หน้าหลัก

          ดาวน์โหลดบทวิจัย

          กระแสข่าว/กลยุทธ์

          บทวิเคราะห์

          วิเคราะห์เทคนิค

          VDO SQUAWK

          สรุปหุ้นแนะนำ

          วอร์แรนท์

          วิเคราะห์รายหุ้น

          ผลประกอบการ

          ปฎิทินหุ้น

          เชื่อมเวบไซต์อื่น

          เศรษฐกิจและอื่นๆ

          ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

          อัตราแลกเปลี่ยน

          ตลาดล่วงหน้า

 
18 มีนาคม 2546

เศรษฐกิจไตรมาส 4/45 ยังเติบโตโดดเด่นถึง 6.1% สภาพัฒน์ฯปรับเป้าปีนี้ขึ้นเป็น 4-5%

  • เศรษฐกิจไตรมาส 4/45 ยังเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องถึง 6.1%

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ได้เปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาส 4/45 ปรากฏว่ายังมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 6.1% เป็นการขยายตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 1-4 คือ 3.9%, 5.1%, 5.8% และ 6.1% ตามลำดับ ทำให้รวมแล้วในรอบปี 2545 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงถึง 5.2% เทียบกับปีก่อนที่ขยายตัว 1.9% และเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นต้นมา การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4/45 มีปัจจัยหลักมาจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ โดยการใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัว 5.9% การลงทุนขยายตัว 7.8% การส่งออกขยายตัว 12.2% ส่วนรายจ่ายของรัฐบาลลดลง 1.1% ด้านการผลิตได้แรงหนุนสำคัญมาจากการผลิตนอกภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นถึง 7.5% ในขณะที่การผลิตภาคเกษตรลดลง 2.7% เนื่องจากพืชผลได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสี่มีการเติบโตโดดเด่นแม้ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคคือ ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม และ ความกังวลแนวโน้มที่จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิรัก รวมถึงความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น

เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 4/45 ชะลอตัวลง โดยเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯ (+1.4%), ญี่ปุ่น (+2.1%) และ สหภาพยุโรป (+0.8%) ต่างก็ชะลอตัวลง ในขณะที่เศรษฐกิจภาคเอเชียยังขยายตัวในเกณฑ์ดีคือ จีน (+8.1%), เกาหลีใต้ (+6.5%) และ สิงคโปร์ (+3.0%)

ด้านการผลิต : ภาวะการผลิตในไตรมาส 4/45 ขยายตัวสูงเท่ากับ 6.1% แบ่งเป็น ภาคการเกษตรขยายตัวติดลบเท่ากับ 2.7% เป็นผลจากภาวะน้ำท่วม ทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่วนภาคนอกการเกษตร ขยายตัวสูงถึง 7.5% การผลิตสาขาอุตสาหกรรมฟื้นตัวอย่างเด่นชัด ขยายตัวถึง 10.6% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าทุนและเทคโนโลยี่ขยายตัวสูงถึง 18.4%

ด้านการใช้จ่าย : 1.) การใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.9% ปัจจัยสำคัญมาจากการขยายตัวของรายได้ของครัวเรือน ความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น 2.) การใช้จ่ายของรัฐบาลลดลง 1.1% การประกาศใช้กฎหมายปฏิรูประบบราชการ ซึ่งในทางปฏิบัติยังไม่ชัดเจน ขณะที่การจ่ายใช้เกี่ยวกับบุคลากรยังคงเบิกจ่ายได้ตามสังกัดเดิม 3.) การลงทุนภาคเอกชน (มีสัดส่วน 79.1% ของการลงทุนรวม) ขยายตัวถึง 16.8% เป็นผลจากการลงทุนในภาคการก่อสร้างขยายตัว 19.2% 4.) การลงทุนภาครัฐบาล (มีสัดส่วนร้อยละ 20.9% ของการลงทุนรวม) ลดลง 16.6% เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราชการใหม่ทำให้มีการชะลอการเบิกจ่าย งบลงทุนในโครงการต่างๆของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 5.) ภาคระหว่างประเทศ ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการยังขยายตัวในเกณฑ์ดีเท่ากับ 12.2% สินค้าหลักที่ทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่ เครื่องจักรและเครื่องจักรกล, เครื่องตัดต่อวงจรไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์โลหะ, ผลิตภัณฑ์พลาสติก และ สินค้าอาหารกระป๋อง ส่วนการนำเข้าก็ขยายตัวสูงเท่ากับ 13.6% สินค้านำเข้าที่สำคัญคือ สินค้าทุน และ สินค้าวัตถุดิบและกึ่งวัตถุดิบ

อัตราการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง (หน่วย : ร้อยละ)

 

2544

2545

2544

2545

 

 

 

Q1

Q2

Q3

Q4

Q1

Q2

Q3

Q4

ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP)

1.9

5.2

1.6

1.9

1.8

2.5

3.9

5.1

5.8

6.1

ด้านอุปสงค์ (การใช้จ่าย)

2.8

5.1

1.8

4.4

3.5

1.5

4.0

4.6

5.4

6.4

อุปสงค์ภายในประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การใช้จ่ายของครัวเรือน

3.7

4.7

4.0

4.2

3.3

3.4

3.7

3.9

5.2

5.9

การใช้จ่ายของรัฐบาล

2.9

0.5

3.9

8.7

3.0

-3.6

8.3

-1.6

-2.8

-1.1

การลงทุนสินทรัพย์ถาวร

0.9

6.3

-3.9

5.9

2.5

-0.7

3.2

7.5

6.9

7.8

อุปสงค์ภายนอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การส่งออกสินค้าและบริการ

-4.1

10.9

-1.9

-0.5

-8.6

-4.5

5.1

12.2

13.8

12.2

การนำเข้าสินค้าและบริการ

-5.5

11.3

-0.4

-4.1

-10.1

-6.9

1.8

13.3

16.6

13.6

ด้านอุปทานในประเทศ (การผลิต)

1.9

5.2

1.6

1.9

1.8

2.5

3.9

5.1

5.8

6.1

ภาคการเกษตร

3.3

0.0

2.4

1.7

0.5

6.8

2.6

0.7

0.2

-2.7

ภาคนอกการเกษตร

1.8

5.8

1.5

1.9

1.9

1.9

4.0

5.6

6.2

7.5

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

  • แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2546 สภาพัฒน์ฯปรับประมาณการขึ้นเป็น 4-5%

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2546 สภาพัฒน์ฯปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเป็น 4-5% จากประมาณการเดิม 3.5-4.5% สนับสนุนด้วยการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคเอกชน และมีการส่งออกเป็นปัจจัยช่วยหนุน ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกสภาพัฒน์ฯประเมินว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ในครึ่งปีหลังภายหลังภาวะสงครามมีความชัดเจน

สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อการขยายตัวในปี 2546 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยต่อเนื่องจากปี 2545 ประกอบด้วย 1.) อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ จะกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนต่อเนื่อง 2.) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักธุรกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 3.) ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และ 4.) เศรษฐกิจภูมิภาค ยังมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวในปี 2546 ที่สภาพัฒน์ฯประเมินคือ ผลกระทบจากสงครามถ้าหากยืดเยื้อและรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 ทางคือ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และ ต้นทุนสินค้าจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ในช่วงสิ้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเป็น คาดว่าจะขยายตัวระหว่าง 4.6-5.7% จากประมาณการเดิม 3.5-4.5% ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว 3.5-4.5% เมื่อสิ้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

ประมาณการเศรษฐกิจปี 2546

 

2542

2543

2544

2545

2546F

GDP (ณ ราคาประจำปี: พันล้านบาท)

4,637.1

4,916.5

5,123.4

5,430.5

5,799.7

อัตราการขยายตัวของ GDP (ณ ราคาคงที่, %)

4.4

4.6

1.9

5.2

4.0-5.0

การลงทุนรวม (ณ ราคาคงที่, %)

-3.2

5.3

0.9

6.3

8.3

ภาคเอกชน (ณ ราคาคงที่, %)

-3.3

16.8

4.7

13.3

11

ภาครัฐ (ณ ราคาคงที่, %)

-3.1

-9.7

-5.5

-6.8

2.1

การบริโภครวม (ณ ราคาคงที่, %)

4.1

4.5

3.6

4.1

4.7

ภาคเอกชน (ณ ราคาคงที่, %)

4.3

4.9

3.7

4.7

5

ภาครัฐบาล (ณ ราคาคงที่, %)

3.1

2.6

2.9

0.5

2.5

มูลค่าการส่งออกสินค้า (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)

56.8

67.9

63.2

66.9

72.6

อัตราการขยายตัว (%)

7.4

19.5

-6.9

5.7

8.5

มูลค่าการนำเข้าสินค้า (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)

47.5

62.4

60.7

63.4

69.3

อัตราการขยายตัว (%)

16.9

31.3

-2.8

4.6

9.2

ดุลการค้า (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)

9.3

5.5

2.5

3.5

3.3

ดุลบัญชีเดินสะพัด (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)

12.4

9.3

6.2

7.6

6.6

ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อ GDP (%)

10.1

7.6

5.4

6

4.9

เงินเฟ้อ (%)

 

 

 

  

 

ดัชนีราคาผู้บริโภค

0.3

1.5

1.6

0.7

1.6

GDP Deflator

-4

1.3

2.2

0.7

1.8

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 


If you have any questions or suggestions please feel free to email our  Research Webmaster

Copyright © March 2000, Kim Eng Securities (Thailand) PLC. All rights reserved.

Disclaimer