บมจ.
ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH)
รายงานงบไตรมาส 4
ค่อนข้างน่าผิดหวัง
โดยมีขาดทุนสุทธิ 112 ล้านบาท
เนื่องจากมีการตั้งค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าจำนวน
152 ล้านบาท หลังจาก CFRESH
มีการสต็อกสินค้าคงเหลือในรูปของสินค้าสำเร็จรูปสูงถึง
2,049
ล้านบาทหรือคิดเป็นระยะเวลาเก็บสินค้า
281 วัน
แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษนี้และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
CFRESH มีกำไรปกติที่ 37
ล้านบาทเท่ากับไตรมาส 3
เราคาดว่า
การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นมากในไตรมาส
4
น่าจะมาจากการที่บริษัทปรับลดราคาขาย
ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ
11.5%% จากที่เคยทำได้ถึง 30%
ในปีก่อนหน้า
และแม้ว่าบริษัทมียอดขายสูงขึ้น
แต่สินค้าคงเหลือยังคงอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส
3 ซึ่งหมายความว่า CFRESH
ยังคงมีการสต็อกสินค้าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง
ผลประกอบการทั้งปีนับว่าค่อนข้างแย่
เมื่อเทียบกับปี 2544
โดยกำไรปกติตกลง 66% เหลือ 195
ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 14%
ยอดขายลดลง 21%
เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท
ความกังวลเรื่องสงคราม
และปัญหาสารตกค้างในสินค้ากุ้งส่งออกไปสหภาพยุโรปตั้งแต่เดือน
มี.ค.
ซึ่งทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ
ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตมีมากกว่าความต้องการของตลาดโลก
(Oversupply) และราคาสินค้าลดลง
เรายังคงกังวลเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือของ
CFRESH ที่อยู่ในระดับสูง
แม้ว่าผู้บริษัทคาดว่าจะไม่ต้องตั้งค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าแล้ว
แต่ถ้าพิจารณาที่รายงานงบการเงินไตรมาส
3
บริษัทก็ไม่คาดว่าจะต้องมีการตั้งค่าเผื่อดังกล่าวในไตรมาส
4 เช่นกัน
จากการปรับลดประมาณการในปี
2546
บนสมมติฐานว่าไม่มีการตั้งสำรองใด
ๆ อีก เราคาดว่า
บริษัทจะมีกำไร 148 ล้านบาท
ซึ่งทำให้หุ้นมี PER อยู่ที่ 13.5
เท่า
และจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการจัดการสินค้าของเหลือของบริษัท
เราเชื่อว่า
เป็นการเร็วเกินไปที่จะให้คำแนะนำซื้อ
แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมามาก
ดังนั้น เราให้คำแนะนำ
"ถือ"
CFRESH 4Q02 results