITDA 6.68 เท่า และ P/BV 1.37 เท่า
รวมถึงหุ้น KWH
มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
เพราะ
มีภาระหนี้ต่อทุนสุทธิที่ต่ำเพียง
0.26 เท่า
แต่เนื่องจากโครงการต่างๆที่สำคัญยังไม่มีความคืบหน้า
ทำให้ผลการดำเนินงานจึงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น
เราจึงแนะนำเพียง
"ถือ"
เป็นคำแนะนำที่ปรับขึ้นจากครั้งก่อนที่แนะนำ
"ขายทำกำไร"
KWH's income statement (Mn
Bt)
สำหรับแนวโน้มในปี
2546
นับว่าเริ่มมีพัฒนาการในด้านบวกบ้าง
แต่ก็ยังไม่เติบโตอย่างโดดเด่น
คือ
บริษัทมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
3 โครงการใหญ่มูลค่ารวมกัน 211
ล้านบาท (ส่งมอบแล้ว 57
ล้านบาท) คือ 1.) โครงการ Coloane Power
Plant ใน Macao มูลค่าประมาณ 57
ล้านบาท 2.)
โครงการระบบน้ำและน้ำเสียในเมืองดานัง
ประเทศเวียดนามมูลค่าประมาณ
55 ล้านบาท (ส่งมอบแล้ว 33%) และ 3.)
โครงการ Kolkata Municipal Supply Project
ในประเทศอินเดียมูลค่าประมาณ
99 ล้านบาท (ส่งมอบแล้ว 40%)สำหรับปริมาณงานที่ยังไม่ส่งมอบ
ณ วันที่ 31 ธ.ค. เท่ากับ 188
ล้านบาท
นับว่าต่ำกว่าไตรมาสก่อนๆ
ซึ่งโครงการต่างๆเหล่านี้มีมูลค่าไม่สูงมากนักได้รวมในประมาณการของเราแล้ว
และ
เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้เน้นการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมากนัก
และ
โครงการที่สำคัญที่เคยคาดหวังจะสร้างรายได้
จำนวนมหาศาลต่อบริษัท
ยังไม่คืบหน้า
และมีความล่าช้า
ไม่ว่าจะเป็นโครงการส่งท่อส่งน้ำไปยังเกาะสำคัญได้แก่
เกาะ สมุย-เสม็ด-ช้าง
มูลค่าโครงการกว่า 500
ล้านบาท (เฉพาะค่าท่อและค่าติดตั้ง)
รวมถึง
โครงการระบบบำบัดน้ำเสียในจังหวัดแห่งหนึ่งที่มีมูลค่าโครงการประมาณ
700-800 ล้านบาท ดังนั้น
เราจึงปรับประมาณการยอดขายสำหรับปี
2546 ลงเหลือ 696 ล้านบาท (จากเดิมประมาณการเดิม
788 ล้านบาท)
เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8%
KWH's SALE AND BACKLOG OF
ORDER (Bt,Mn)