- เศรษฐกิจไตรมาส
4/45
ยังเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องถึง
6.1%
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สภาพัฒน์ฯ)
ได้เปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาส
4/45
ปรากฏว่ายังมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง
6.1%
เป็นการขยายตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่ไตรมาส
1-4 คือ 3.9%, 5.1%, 5.8% และ 6.1%
ตามลำดับ
ทำให้รวมแล้วในรอบปี 2545
ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงถึง
5.2%
เทียบกับปีก่อนที่ขยายตัว
1.9%
และเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี
2540 เป็นต้นมา
การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส
4/45
มีปัจจัยหลักมาจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ
โดยการใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัว
5.9% การลงทุนขยายตัว 7.8%
การส่งออกขยายตัว 12.2%
ส่วนรายจ่ายของรัฐบาลลดลง
1.1%
ด้านการผลิตได้แรงหนุนสำคัญมาจากการผลิตนอกภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นถึง
7.5%
ในขณะที่การผลิตภาคเกษตรลดลง
2.7%
เนื่องจากพืชผลได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม
โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสี่มีการเติบโตโดดเด่นแม้ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคคือ
ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม
และ
ความกังวลแนวโน้มที่จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิรัก
รวมถึงความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
เศรษฐกิจโลกในไตรมาส
4/45 ชะลอตัวลง
โดยเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่
เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯ (+1.4%),
ญี่ปุ่น (+2.1%) และ
สหภาพยุโรป (+0.8%)
ต่างก็ชะลอตัวลง
ในขณะที่เศรษฐกิจภาคเอเชียยังขยายตัวในเกณฑ์ดีคือ
จีน (+8.1%), เกาหลีใต้ (+6.5%) และ
สิงคโปร์ (+3.0%)
ด้านการผลิต
:
ภาวะการผลิตในไตรมาส 4/45
ขยายตัวสูงเท่ากับ 6.1%
แบ่งเป็น
ภาคการเกษตรขยายตัวติดลบเท่ากับ
2.7% เป็นผลจากภาวะน้ำท่วม
ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย
ส่วนภาคนอกการเกษตร
ขยายตัวสูงถึง 7.5%
การผลิตสาขาอุตสาหกรรมฟื้นตัวอย่างเด่นชัด
ขยายตัวถึง 10.6%
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าทุนและเทคโนโลยี่ขยายตัวสูงถึง
18.4%
ด้านการใช้จ่าย
:
1.)
การใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น
5.9%
ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของรายได้ของครัวเรือน
ความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น
2.)
การใช้จ่ายของรัฐบาลลดลง
1.1%
การประกาศใช้กฎหมายปฏิรูประบบราชการ
ซึ่งในทางปฏิบัติยังไม่ชัดเจน
ขณะที่การจ่ายใช้เกี่ยวกับบุคลากรยังคงเบิกจ่ายได้ตามสังกัดเดิม
3.) การลงทุนภาคเอกชน (มีสัดส่วน
79.1% ของการลงทุนรวม)
ขยายตัวถึง 16.8%
เป็นผลจากการลงทุนในภาคการก่อสร้างขยายตัว
19.2% 4.) การลงทุนภาครัฐบาล (มีสัดส่วนร้อยละ
20.9% ของการลงทุนรวม) ลดลง
16.6%
เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราชการใหม่ทำให้มีการชะลอการเบิกจ่าย งบลงทุนในโครงการต่างๆของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ
5.) ภาคระหว่างประเทศ
ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการยังขยายตัวในเกณฑ์ดีเท่ากับ
12.2%
สินค้าหลักที่ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่
เครื่องจักรและเครื่องจักรกล,
เครื่องตัดต่อวงจรไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า,
ผลิตภัณฑ์โลหะ,
ผลิตภัณฑ์พลาสติก และ
สินค้าอาหารกระป๋อง
ส่วนการนำเข้าก็ขยายตัวสูงเท่ากับ
13.6%
สินค้านำเข้าที่สำคัญคือ
สินค้าทุน และ
สินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบ

อัตราการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง
(หน่วย : ร้อยละ)
|
|
2544 |
2545 |
2544 |
2545 |
|
|
|
|
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
Q1 |
Q2 |
Q3 |
Q4 |
|
ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) |
1.9 |
5.2 |
1.6 |
1.9 |
1.8 |
2.5 |
3.9 |
5.1 |
5.8 |
6.1 |
|
ด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย) |
2.8 |
5.1 |
1.8 |
4.4 |
3.5 |
1.5 |
4.0 |
4.6 |
5.4 |
6.4 |
|
อุปสงค์ภายในประเทศ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การใช้จ่ายของครัวเรือน |
3.7 |
4.7 |
4.0 |
4.2 |
3.3 |
3.4 |
3.7 |
3.9 |
5.2 |
5.9 |
|
การใช้จ่ายของรัฐบาล |
2.9 |
0.5 |
3.9 |
8.7 |
3.0 |
-3.6 |
8.3 |
-1.6 |
-2.8 |
-1.1 |
|
การลงทุนสินทรัพย์ถาวร |
0.9 |
6.3 |
-3.9 |
5.9 |
2.5 |
-0.7 |
3.2 |
7.5 |
6.9 |
7.8 |
|
อุปสงค์ภายนอก |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การส่งออกสินค้าและบริการ |
-4.1 |
10.9 |
-1.9 |
-0.5 |
-8.6 |
-4.5 |
5.1 |
12.2 |
13.8 |
12.2 |
|
การนำเข้าสินค้าและบริการ |
-5.5 |
11.3 |
-0.4 |
-4.1 |
-10.1 |
-6.9 |
1.8 |
13.3 |
16.6 |
13.6 |
|
ด้านอุปทานในประเทศ (การผลิต) |
1.9 |
5.2 |
1.6 |
1.9 |
1.8 |
2.5 |
3.9 |
5.1 |
5.8 |
6.1 |
|
ภาคการเกษตร |
3.3 |
0.0 |
2.4 |
1.7 |
0.5 |
6.8 |
2.6 |
0.7 |
0.2 |
-2.7 |
|
ภาคนอกการเกษตร |
1.8 |
5.8 |
1.5 |
1.9 |
1.9 |
1.9 |
4.0 |
5.6 |
6.2 |
7.5 |
ที่มา :
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี
2546
สภาพัฒน์ฯปรับประมาณการขึ้นเป็น
4-5%
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี
2546
สภาพัฒน์ฯปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเป็น
4-5% จากประมาณการเดิม 3.5-4.5%
สนับสนุนด้วยการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศเป็นปัจจัยหลัก
โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคเอกชน
และมีการส่งออกเป็นปัจจัยช่วยหนุน
ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกสภาพัฒน์ฯประเมินว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ในครึ่งปีหลังภายหลังภาวะสงครามมีความชัดเจน
สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อการขยายตัวในปี
2546
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยต่อเนื่องจากปี
2545 ประกอบด้วย 1.)
อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
จะกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนต่อเนื่อง
2.)
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักธุรกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
3.)
ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
และ 4.) เศรษฐกิจภูมิภาค
ยังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น
สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวในปี
2546
ที่สภาพัฒน์ฯประเมินคือ
ผลกระทบจากสงครามถ้าหากยืดเยื้อและรุนแรง
จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยใน
3 ทางคือ
เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว
ความเชื่อมั่นต่อการลงทุน
และ
ต้นทุนสินค้าจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ในช่วงสิ้นเดือน
ก.พ.
ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเป็น คาดว่าจะขยายตัวระหว่าง
4.6-5.7% จากประมาณการเดิม 3.5-4.5%
ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว
3.5-4.5% เมื่อสิ้นเดือน ม.ค.
ที่ผ่านมา
ประมาณการเศรษฐกิจปี
2546
|
|
2542 |
2543 |
2544 |
2545 |
2546F |
|
GDP (ณ
ราคาประจำปี:
พันล้านบาท) |
4,637.1 |
4,916.5 |
5,123.4 |
5,430.5 |
5,799.7 |
|
อัตราการขยายตัวของ
GDP (ณ ราคาคงที่, %) |
4.4 |
4.6 |
1.9 |
5.2 |
4.0-5.0 |
|
การลงทุนรวม
(ณ ราคาคงที่, %) |
-3.2 |
5.3 |
0.9 |
6.3 |
8.3 |
|
ภาคเอกชน
(ณ ราคาคงที่, %) |
-3.3 |
16.8 |
4.7 |
13.3 |
11 |
|
ภาครัฐ (ณ
ราคาคงที่, %) |
-3.1 |
-9.7 |
-5.5 |
-6.8 |
2.1 |
|
การบริโภครวม
(ณ ราคาคงที่, %) |
4.1 |
4.5 |
3.6 |
4.1 |
4.7 |
|
ภาคเอกชน
(ณ ราคาคงที่, %) |
4.3 |
4.9 |
3.7 |
4.7 |
5 |
|
ภาครัฐบาล
(ณ ราคาคงที่, %) |
3.1 |
2.6 |
2.9 |
0.5 |
2.5 |
|
มูลค่าการส่งออกสินค้า
(พันล้านดอลลาร์ สรอ.) |
56.8 |
67.9 |
63.2 |
66.9 |
72.6 |
|
อัตราการขยายตัว
(%) |
7.4 |
19.5 |
-6.9 |
5.7 |
8.5 |
|
มูลค่าการนำเข้าสินค้า
(พันล้านดอลลาร์ สรอ.) |
47.5 |
62.4 |
60.7 |
63.4 |
69.3 |
|
อัตราการขยายตัว
(%) |
16.9 |
31.3 |
-2.8 |
4.6 |
9.2 |
|
ดุลการค้า
(พันล้านดอลลาร์ สรอ.) |
9.3 |
5.5 |
2.5 |
3.5 |
3.3 |
|
ดุลบัญชีเดินสะพัด
(พันล้านดอลลาร์ สรอ.) |
12.4 |
9.3 |
6.2 |
7.6 |
6.6 |
|
ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อ
GDP (%) |
10.1 |
7.6 |
5.4 |
6 |
4.9 |
|
เงินเฟ้อ
(%) |
|
|
|
|
|
|
ดัชนีราคาผู้บริโภค |
0.3 |
1.5 |
1.6 |
0.7 |
1.6 |
|
GDP Deflator |
-4 |
1.3 |
2.2 |
0.7 |
1.8 |
ที่มา :
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
|